หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 2

วางหมากชิ้นแรก

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีและสนิมเหล็กคละคลุ้งปะปนกับลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดป่ายอยู่ข้างใบหู ในเสี้ยววินาทีที่แสงคบเพลิงสาดผ่านกรอบหน้าต่างกระดาษ เงาร่างมหึมาของเหล่าทหารยามนับสิบชีวิตก็พากันพุ่งเข้ามาประชิดตัวเรือนพักจนแทบจะได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำเหยียบลงบนพื้นไม้กระดานด้านนอก เซียวเหวินจิ้นไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความเย็นเยียบจากปลายนิ้วของนางแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่าเอวบางกลับถูกวงแขนแข็งแกร่งดั่งคีมเหล็กของจ้าวเฟยหลงรวบเข้าหาแนบชิดจนแผ่นหลังบอบบางแนบสนิทไปกับแผงอกกว้าง สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวรากับกลองศึก แต่มันมิใช่ความตื่นตระหนก—หากแต่เป็นความเร้าใจของนักล่าที่กำลังรอเหยื่อเดินเข้าสู่ค่ายกล "องค์ชาย... ฝ่าบาททรงส่งคนมาเร็วกว่าที่หม่อมฉันคำนวณไว้ถึงสองเค่อ" น้ำเสียงของนางกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากหยักลึกที่ยกยิ้มเหี้ยมเกรียมของบุรุษผู้กุมชะตาแผ่นดิน นางมิได้ดิ้นรนขัดขืน แม้ในยามที่คมดาบอยู่นอกประตูกระดาษห่างออกไปเพียงคืบ เพราะนางรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวที่ผิดพลาดแม้แต่น้อยนิดในยามนี้ คือการมอบคอให้คมดาบตัดขาด "ช้าไปสองเค่อต่างหากเล่า เหวินจิ้น" จ้าวเฟยหลงกระซิบตอบ เสียงทุ้มต่ำของเขากลั้วหัวอกด้วยความขบขันอันตราย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีจ้องมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววเฉียบคมดั่งกุนซือไร้พ่าย "พวกเขาคิดจะมาค้นหา 'หลักฐาน' การสมคบคิดของข้า แต่พวกเขาย่อมไม่รู้เลยว่า... หมากบนกระดานนี้ ถูกเปลี่ยนตาเดินไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว" *ปัง!* บานประตูไม้ถูกถีบกระเด็นหลุดออกจากวงกบ เศษฝุ่นและเศษไม้กระจายคละคลุ้ง ทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบก้าวเข้ามาพร้อมคมดาบเบื้องหน้า ทว่าสิ่งที่พวกมันพบกลับไม่ใช่ความตื่นตระหนกขององค์ชายตกอับและกุนซือสาว หากแต่เป็นร่างสูงสง่าของจ้าวเฟยหลงที่ประคองร่างบอบบางของนางไว้ในอ้อมแขนอย่างอาจหาญ ราวกับพวกเขากำลังชมการแสดงงิ้วชุดใหญ่ในยามวิกาล "บังAญ! องค์ชายสาม ซ่องสุมกำลังและมีเอกสารลับต้องห้ามในยามวิกาลเช่นนี้ มีความผิดฐานกบฏ! จับกุมตัว!" หัวหน้าหน่วยองครักษ์ตวาดกร้าว ใบหน้าถมึงทึงเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เพราะพวกมันมั่นใจยิ่งนักว่าใต้แท่นบรรทมมีหีบไม้บรรจุตราประทับปลอมซ่อนอยู่ เซียวเหวินจิ้นลอบสบตากับจ้าวเฟยหลงเพียงเสี้ยววินาที ความเข้าขาและรู้ใจกันปรากฏขึ้นบนมุมปากของทั้งคู่ นางขยับตัวเล็กน้อย อาศัยจังหวะที่ความสนใจของทหารทั้งหมดพุ่งเป้าไปที่องค์ชายหนุ่ม สอดมือเรียวเข้าไปในสาบเสื้อเพื่อหยิบห่อผ้าแพรสีชาดที่ซ่อนไว้—ซึ่งในนั้นคือเอกสารบัญชีส่วยที่แท้จริงของพวกกบฏตัวจริง หาใช่หลักฐานเท็จที่อีกฝ่ายต้องการยัดเยียดให้ไม่ "ถ้าพวกเจ้าคิดจะหาหลักฐาน... ไฉนไม่ลองก้มลงมองที่ใต้โต๊ะน้ำชาดูเล่า?" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงกลัว ท่าทีเย่อหยิ่งและองอาจนั้นทำให้หัวหน้าองครักษ์ขมวดคิ้วด้วยความระแวง "ค้น!" หัวหน้าองครักษ์สั่งการเสียงเข้ม ทหารสองนายกรูเข้าไปรื้อค้นใต้โต๊ะตามคำท้าทันที แต่สิ่งที่พวกมันพบกลับไม่ใช่หีบสมบัติหรือเอกสารลับ หากแต่เป็นแมลงพิษตัวจิ๋วสีแดงสดนับร้อยตัวที่เกาะกลุ่มกันอยู่ และในวินาทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก แมลงเหล่านั้นก็พากันส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กก่อนจะบินว่อนเข้าใส่ใบหน้าของทหารพวกนั้นทันที! "อ๊ากกก!" เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นเรือนพัก ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา ทหารองครักษ์ต่างพากันปัดป้องแมลงพิษจนล้มลุกคลานคลุกฝุ่น กลิ่นอายของความชุลมุนตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นผงยาชาที่เซียวเหวินจิ้นแอบดีดผงยาลงบนพื้นตั้งแต่ก้าวแรกที่พวกมันพังประตูเข้ามา "ไป!" จ้าวเฟยหลงกระชับวงแขนโอบเอวบางของนางแน่นขึ้น ทะยานร่างผ่านหน้าต่างอีกด้านที่ไร้การคุ้มกันออกไปสู่ความมืดมิดของค่ำคืนในวังหลวง สายลมยามดึกพัดตีปะทะอาภรณ์จนสะบัดไหว ร่างทั้งสองร่อนลงอย่างงดงามบนหลังคาตำหนักร้าง ท่ามกลางแสงจันทร์สีเงินยวงที่สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าอันคมคายและเด็ดเดี่ยวของทั้งสอง นางหอบหายใจเล็กน้อยยามเมื่อยืนหยัดได้มั่นคงบนกระเบื้องเคลือบสีนิล ดวงตาคู่คมกวาดมองไปเบื้องล่าง เห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในเรือนพักอย่างชัดเจน "เส้นทางเดินทัพลับที่พวกมันเตรียมใช้ขนย้ายกำลังพล บัดนี้ถูกสับเปลี่ยนพิกัดเรียบร้อยแล้วเพคะ" เซียวเหวินจิ้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง แววตาฉายประกายแห่งความสะใจล้ำลึก "ต่อให้พวกมันพลิกแผ่นดินหา ก็ไม่มีวันพบหลักฐานเท็จชิ้นนั้น เพราะในเวลานี้... มันถูกส่งไปอยู่บนโต๊ะทรงงานของฮ่องเต้เรียบร้อยแล้ว" จ้าวเฟยหลงก้มมองสตรีในอ้อมกอด รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากขององค์ชายหนุ่มมิใช่รอยยิ้มเสเพลเช่นที่คนนอกเคยเห็น หากแต่เป็นรอยยิ้มของพญาราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อให้จมเขี้ยว มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้วเนียนของนางอย่างทะนุถนอม ทว่าแววตากลับดุดันและทรงอำนาจยิ่ง "เจ้าทำได้ดีมาก เหวินจิ้น... หมากตานี้ ทำให้พวกมันเดินเกมพลาดไปสามก้าวใหญ่" เขากล่าวเสียงพร่าชิดริมใบหูของนาง "แต่ทว่า... เกมบนกระดานนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น" ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยชัยชนะอันงดงาม เสียงปรบมือเบาๆ สองครั้งก็ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังพุ่มไม้ใหญ่ของตำหนักร้าง—เสียงปรบมือที่เยือกเย็นและแฝงไปด้วยกลิ่นอายสังหารอันคุ้นเคย ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาจันทร์ ชายผู้นั้นสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปิดบังใบหน้าครึ่งบนไว้ เหลือเพียงดวงตาคมปลาช่อนที่จ้องมองมายังพวกเขานิ่งสนิท พร้อมกับรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก "ช่างเป็นคู่คิดที่สมน้ำสมเนื้อกันเสียจริง..." เสียงทุ้มต่ำดั่งภูตผีดังขึ้น "แต่พวกเจ้าคงลืมคิดไป... ว่าหมากที่พวกเจ้าเพิ่งส่งให้ฮ่องเต้นั้น หาใช่เอกสารลับฉบับจริงไม่" เซียวเหวินจิ้นและจ้าวเฟยหลงชะงักกายพร้อมกัน ดวงตาทั้งสองคู่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความผิดปกติบางอย่างที่ถูกละเลยไป "เจ้าหมายความว่าอย่างไร..." องค์ชายสามเอ่ยเสียงเย็นเยียบ พร้อมกับมือที่เอื้อมไปกุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่น บุรุษใต้หน้ากากหัวเราะในลำคอเบื้องต่ำ ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างตกลงแทบเท้าของนาง—เสียงโลหะกระทบกระเบื้องดัง *กริ๊ง* และเมื่อก้มลงมอง สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ตรงนั้นคือ... ป้ายหยกประจำตัวของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพิทักษ์ทิศเหนือ ที่ควรจะอยู่ในห้องลับของฮ่องเต้! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับกลยุทธ์อันล้ำลึกนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ "หงส์เพลิงหวนคืน"
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%