กลิ่นอายกำยานนิลกาฬลอยอบอวลอยู่เบื้องหน้า เจือจางด้วยกลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ที่มีเพียงคนเคยตายอย่างหลินเฟยเทียนเท่านั้นจะรับรู้ได้ทันที ร่างระหงในชุดคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองลายพยัคฆ์ซ่อนลายหงส์นั่งนิ่งสนิทอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม ทว่าดวงเนตรหงส์คู่นั้นกลับทอประกายเยียบเย็นดุจน้ำแข็งพันปี ปลายเรียวนิ้วขาวผ่องกำลังบรรจงวางหมากสีดำลงบนกระดานหยกสลักอย่างเชื่องช้า ทว่ามั่นคง
"ท่านกุนซือหลิน... ดูท่าทางวันนี้ อารมณ์การเดินหมากของท่านจะดุดันเป็นพิเศษนะเจ้าคะ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนยาพิษดังขึ้นจากมุมมืดของตำหนักรับรอง แสงตะเกียงไaน้ำมันกู่ฉินสั่นไหววูบวาบตามจังหวะลมหายใจของผู้มาเยือน ร่างสูงโปรสง่างามในชุดขุนนางชั้นสูงก้าวออกมาจากเงาอัปมงคล ใบหน้านั้นงดงามราวกับหยกสลัก คิ้วดั่งกระบี่ นัยน์ตาหงส์เรียวยาวทอดมองนางด้วยรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ—‘เซี่ยอวี้หลาง’ อดีตสหายสนิทผู้ทรยศหักหลัง และเป็นผู้ที่ผลักนางตกสู่ขุมนรกโลกันต์ในชาติภพก่อน
หลินเฟยเทียนมิได้เงยหน้าขึ้นมองทันที นางเพียงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่บางเบายิ่งกว่าปีกจักจั่น
"คนเรามักจะเดินหมากผิดพลาด ก็ต่อเมื่อคิดว่าคู่ต่อสู้ตายไปแล้วมิใช่หรือเพคะ ใต้เท้าเซี่ย"
เซี่ยอวี้หลางชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างชั่วพริบตา ก่อนจะหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่กลับทำให้บรรยากาศรอบตัวหนתเหน็บลงถนัดตา เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะหมากรุก กลิ่นอายความทะเยอทะยานและกลิ่นหอมของสุราชั้นดีโชยปะทะนาสิก
"ท่านกุนซือยังคงคารมคมคายเช่นเคย กระดานนี้... ดูท่าทางฝั่งสีขาวของข้ากำลังจะจนมุมแล้วกระมัง?" เซี่ยอวี้หลางเอ่ยพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์บนกระดานหยกที่ถูกปิดตายทุกหนทาง
หลินเฟยเทียนเงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับเก่า แววตาของนางนิ่งสนิทไร้คลื่นอารมณ์ ดุจผิวน้ำในบึงลึกที่ซากศพจมดิ่ง "จนมุมหรือเพคะ? ใต้เท้าเซี่ยเข้าใจผิดแล้ว หมากทุกตัวบนกระดานนี้... ล้วนแต่วางไว้เพื่อรอเวลาให้ท่านเดินตกลงไปในหลุมพรางที่ข้าขุดรอไว้ต่างหาก"
คำพูดนั้นเรียบง่าย ทว่ากลับทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจผู้ฟัง เซี่ยอวี้หลางหรี่ตาลง รังสีสังหารแผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกคุ้นเคยบางอย่างแล่นริ้วขึ้นในอก ความรู้สึกที่ว่าสตรีตรงหน้ามิใช่เพียงกุนซือผู้ปราดเปรื่อง แต่คือนางพญาที่ฟื้นคืนชีพมาจากกองเพลิงแห่งความแค้น
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าประตูกตำหนัก ร่างสูงสง่าในชุดอาภรณ์สีม่วงเข้มขององค์ชายรัชทายาท—มู่หรงเฉิน ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับทอประกายคมปลาบดุจพญาอินทรีที่มองเหยื่อ
"ดูเหมือนว่าข้าจะมาขัดจังหวะการสนทนาอันออกรสของใต้เท้าเซี่ยกับกุนซือหลินสินะ?" มู่หรงเฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
เซี่ยอวี้หลางรีบลุกขึ้นประสานมือคำนับองค์ชายมู่หรงเฉินอย่างนอบน้อม ทว่าในแววตาหาได้มีความยำเกรงอย่างแท้จริงไม่ "กระหม่อมเพียงแวะมาเยี่ยมเยียนท่านกุนซือผู้ปราดเปรื่องเพื่อหารือเรื่องราชสำนักเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ ไม่คิดว่าองค์ชายจะเสด็จมาด้วยพระองค์เอง"
"ราชสำนักหรือ?" มู่หรงเฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ร่างสูงเดินเข้าไปยืนเคียงข้างหลินเฟยเทียน มือหนาวางลงบนพนักเก้าอี้ที่นางนั่งอยู่ ราวกับการแสดงความเป็นเจ้าandประกาศอาณาเขตทางอ้อม "เกรงว่าสิ่งที่ใต้เท้าเซี่ยสนใจ หาใช่เรื่องราชสำนักไม่ แต่เป็น ‘หมาก’ ตัวสำคัญที่ท่านหมายตาไว้ต่างหาก"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกได้ เซี่ยอวี้หลางเงยหน้าขึ้นสบตากับองค์ชายมู่หรงเฉิน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงอยู่ ทว่าดวงตากลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งการชิงดีชิงเด่น
หลินเฟยเทียนเหลือบมองมือหนาของมู่หรงเฉินที่วางอยู่ใกล้ไหล่นาง นางมิได้ขยับหนี ปลายนิ้วยังคงคีบหมากสีดำไว้มั่น ก่อนจะค่อยๆ วางมันลงบนจุดตายของกระดาน เสียงกระทบของหยกดัง ‘คลิก’ ก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงัน
"หากใต้เท้าเซี่ยอยากได้หมากตัวนี้..." หลินเฟยเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น "เกรงว่าท่านจะต้องเอาชีวิตของตนเองมาแลกบนกระดานนี้เสียก่อน..."
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตากับเซี่ยอวี้หลางด้วยแววตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่แผดเผา
"...เพราะหมากตานี้ ข้าเป็นคนเริ่มเล่น และข้า...จะเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียว"
เซี่ยอวี้หลางหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบเป็นประกายระยับด้วยความถูกใจและความกระหายในชัยชนะ "เช่นนั้น... ข้าจะคอยดูว่ากุนซือหลินจะพยัคฆ์สาวเช่นท่าน ลากข้าลงนรกไปพร้อมกันได้อย่างไร"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงกง공ขันรายงานหน้าประตูกลับดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ทูล... ทูลองค์ชาย! มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... และ... และกองกำลังราชองครักษ์เสื้อแพรได้ปิดล้อมตำหนักนี้ไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เซี่ยอวี้หลางหันไปยิ้มเหยียดให้หลินเฟยเทียนทันทีที่สิ้นเสียงรายงาน ในขณะที่มู่หรงเฉินขมวดคิ้วแน่น มือที่วางบนพนักเก้าอี้กำชับแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
บนโต๊ะหมากรุก... จู่ๆ ชาในจอกที่ตั้งอยู่เบื้องหน้าเซี่ยอวี้หลางก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิทพร้อมกับควันสีม่วงที่ลอยกรุ่นขึ้นมา โดยที่ไม่มีใครแตะต้องมันเลยแม้แต่น้อย!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจไปกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 11
เสียงเพรียกจากความแค้น
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!