"ถ้ายังไม่ถอยออกไปอีกสามก้าว พี่จะถือว่าหนูอนุญาตให้ทำมากกว่านี้นะคะ"
เสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังอยู่ชิดริมใบหู ทำเอาเกลถึงกับสะดุ้งสุดตัว มือเล็กที่กำชายเสื้อยืดของตัวเองไว้แน่นจนยับยู่ยี่รีบดันอกแกร่งออกทันที แต่คนตัวโตกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนแถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิมจนจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนเข้ากับแก้มใสที่ตอนนี้ร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาแนบไว้
ให้ตายสิ! นี่มันสถานการณ์อันตรายระดับสิบในสเกลความรู้สึกของเด็กปีหนึ่งชัดๆ!
เกลเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนฉวยโอกาสที่กำลังส่งยิ้มเจ้าเล่ห์มาให้ รอยยิ้มแบบนั้นแหละที่เธอนึกหมั่นไส้ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน หัวเจ้ากรรมก็ดันเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เสียงตึ้กตั้กๆ ดังสะท้อนอยู่ในหูจนกลบเสียงรอบข้างไปหมดแล้ว
"รุ่นพี่ธันวา! ถอยไปเลยนะ!" เกลแว้ดเสียงHิใส่เพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่ลามเลียไปถึงใบหู "ใครอนุญาตให้เข้าใกล้ขนาดนี้เล่า! ถอยไปสิบก้าวเลย!"
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกราบมองท่าทางพองขนใส่เขาเหมือนแมวขู่ของรุ่นน้องตัวเล็กด้วยความเอ็นดูระคนมันเขี้ยว สุดยอมถอยหลังออกไปตามบัญชาแต่โดยดี (แต่ออกไปแค่ก้าวเดียวนะคะ ไม่ใช่สิบก้าวอย่างที่ปากว่า) ก่อนจะยกมือขึ้นกอดอกแล้วเลิกคิ้วมอง
"ก็เห็นยืนตัวแข็งทื่อ นึกว่าช็อกไปแล้วซะอีก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฟอร์ม "อีกอย่าง... ใครบอกให้หนูทำหน้าตาน่าแกล้งเองล่ะคะ"
"ฮึ่ย! ใครน่าแกล้งกัน!" เกลยกมือขึ้นลูบแก้มร้อนผ่าวของตัวเองอย่างขัดเขิน พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง "ว่าแต่... พี่มาทำอะไรที่คณะบริหารเนี่ย ปกติเห็นสิงอยู่แต่โรงช่างไม่ใช่เหรอคะ หรือว่าคิดถึง... เอ๊ย! หมายถึง มาเดินเล่นแถวนี้ทำไม!" เกือบหลุดปากพูดอะไรน่าอายออกไปซะแล้ว ดีนะที่เบรกกะทันหัน
ธันวาอมยิ้มบางๆ สายตาแพรวพราวคู่นั้นกวาดมองสำรวจชุดนักศึกษาเรียบร้อยของคนตรงหน้าไล่ตั้งแต่ปกคอเสื้อยืดไปจนถึงรองเท้าผ้าใบ "เปล่าหรอก แค่แวะมาดู... แถวนี้" เขาเว้นจังหวะนิดหน่อยก่อนจะต่อด้วยประโยคที่ทำเอาเกลต้องขมวดคิ้ว "พอดีมีคนแถวนี้บอกว่าแอร์ที่คณะตัวเองเสีย ร้อนจนสมองจะละลาย เลยกะว่าจะมาพาไปหาที่เย็นๆ อยู่หน่อย"
เกลอ้าปากค้าง นึกถึงแชตที่ตัวเองเพิ่งบ่นให้กะทิฟังไปหยกๆ หรือว่า...
"พ... พี่แอบอ่านแชตหนูเหรอ!"
"ไม่ได้เรียกว่าแอบค่ะ เรียกว่ายืนยันสายตาต่างหาก ก็หน้าจอมือถือมันสว่างสะท้อนตาพี่เต็มๆ" ธันวาตอบหน้าตาเฉย "สรุปว่าจะไปไหมคะ ห้างตรงข้ามมหาลัยนี่เอง เดินไปแป๊บเดียวก็ถึง... ไปตากแอร์ฟรีแถมพี่เลี้ยงชาไข่มุกด้วย สนใจไหมคะเด็กดื้อ"
คำว่า 'ชาไข่มุก' ทำเอาต่อมความโลภ (และต่อมความอยากกินของหวาน) ทำงานทันที เกลชะงักไปนิด กะพริบตาปริบๆ ชั่งน้ำหนักระหว่างความอีโก้ไม่อยากไปไหนกับรุ่นพี่จอมกวน กับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้างและไข่มุกหนึบหนับเคี้ยวเพลิน... แน่นอนว่าอย่างหลังชนะขาดลอยค่ะ!
"หนูไม่ได้ดื้อสักหน่อย!" ปากปฏิเสธแต่ใจนี่พยักหน้ารัวๆ ไปสามรอบแล้ว "แต่... แต่ถ้าพี่เลี้ยงจริง หนูจะยอมเดินไปเป็นเพื่อนก็ได้นะ เห็นแก่ว่าอากาศมันร้อนหรอก ถึงต้องไป!"
ธันวาหลุดขำพรืดกับความฟอร์มจัดของคนตัวเล็ก "ครับๆ เห็นแก่ความร้อนก็ความร้อน... งั้นก็ไปกันค่ะ คุณหนูเกล"
อากาศด้านนอกตึกคณะบริหารอบอ้าวสมคำร่ำลือ แต่พอเดินข้ามฝั่งมาถึงห้างสรรพสินค้าติดแอร์เย็นฉ่ำ ความหงุดหงิดจากอากาศร้อนก็ระเหยหายไปในพริบตา เกลสูดกลิ่นความเย็นเข้าปอดลึกๆ ด้วยความฟินจนลืมตัว เผลอส่งเสียงฮัมเพลงเบาๆ ออกมา ทำเอาคนที่เดินอยู่ข้างๆ ต้องหันมามองด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
"แอร์ฉ่ำสะใจดีใช่ไหมล่ะคะ" ธันวาเอ่ยแซิวยิ้มๆ ตอนที่พวกเขากำลังเดินผ่านโซนเสื้อผ้าแบรนด์ดัง
"อื้อ! สวรรค์ชัดๆ" เกลพยักหน้าหงิกหงัก ตาเป็นประกายระยิบระยับเหมือนเด็กได้ของเล่นใหม่ จนกระทั่งเดินมาถึงหน้าร้านชาไข่มุกเจ้าโปรดที่มีแถวยาวเหยียดพอสมควร "อุ๊ย คนเยอะจัง..." หน้ามุ่ยลงทันทีเมื่อเห็นจำนวนคิว
"ยืนรอตรงนี้แป๊บนะคะ เดี๋ยวพี่ไปต่อแถวให้" ธันวาพูดเรียบๆ ก่อนจะทำท่าจะเดินไปต่อคิว แต่เกลกลับคว้าชายเสื้อเขาไว้ก่อน
"เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวหนูไปต่อเอง พี่ไปเดินเล่นรอแถวนี้ก็ได้ เกรงใจ..." เกลอึກอักเล็กน้อย เพราะไม่ชินกับการที่อีกฝ่ายมาเทคแคร์ดีขนาดนี้
ธันวาชะงัก หันกลับมามองมือน้อยที่กำเสื้อเขาไว้ แล้วเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววเกรงใจอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มละมุนที่นานๆ จะได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ทำเอาหัวใจของเกลกระตุกวูบไปอีกรอบ
"เกรงใจอะไรกันล่ะคะ" ธันวาเอ่ยเสียงนุ่ม ทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์จนคนฟังรู้สึกเหมือนโดนป้อนด้วยนมอุ่นๆ "ตามใจรุ่นน้องที่บ่นว่าร้อนจนสมองจะละลาย... เป็นหน้าที่ของรุ่นพี่ที่ดูแลอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ"
เดี๋ยวนะ... คำว่า 'รุ่นพี่ที่ดูแลอยู่แล้ว' นี่มันหมายความว่ายังไงคะเนี่ย! ประโยคกำกวมแบบนี้มันอันตรายต่อหัวใจเด็กปีหนึ่งเกินไปแล้วนะ!
เกลอ้าปากจะโวยวายกลบเกลื่อนความเขิน แต่จังหวะนั้นเอง เสียงใสแจ๋วที่ไม่ได้รับเชิญก็ดังแทรกขึ้นมาจากด้านหลังซะก่อน
"อ้าว! พี่ธันวาคะ มาเดินเที่ยวห้างนี้เหมือนกันเหรอคะเนี่ย บังเอิญจังเลย!"
ร่างโปร่งระหงของมินตรา ดาวคณะศิลปกรรมก้าวเข้ามาประชิดด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย ชุดเดรสสั้นสีชมพูอ่อนขับผิวให้ดูโดดเด่นสะดุดตา เธอส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้ชายหนุ่มโดยแทบไม่ชายตามองเกลที่ยืนอยู่ข้างๆ เลยแม้แต่น้อย
เกลหุบยิ้มฉับพลัน บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลงทันทีโดยไม่ต้องพึ่งแอร์ในห้าง
"ครับ บังเอิญดี" ธันวาตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย สีหน้าและแววตาที่เคยอ่อนโยนเมื่อครู่เปลี่ยนกลับมาเป็นมาดนิ่งสนิทตามสไตล์เดิมจนเกลแอบแปลกใจ
"มินตรากำลังจะไปดูเสื้อผ้าใหม่พอดีเลยค่ะ พี่ธันวาว่างไหมคะ ไปเดินดูเป็นเพื่อนมินหน่อยสิคะ พอดีมินเลือกไม่ถูกเลยว่าตัวไหนสวยกว่ากัน" มินตราเอ่ยชวนพร้อมกับทำท่าทางออดอ้อนนิดๆ ตามประสาคนสวยขาประจำ พร้อมกับส่งยิ้มเยาะใส่เกลแบบไม่มีใครทันสังเกตเห็น ยกเว้นเกลคนเดียวนี่แหละที่เห็นเต็มสองตา!
ฮึ่ม! ยัยดาวคณะคนนี้นี่มันมารผจก. ชัดๆ! จังหวะนรกอะไรเนี่ยกำลังฟินอยู่แท้ๆ ดันโผล่มาเป็นก้างขวางคอซะได้!
เกลเม้มปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดแปลกๆ ตีตื้นขึ้นมาในอกจนหน้าบึ้งตึงโดยอัตโนมัติ เธอก้าวถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเตรียมจะชิ่งหนี "อ่า ถ้าพี่ธันวาไม่ว่าง... งั้นหนูไปรอที่ร้านชาไข่มุกก่อนก็ได้นะคะ ตามสบายเลยค่ะรุ่นพี่"
พูดจบก็เตรียมจะหมุนตัวเดินหนีทันทีด้วยความน้อยใจและรำคาญใจที่ปะปนกันมั่วไปหมด แต่ทว่า...
หมรับ!
ข้อมือเล็กถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือหนาอุ่นจัด ธันวาออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอกลับมายืนที่เดิม ก่อนที่เขาจะหันไปปฏิเสธคำชวนของมินตราด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิทที่เดาอารมณ์ไม่ออก แต่หนักแน่นจนคนฟังต้องหน้าเสีย
"ขอโทษด้วยนะมินตรา พอดีพี่ไม่ว่าง" ธันวาเอ่ยปฏิเสธเสียงเรียบโดยไม่แม้แต่จะลังเล "แล้วก็... คงไปเดินดูเสื้อผ้าเป็นเพื่อนไม่ได้หรอกครับ"
มินตราหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย รอยยิ้มค้างเติ่ง "เอ่อ... ทำไมล่ะคะ หรือว่าพี่ธันวามีธุระด่วนเหรอ?"
ธันวาไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขาก้มมองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าบึ้งเป็นตูดแมวอยู่ข้างๆ สายตาคมกริบคู่นั้นฉายประกายบางอย่างที่อ่านยาก ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายลึกแบบที่เกลเห็นทีไรเป็นต้องใจสั่นทุกที
ชายหนุ่มกระชับมือที่จับข้อมือเธอไว้ให้แน่นขึ้นอีกนิด ก่อนจะหันไปตอบมินตราด้วยประโยคที่ทำเอาเกล (และมินตรา) ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
**"เปล่าครับ... พอดีผมต้องรีบไปทำหน้าที่ 'เดตแรก' กับแฟน... เอ๊ย กับรุ่นน้องคนนี้ก่อน กลัวว่าปล่อยให้รอนานแล้วจะงอนเอา"**
พึ่บ!
เหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางใจ เกลรู้สึกเหมือนเลือดทุกลิตรในร่างกายพุ่งขึ้นมาสุมอยู่ที่ใบหน้าจนร้อนฉ่า หัวใจเต้นรัวกระหน่ำยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอน
ดะ... เดตแรก?! ใครเดตกับใครนะ! แล้วไอ้คำว่า 'แฟน' ที่เกือบหลุดออกมาเมื่อกี้คืออะไรกันคะพี่ธันวา!
มินตราอ้าปากค้าง หน้าซีดเผือดลงทันที มองหน้าธันวาสลับกับเกลด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกส้นเท้าจากไปอย่างหัวเสีย
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากร้านค้าในห้าง และเสียงหัวใจของเกลที่ดังตึ้กตั้กจนกลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน
ธันวาหันกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนหน้าแดงแจ๋เป็นลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตหลบวับไม่กล้าสบตาเขา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มอีกครั้ง
"หน้าแดงใหญ่แล้วนะคะ... เขินคำว่าเดต หรือว่าเขินคำว่าแฟนกันแน่ หื้ม?"
เกลเม้มปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นรูปหัวใจสีชมพู ปากเก่งๆ ที่เคยเถียงฉอดๆ ตอนนี้กลับแข็งทื่อพูดไม่ออก ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ปล่อยให้รุ่นพี่จอมเจ้าเล่ห์ยืนอมยิ้มมองปฏิกิริยาน่ารักของเธอด้วยความเอ็นดูสุดหัวใจ
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้หัวใจพองโตไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!* - **ที่คั่นหนังสือสีชมพู**
ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที!•ตอนที่ 8
ไปซื้อของด้วยกันไหม?
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับรุ่นพี่ เลิกจ้องตาแบบนั้นสักที! นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!