หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 1

ฟื้นจากสุสานอาถรรพ์

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ระคนกลิ่นคาวเลือดจางๆ ยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายประสาทสัมผัส ราวกับความตายไม่ได้พรากเอาลมหายใจไปจากนางอย่างแท้จริง หากแต่มันเพียงโยนร่างบอบช้ำนี้กลับคืนสู่หลุมพรางเดิม... หลุมพรางที่นางเคยก้าวพลาดจนต้องสังเวยชีวิตและศักดิ์ศรีทั้งหมดให้แก่ตระกูลหลี่ผู้เหี้ยมโหด "คุณหนูรอง... คุณหนูรองเจ้าคะ!" เสียงกระซิบกระซาบที่ร้อนรนจนเกือบกลายเป็นเสียงกรีดร้องดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับแรงเขย่าเบาๆ ที่หัวไหล่ เซียวเหวินจิ้นลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยหม่นหมองและเต็มไปด้วยความแค้นในวาระสุดท้าย กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีในชั่วพริบตา นางกวาดสายตามองไปรอบกาย—เรือนพักไม้แกะสลักที่คุ้นเคย ม่านมุ้งผ้าไหมปักลายหงส์คู่เมฆา และแสงตะเกียงน้ำมันหอมที่ไหววับตามแรงลม นี่มิใช่ห้องขังใต้ดินอันหนาวเหน็บที่นางถูกทรมานจนสิ้นใจ... แต่มันคือเรือนส่วนตัวของนาง ณ จวนตระกูลเซียว ในคืนก่อนวันพิธีบวงสรวงใหญ่ประจำปี! คืนที่โศกนาฏกรรมทั้งหมดกำลังจะเริ่มต้นขึ้น "ข้า... ยังไม่ตายหรือ" น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้อวี้หลัน สาวรับใช้คนสนิทถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ "คุณหนูพูดจาแปลกๆ อีกแล้วเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพใหญ่ส่งคนมาเร่งรัดเรื่องเครื่องทรงพิธีบวงสรวงพรุ่งนี้แล้วนะเจ้าคะ หากท่านยังมัวแต่นอนซมอยู่เช่นนี้ มีหวังฝ่าบาทต้องทรงกริ้ว และพะ...พวกคุณชายใหญ่คงหาเรื่องเล่นงานท่านอีกแน่เจ้าค่ะ" อวี้หลันละล่ำละลักรายงาน ใบหน้าจิ้มลิ้มเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เซียวเหวินจิ้นแค่นยิ้มหยันในลำคอ รอยยิ้มนั้นงดงามราวดอกเหมันต์แรกแย้ม ทว่ากลับหนתเหน็บจนอวี้หลันต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา ย้อนเวลากลับมางั้นหรือ? สวรรค์ช่างเมตตานางเหลือเกิน หรือแท้จริงแล้ว นรกต่างหากที่ปฏิเสธวิญญาณอาฆาตดวงนี้ จึงส่งนางให้หวนคืนมาเดินบนหมากกระดานเลือดอีกครา เพื่อสะสางบัญชีแค้นที่ยังค้างคาให้สิ้นซาก! ในชาติภพก่อน นางคือสตรีโง่เขลาที่ยอมใช้มันสมองและแผนการทั้งหมดหนุนหลังให้ 'หลี่เทียนเฉิง' สามีผู้ทรยศก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของอำนาจ แต่วันที่เขากุมอำนาจเบ็ดเสร็จ สิ่งที่นางได้รับกลับไม่ใช่ตำแหน่งฮองเฮาเคียงบัลลังก์ หากแต่เป็นจอกสุราอาบยาพิษ และข้อหา "กบฏ" ที่ถูกยัดเยียดให้ตระกูลเซียวต้องถูกประหารเจ็ดชั่วโคตร ดวงตาของน้องสาวต่างแม่ถูกควักออกลิ้นถูกตัด ส่วนบิดาต้องจบชีวิตด้วยดาบอาญาอิงฟ้าต่อหน้าธารกำนัล! ภาพความทรงจำอันโหดร้ายเหล่านั้นกรีดลึกFดั่งรอยมีดสลักลงบนหัวใจ เซียวเหวินจิ้นหลับตาลงเพื่อควบคุมระลอกคลื่นแห่งโทสะที่กำลังซัดสาด ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายตาคู่นั้นก็กลับมาคมกริบดุจใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก "พิธีบวงสรวงพรุ่งนี้... ช่างเป็นฤกษ์งามยามดีเสียจริง" นางพึมพำกับตนเอง รอยยิ้มที่มุมปากช่างลึกล้ำเกินกว่าที่สาวใช้วัยเยาว์จะหยั่งถึง "คุณหนู... จะให้บ่าวจัดเตรียมอาภรณ์สีใดเจ้าคะ สำหรับพิธีพรุ่งนี้" อวี้หลันเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ "สีชาด" เซียวเหวินจิ้นตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาทอประกายอำมหิต "ชุดสีชาดปักลายด้ายทองที่ฮูหยินใหญ่เคยส่งมาให้... นำมันออกมาจากหีบ ข้าจะสวมชุดนั้นไปประกาศศักดาให้พวกมันได้เห็นกันในวันพรุ่งนี้ ว่าตระกูลเซียวหาใช่ลูกพลับนิ่มที่ใครจะบีบขยำตามใจชอบได้อีกต่อไป" อวี้หลันขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วคุณหนูรองของนางเกลียดชังสีฉูดฉาดเช่นนั้นยิ่งนัก เพราะมันดูเหมือนเครื่องเซ่นสังเวยมากกว่าอาภรณ์ของกุลสตรี แต่วันนี้... แววตาและท่าทีของเจ้านายสาวกลับเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ความเด็ดเดี่ยวและเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากร่างบอบบางนั้น จนสาวใช้อย่างนางไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากทักท้วง ทำได้เพียงก้มหน้ารับคำแล้วรีบก้าวถอยไปจัดเตรียมตามประสงค์ ทันทีที่อยู่ลำพัง เซียวเหวินจิ้นก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง นางเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าหน้าต่างไม้แกะสลักที่เปิดรับสายลมยามค่ำคืน สายตาทอดมองออกไปเบื้องนอก ท้องนภาไร้ซึ่งหมู่ดาว มีเพียงความมืดมิดอันเวิ้งว้างที่ปกคลุมทั่วทั้งเมืองหลวง ราวกับพายุใหญ่กำลังจะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า แผนการของตระกูลหลี่และองค์ชายรองในวันพรุ่งนี้ นางจดจำมันได้ขึ้นใจ... พวกมันจะใช้แผน "ลอบปลงพระชนม์ในพิธีบวงสรวง" โดยโยนความผิดทั้งหมดมาให้ตระกูลเซียว เป็นเหตุให้กองกำลังพิทักษ์เมืองเข้าปิดล้อมจวนและกวาดล้างคนในตระกูลอย่างไร้ความปรานี แต่ทว่า ในชาตินี้... หมากตานั้นจะไม่เดินไปตามที่พวกมันขีดเส้นไว้อย่างแน่นอน "ในเมื่อพวกท่านอยากเล่นเกมอำนาจนัก ข้าผู้เป็นกุนซือคนนี้ก็จะจัดกระดานใหม่ให้พวกท่านได้ลิ้มรสความพ่ายแพ้จนกระอักเลือดเอง" เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับเสียงใບไม้ไหวลอยมาจากระเบียงด้านนอก เซียวเหวินจิ้นหรี่ตาลงเล็กน้อย นางมิได้ตกใจตระหนก ทว่ากลับยกย่องมุมปากขึ้นอย่างรู้ทัน แขนเสื้อกว้างสะบัดเพียงเบาๆ ร่างระหงก็หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับความมืดภายในห้อง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชียบราวกับภูตผี บุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล สวมหน้ากากเงินครึ่งซีกปิดบังใบหน้าครึ่งบน ทว่านัยน์ตาคมกลาบดั่งเหยี่ยวคู่นั้นกลับสุกใสและทรงอำนาจจนน่าเกรงขาม เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ห่างจากนางเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นอายความเย็นชาและกลิ่นอายสงครามที่ติดตัวเขามา ทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตา "แม่นางเซียว... ดูเหมือนเจ้าจะมิได้ตกใจเลยสักนิดที่เห็นแขกยามวิกาลเช่นนี้" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อยดังขึ้น บุรุษปริศนากวาดสายตามองสตรีตรงหน้าด้วยความสนใจระคนระแวดระวัง นี่คือองค์ชายสาม 'จ้าวเฟยหลง' ผู้ที่ผู้คนต่างตราหน้าว่าไร้ค่าและมักมากในสุารีย์ แต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่าภายใต้หน้ากากความเสเพลนั้น คือพยัคฆ์ร้ายที่ซ่อนเล็บรอวันขย้ำบัลลังก์! เซียวเหวินจิ้นไม่ตอบคำ นางเพียงก้าวเข้าไปใกล้เขาช้าๆ อย่างไม่เกรงกลัว ร่างบางหยุดยืนห่างจากเขาเพียงคืบ กลิ่นหอมจางๆ จากกายสาวปะปนกับกลิ่นกำยานลอยเข้าจมูกของจ้าวเฟยหลง จนบุรุษหนุ่มถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมกลาบขององค์ชายสามอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มที่อันตรายที่สุดเท่าที่เขาเคยพบพานมาในชีวิต "หม่อมฉันกำลังรอพระองค์อยู่พอดีเพคะ... องค์ชายสาม" นางเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ ทว่าทุกคำกลับชัดเจนก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน "เพราะหากพระองค์มาช้ากว่านี้อีกนิด หมากกระดานนี้คงจะเริ่มเดินโดยไม่มีพระองค์เข้ามาร่วมวงด้วยเสียแล้วกระมัง" จ้าวเฟยหลงนัยน์ตาหรี่แคบลงทันที ความตกใจฉายวาบผ่านนัยน์ตาคมกลาบเพียงชั่วพริบตา เขากวาดตามองสตรีตรงหน้าใหม่อีกครั้งอย่างพินิจพิเคราะห์ นางเปลี่ยนไป... เปลี่ยนไปจนน่ากลัว ไม่มีแววตาหวาดกลัวหรือความอ่อนแอหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความลึกล้ำดั่งห้วงมหาสมุทรและความทะเยอทะยานที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ทว่า ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เซียวเหวินจิ้นก็ยกมือขึ้นเรียวสวยแตะลงที่ปลายดาบพกข้างเอวของเขาเบาๆ นางโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเขา กระซิบถ้อยคำประโยคหนึ่งที่ทำให้องค์ชายผู้เยือกเย็นและไร้พ่ายมาตลอดชีวิต ถึงกับต้องผะหนีบหายใจสะดุดด้วยความระทึกใจ "หากพระองค์ทรงต้องการบัลลังก์มังกรนั้น... หม่อมฉันจักเป็นผู้ถวายมันให้เองเพคะ แลกกับการที่พระองค์ต้องกุดหัวพวกตระกูลหลี่ให้สิ้นซากในคืนวันพรุ่งนี้!" ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้องชั่วอึดใจ จ้าวเฟยหลงจ้องมองสตรีในอ้อมกอดทางสายตาที่เต็มไปด้วยความระแวงและทึ่งระคนกัน ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่พร้อมกับเสียงโห่ร้องก้องกังวานของทหารยามก็ดังขึ้นทำลายความเงียบจากนอกกำแพองจวน! "มีคนบุกรุก! จับกุมตัวคนร้ายไว้!" แสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษ เงาร่างของทหารนับสิบชีวิตกำลังวิ่งกรูเข้ามาใกล้เรือนพักของนางทุกขณะ และในวินาทีหน้าสิ่วหน้าขานั้นเอง จ้าวเฟยหลงกลับมิได้หลบหนี เขากลับคว้าเอวบางของนางเข้าหาตัวแน่น รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากขององค์ชายหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของแผ่นดิน ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและก้าวขึ้นสู่หมากกระดานเลือดไปพร้อมกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%