หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด•ตอนที่ 4

ลมเปลี่ยนทิศ

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
ไอระเหยจากชาตงติงลอยกรุ่นเคล้าคลออยู่เหนือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องหนังสือลับกลับเย็นเยียบดั่งน้ำค้างแข็งในย่ำรุ่ง "ท่านอ๋องเพคะ... ได้เวลาเดินหมากตาแรกแล้วกระมัง" เซียวเหวินจิ้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ ทว่าแววตากลับพราวระยับด้วยประกายไฟแห่งการแก้แค้น นางขยับกายเล็กน้อย อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์เพลิงสีชาดแนบลู่ไปตามสัดส่วนระหง ทุกการเคลื่อนไหวเปี่ยมด้วยความสง่างามเยือกเย็นดั่งราชสำนักชั้นสูง ปลายนีวดั่งหยกขาวเรียวยาวคีบเบี้ยสีดำสนิทขึ้นมา ก่อนจะวางลงบนกระดานศิลาอย่างแม่นยำ เสียง 'แป๊ก' กังวานก้องทำลายความเงียบงันในยามราตรี จ้าวเฟยหลงมิได้มองกระดานหมากล้อมตรงหน้า ดวงพักตร์คมคายประดับรอยยิ้มมุมโอษฐ์ที่ยากจะหยั่งถึง เขายื่นมือหนาออกไปรินชาอุ่นๆ ให้สตรีตรงหน้า ช้าๆ อย่างไม่รีเรย์ "เจ้าใจร้อนเกินไปแล้ว เหวินจิ้น" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองนาง "การค้าเกลือหลวงในมณฑลเจียงหนานตระกูลสวีผูกขาดมานานสามรัชกาล รากฐานรากลึกฝังรากแก้วลงใต้ดินลึกยิ่งนัก หากจะถอนรากถอนโคน หาใช่เรื่องที่จะสะบัดพัดเพียงครั้งเดียวแล้วพายุจะสงบ" "หม่อมฉันมิได้จะสะบัดพัดเพคะ แต่หม่อมฉันจะจุดไฟเผาเรือนของพวกมันต่างหาก" เซียวเหวินจิ้นแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบ "ท่านอ๋องทรงลืมไปแล้วหรือเพคะว่า สุนัขที่กินอิ่มสำราญจนเกินไป ย่อมมักง่ายและสะเพร่า... โดยเฉพาะสุนัขรับใช้ที่ชื่อ 'สวีฮào' ผู้นั้น" ชื่อของเสนาบดีคลังสวีฮ่าวถูกเอ่ยขึ้นราวกับสายลมพิษที่พัดผ่านห้องหนังสือ จ้าวเฟยหลงหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนมุมโอษฐ์จางหายไปแทนที่ด้วยความเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัว ในฐานะองค์ชายสามผู้ถูกเนรเทศทางพฤตินัย พระองค์ทรงรู้ดีว่าตระกูลสวีคือท่อน้ำเลี้ยงสำคัญขององค์รัชทายาท หากตัดเส้นทางนี้ได้ เท่ากับตัดแขนขาของศัตรูทางการเมืองไปข้างหนึ่งทันที "เจ้ามีแผนการอันใดในใจ" จ้าวเฟยหลงโน้มพระiวรกายเข้ามาใกล้ กลิ่นอายบุรุษสูงศักดิ์เจือกลิ่นอายสนธยาโชยปะทะนาสิกของนาง "เกลือหลวงในท้องคลังมีรอยโหว่เพคะ" เซียวเหวินจิ้นขยับตัวเข้าหาเล็กน้อย แววตาฉายแววเจ้าเล่ห์ลึกล้ำ "ปีนี้ฝนแล้งติดต่อกันสามครา ราษฎรอดยอยากปากแห้ง แต่เกลือหลวงกลับล้นทะลักคลังสินค้าที่ท่าเรือเจียงหนาน สวีฮ่าวลักลอบนำเกลือเถื่อนคุณภาพต่ำเข้ามาปะปนในท้องคลัง เพื่อกอบโกยส่วนต่างเข้ากระเป๋าตนเอง นี่คือ 'จุดตาย' ที่พวกมันซ่อนไว้ภายใต้ความมั่งคั่ง" "เกลือเถื่อนปะปน..." จ้าวเฟยหลงทวนคำ ดวงเนตรคมวาววับขึ้นวับวูบ "หากเรื่องนี้รั่วไหลไปถึงพระเนตรพระกรรณ์ โทษทัณฑ์คือประหารเจ็ดชั่วโคตร แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า ในเมื่อตระกูลสวีติดสินบนเจ้าสำนักตรวจสอบบัญชีไปทั่ว ราชสำนักมีหรือจะกล้าตรวจสอบบัญชีลับเหล่านั้น" "ราชสำนักอาจไม่กล้า... แต่ 'ประชาชน' และ 'ความหิวกระหาย' กล้าเพคะ" เซียวเหวินจิ้นหยิบตลับไม้จันทน์หอมขึ้นมาเปิด ด้านในบรรจุผงสีขาวบริสุทธิ์ นางแตะปลายนิ้วลงไปเล็กน้อย "นี่คือเกลือสินเธาว์จากเหมืองร้างที่หม่อมฉันให้คนไปกว้านซื้อมา มันมีพิษอ่อนๆ เจือปน หากกินต่อเนื่องสามเดือน ร่างกายจะอ่อนแรง ผิวหนังจะพุพองและมีอาการคล้ายโรคร้าย หม่อมฉันได้ส่งเกลือเหล่านี้ล็อตใหญ่เข้าสู่ตลาดที่ตระกูลสวีดูแลอยู่แล้วในคืนนี้" จ้าวเฟยหลงชะงัก พระพักตร์ช็อกไปชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมระคนทึ่ง "เจ้า... ลงมือไปก่อนที่เราจะอนุญาตเสียอีกหรือ?" "ในสนามรบแห่งอำนาจ ความลังเลคือความตายเพคะท่านอ๋อง" นางสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แววตาดำขลับคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน "หม่อมฉันเพียงแต่นำทางให้มัจจุราชไปเคาะประตูบ้านของตระกูลสวีเท่านั้น อีกสามวัน เมื่อชาวบ้านล้มป่วยลงพร้อมกันนับร้อยชีวิต ศาลตระกูลสวีจะกลายเป็นโรงละครสัตว์ที่สนุกที่สุดในเมืองหลวง" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เต็มไปด้วยแรงกดดันอันมหาศาล จ้าวเฟยหลงมองสตรีตรงหน้าราวกับเพิ่งเคยรู้จักนางเป็นครั้งแรก สตรีผู้นี้มีความงดงามที่เย้ายวนใจดั่งปีศาจจิ้งจอก ทว่าสมองกลับเฉียบคมและเลือดเย็นยิ่งกว่ากุนซือเฒ่าผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาครึ่งชีวิต ไร้ความปรานี ไร้ความลังเล มีเพียงแผนการซ้อนแผนการที่วางไว้รัดกุมดึงดูดใจ "เจ้าช่าง... ร้ายกาจนัก เหวินจิ้น" จ้าวเฟยหลงเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า มือหนายื่นไปสัมผัสแก้มนวลแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่น ทว่าแฝงความหนักแน่นดั่งหินผา "แต่เราชอบ... เราชอบความร้ายกาจของเจ้า" เซียวเหวินจิ้นนิ่งงับปลายนิ้วลงเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านพวงแก้ม นางสูดลมหายใจลึกเพื่อตั้งสติจากสัมผัสที่ทำ1ให้หัวใจที่ด้านชาของนางสั่นไหว ก่อนจะเอ่ยเตือนสติด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย "อย่าเพิ่งชมหม่อมฉันเลยเพคะท่านอ๋อง เกมนี้เพิ่งเริ่มต้น ตระกูลสวีเป็นเพียงปลาตัวใหญ่ ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังยังคงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด" ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุไปด้วยไอความร้อนแห่งแรงปรารถนาและการชิงไหวชิงพริบนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นจากนอกประตูห้องหนังสือ ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้ง เป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดจากหน่วยข่าวกรองลับ "ท่านอ๋องพะยะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพะยะค่ะ!" เสียงขององครักษ์ประจำตัวดังลอดเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก ลมหายใจหอบกระชั้น จ้าวเฟยหลงขมวดพระขนมัดแน่น พระองค์ดึงพระหัตถ์กลับอย่างไม่สบอารมณ์ ชำเลืองมองประตูด้วยแววตาดุร้ายดั่งพญาเสือที่ถูกขัดจังหวะ "เข้ามา!" ประตูห้องหนังสือถูกผลักเปิดออกอย่างแรง องครักษ์หนุ่มพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้น สีหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับเพิ่งไปวิ่งฝ่าสายฝนมา "มีราชโองการลับด่วน... ส่งตรงจากตำหนักในพะยะค่ะ!" องครักษ์ละล่ำละลักรายงาน มือที่ยื่นม้วนผ้าไหมสีเหลืองทองสั่นเทาเล็กน้อย "ฮ่องเต้ทรงพระประชวรหนักกะทันหันเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อน และ... และมีพระราชโองการด่วนแต่งตั้งให้องค์รัชทายาท เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินชั่วคราว พร้อมทั้ง... มีรับสั่งให้กักบริเวณท่านอ๋องและกวาดล้างสำนักกุนซือทันทีพะยะค่ะ!" คำกล่าวรายงานนั้นดั่งสายฟ้าฟาดผ่ากลางห้องหนังสือในยามดึก เซียวเหวินจิ้นหน้าถอดสีเป็นครั้งแรก นัยน์ตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างตกตะลึง ทว่าจ้าวเฟยหลงกลับมิได้ตกใจอย่างที่ควรจะเป็น พระองค์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างทอดทับร่างขององครักษ์จนมืดมิด ดวงเนตรคมกริบกวาดมองม้วนพระราชโองการในมือด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ไร้ซึ่งความกลัว มีเพียงประกายตาแห่งความคลุ้มคลั่งและดุดันที่ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเกมหมากอันตรายนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานศิลาอาถรรพ์: กลยุทธ์ทวงคืนบัลลังก์เลือด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%