ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 7

เกือบไปแล้ว! ห้องรกขนาดนี้

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
"ถอยไปเลยนะพี่ธันวา! ห้ามขยับเด็ดขาด!" เกลหวีดร้องออกมาเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือเล็กทั้งสองข้างดันแผงอกกว้างของรุ่นพี่ปีสามเอาไว้100แรงม้า ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบจะถלออกมานอกเบ้า หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโครมครามรากระเบิดซะตรงนั้น ข้อมูลในหัวตีกันยุ่งเหยิงยิ่งกว่าสายหูฟังพันกัน ยัยมินตราตัวมารความสุขและเจ้าแม่สายเสือกประจำคณะกำลังจะมาถึงหน้าห้องในอีกไม่ถึงนาทีนี้แล้ว! แต่สภาพห้องนอนของเธอตอนนี้สิคะคุณขา... มันช่างอเนจอนาถราวกับเพิ่งผ่านสงครามโลกครั้งที่สามมาหมาดๆ กองเสื้อผ้าที่ยังไม่ได้ซักสุมสูงเป็นภูเขาเลากาอยู่บนโซฟา ถุงขนมขบเคี้ยวและแก้วชานมไข่มุกที่ดูดหมดแล้ววางระเกะระกะบนโต๊ะญี่ปุ่น ไหนจะชีทเรียนวิชาเศรษฐศาสตร์จุลภาคที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นจนแทบไม่มีที่ให้ยืนเหยียบ พูดง่ายๆ ว่าถ้ามินตราเปิดประตูเข้ามาเห็นล่ะก็... ชีวิตนักศึกษาปีหนึ่งของเกลคงดับวูบและกลายเป็นมีมประจานคณะไปชั่วกัปชั่วกัลป์แน่ๆ ค่ะ! "อะไรเนี่ยเด็กน้อย จะผลักพี่แรงไปไหน..." เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี ร่างสูงใหญ่ของธันวายังคงยืนนิ่งสนิทตามคำสั่ง แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบพราวระยับมองสภาพห้องสลับกับใบหน้าที่ร้อนรนจนเหงื่อตกซิกของรุ่นน้องตัวเล็ก เขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกตกใจใดๆ เลยสักนิด เหมือนคนที่กำลังชมละครตลกสนุกๆ อยู่ในโรงหนังเสียด้วยซ้ำ "ไม่ใช่เวลามาเล่นนะพี่ธันวา! ยัยมินตรากำลังจะมาถึงแล้ว! ตายแน่ๆ ทำไงดีเนี่ย ฮือ..." เกลเกือบจะร้องไห้ออกมาจริงๆ อยู่แล้ว มือเล็กขยุ้มผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไปหมด เธอหันซ้ายแลขวาอย่างคนสติหลุด มองหาที่หลบภัยให้ร่างสูงโปร่งของคนตรงหน้า แต่ห้องสี่เหลี่ยมขนาดกะทัดรัดนี่มันมีพื้นที่หลบซ่อนตรงไหนได้บ้างเล่า! ตู้เสื้อผ้าก็แคบแถมอัดแน่นไปด้วยชุดเดรสร้อยแปดชุด เตียงนอนก็เป็นแบบโล่งๆ ไม่มีระแนงใต้เตียงให้มุดหนี! ป้าดดด! เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของเกลราวกับเสียงระฆังมรณะ *(LINE)* **Mintra_MT:** แกรรร เกล อยู่ห้องป่ะ ฉันซื้อเค้กสตอเบอร์รี่ร้านโปรดมาฝาก กำลังจะถึงหน้าห้องแล้วนะ เปิดประตูรับด้วยยยย 🍰✨ "ตายๆๆๆๆ ตายแน่เกลเอ๊ย!" เกลหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอหันกลับมามองตัวปัญหาเบอร์หนึ่งที่ยังคงยืนกอดอกพิงผนังห้องอย่างไร้ความเร่งรีบ ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท ก่อนจะกวาดสายตากวาดมองห้องนอนรกๆ ของเธออีกรอบด้วยรอยยิ้มขบขัน "ห้องก็ออกจะน่ารักดีนี่ อบอุ่นเป็นกันเองดีออก" ธันวาเอ่ยแซحةเสียงเบาหวิว "น่ารักกับผีสิคะ! นี่มันกองขยะย่อมๆ เลยต่างหากเล่า!" เกลแหวใส่เสียงกระซิบกระซาบอย่างเหลืออด มือเล็กคว้าแขนแกร่งของรุ่นพี่แล้วออกแรงดึงสุดชีวิต "หลบไปเร็วๆ เลยค่ะ ไปแอบในระเบียงก่อนไป!" "โห เย็นชาจังนะเรา ให้พี่ออกไปยืนตากแอร์ธรรมชาติที่ระเบียงเนี่ยนะ แดดร่มลมตกก็จริง แต่ยุงชุมจะตายไป" ธันวาแกล้งทำเสียงออดอعแอดแถมยังทำหน้ามึนไม่ยอมขยับเขยื้อน ราวกับรากงอกติดพื้นห้องไปเสียแล้ว "พี่ธันวา! ถ้ามินตราเห็นพี่อยู่ในห้องนี้กับเกลในสภาพแบบนี้... ยัยนั่นต้องเอาไปเม้าท์มอยจนเกลไม่ได้ผุดได้เกิดในคณะแน่ๆ เลยนะคะ! ได้โปรดเถอะค่ะ ถือว่าเกลขอร้อง หลบไปตรงนั้นก่อนนะ!" เกลส่งสายตาอ้อนวอนระดับสิบเรดาร์ เธอยกมือขึ้นไหว้ท่วมหัว น้ำตาคลอเบ้าด้วยความจนปัญญาจริงๆ แพ้ทางก็ส่วนหนึ่ง แต่ตอนนี้เอาตัวรอดจากยัยตัวมารสำคัญกว่าเยอะค่ะ! ธันวาเห็นอาการร้อนรนจนตัวสั่นของคนตรงหน้าแล้ว รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่ก็ค่อยๆ เจือจางลง แววตาคมกริบฉายประกายความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์ขึ้นมาแทนที่ มือหนายื่นออกไปยีหัวทุยของเกลเบาๆ จนผมที่ยุ่งอยู่แล้วยิ่งฟูฟ่องเข้าไปใหญ่ "โอเคๆ ยอมก็ได้... แต่มีข้อแม้" ธันวาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มใส เกลสะดุ้งเฮือก หัวใจกระโดดไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความใกล้ชิดที่มากจนเกินไป "ข้อ... ข้อแม้อะไรอีกคะ รีบพูดมาเลยนะ จะไม่ทันอยู่แล้ว!" เกลหลบสายตาพราวระยับคู่นั้นแทบไม่ทัน "คืนนี้... ต้องทักแชตมาบอกฝันดีพี่เป็นคนแรก เข้าใจไหม?" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดใบหู ทำเอาซีกแก้มของเกลร้อนผ่าวลามไปถึงใบหูขาวสะอาดจนแดงแจ๋ "ใครจะไปทักเล่า! คนฉวยโอกาส!" เกลแหวสวนกลับทันควันด้วยความเขินอาย แต่ก็จำใจพยักหน้ารัวๆ อย่างรวดเร็ว "เออๆๆ ตกลงค่ะ! ยอมหมดแล้ว หลบไปได้แล้ว!" เมื่อได้คำตอบที่พอใจ ธันวาก็หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ร่างสูงยอมขยับตัวก้าวฉับๆ ไปหลบหลังผ้าม่านผืนหนาบริเวณระเบียงห้องอย่างคล่องแคล่ว แม้พื้นที่ตรงนั้นจะแคบและทำให้ขายาวๆ ต้องงอตัวเล็กน้อย แต่ก็พรางตาจากคนที่มองเข้ามาจากประตูห้องได้สนิทพอดี ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงหวานใสของมินตราที่ตะโกนเรียกอยู่ด้านนอก "เกลลลล! เปิดประตูให้หน่อยจ้า มือฉันถือเค้กอยู่ เต็ม2ข้างเลยเนี่ย!" เกลสะ giอเฮือกสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ เธอตบแก้มตัวเองเบาๆ ทั้งสองข้างเพื่อเรียกเลือดฝาดให้กลับมาเป็นปกติ เดินดุ่มๆ ไปที่กระจกเงาข้างประตูเพื่อปัดปอยผมที่หลุดรุ่ยให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว แล้วจึงหมุนลูกบิดเปิดประตูต้อนรับแขกผู้ไม่ได้รับเชิญด้วยรอยยิ้มที่ฝืนที่สุดในสามโลก แอ๊ดดด... "อ้าว มินตรา มาเร็วจังเลยนะ..." เกลทักทายเสียงใส พยายามยืนบังประตูไว้ไม่ให้เพื่อนสาวก้าวล้ำเข้ามาลึกเกินไป มินตราในชุดเดรสสีพาสเทลน่ารักก้าวเข้ามาในห้องทันทีโดยไม่รอให้เจ้าของอนุญาต ดวงตาคู่สวยกวาดตามองรอบห้องอย่างรวดเร็วตามวิสัยของคนช่างสังเกต มุมปากเคลือบลิปสติกสีชมพูระเรื่อยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพห้องที่รกเรื้อ "แ하ยย เกล ห้องแกนี่รกเป็นรังนกเลยนะเนี่ย สมกับเป็นยัยโก๊ะจริงๆ" มินตราหัวเราะคิกคัก วางกล่องเค้กรูปร่างน่ารักลงบนโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กที่ใกล้ที่สุด เธอกวาดสายตาสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้งอย่างสงสัย "เอ๊ะ... ว่าแต่ เมื่อกี้ฉันได้ยินเสียงเหมือนแกคุยกับใครอยู่ในห้องนะ? คุยโทรศัพท์เหรอ?" เกลสะดุ้งวาบ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มอีกรอบ มือเล็กกำชายเสื้อตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ สมองแล่นเร็วจี๋เพื่อหาข้อแก้ตัว "ปะ... ป่าวซะหน่อย! ฉันดูซีรีส์อยู่ต่างหาก เสียงพระเอกมันดังน่ะ แหะๆ" เกลหัวเราะแห้งๆ กลบเกลื่อนความพิรุธเต็มพิกัด แต่มินตรากลับหรี่ตามองด้วยความเคลือบแคลงใจ ฝ่ายนั้นก้าวเท้าช้าๆ เดินสำรวจไปทางโซฟาที่มีกองเสื้อผ้าสุมอยู่ ก่อนจะเดินเฉียดเข้าไปใกล้บริเวณระเบียงห้องที่ธันวาหลบซ่อนอยู่ทีละก้าว...ทีละก้าว... เกลยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก มือไม้เย็นเฉียบราวน้ำแข็ง ยัยมินตรากำลังเดินตรงไปที่ผ้าม่านผืนนั้นแล้ว! ทว่า... ในวินาทีที่มือเรียวของมินตรากำลังจะเอื้อมไปแตะชายผ้าม่านเพื่อเปิดดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างหลังนั้น เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือของมินตราก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *(LINE)* **P'Gun_Engineering:** มินตรา อยู่ไหน? พี่เอาชีทสรุปวิชาโปรเจกต์มาให้ที่ตึกคณะ รีบมาเอาด่วน ก่อนที่พี่จะเปลี่ยนใจให้คนอื่น มินตรา ชะงักมือทันที เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความ ใบหน้าสวยหวานฉายแววดีใจจนปิดไม่มิดเมื่อเห็นชื่อผู้ส่ง ก่อนจะหันมามองเกลด้วยความเสียดาย "อุ๊ย พี่กันต์เรียกฉันไปเอาชีทรุ่นพี่ละ เกล... งั้นฉันวางเค้กไว้ตรงนี้นะ แกกินคนเดียวไปก่อนละกัน ฉันต้องรีบไปละ!" มินตราพูดรัวเร็วด้วยความตื่นเต้น หมุนตัวเตรียมวิ่งออกจากห้องไปทันทีโดยลืมเรื่องสำรวจห้องไปสนิทใจ เกลแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นด้วยความโล่งอก เธอรีบพยักหน้ารัวๆ "จ้าๆๆ รีบไปเลยแก ขอบคุณสำหรับเค้กนะ เดินทางปลอดภัยนะจ๊ะเพื่อนรัก!" ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมกับฝีเท้าที่วิ่งหายลับไปตามทางเดินด้านนอก ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เกลยืนถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความเหนื่อยอ่อนราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนสิบกิโลเมตร เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผาก ล้มตัวลงนั่งแปะกับพื้นห้องอย่างหมดแรง แกร็ก... เสียงเลื่อนผ้าม่านที่ระเบียงดังขึ้นเบาๆ ร่างสูงใหญ่ของธันวาก้าวเดินออกมาจากที่ซ่อนด้วยท่าทางสบายๆ เขาย่อตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเกลที่กำลังนั่งหมดอาตายายอยากอยู่บนพื้น ใบหน้าหล่อเหลาระบายรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พราวระยับ ดวงตาคมกริบมองสำรวจคนตัวเล็กที่เพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ "รอดตัวไปนะเรา..." ธันวาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง เกลเงยหน้าขึ้นมองค้อนรุ่นพี่ตัวดีวงใหญ่ เธอเบะปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป มือหนาก็ยื่นเข้ามาบีบแก้มยุ้ยๆ ของเธอเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว "ไหนล่ะ... รางวัลคนเก่งที่ช่วยซ่อนตัวให้เนียนกริบเมื่อกี้?" ธันวาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มร้ายลึก ดวงตาเป็นประกายวาววับจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับขุบขิบเตรียมโวยวาย เกลเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาอีกระลอกเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มแดงระเรื่อ ทำเอาสติสตางค์ที่เพิ่งกลับเข้าร่างกระเจิงหายไปหมดสิ้นในพริบตาเดียว! *(ที่คั่นหนังสือสีชมพู ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและลุ้นไปกับความโบ๊ะบ๊ะของคู่กัดคู่นี้เสมอนะคะ!)*
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%