กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 12

สายลมแห่งความเปลี่ยนแปลง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
หมึกสีชาดบนราชโองการแผ่นนั้นยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายของความตายและความทะเยอทะยานก็คละคลุ้งไปทั่วตำหนักรับรองแล้วค่ะ "ตำแหน่ง 'ราชเลขาธิการฝ่ายซ้าย' ควบตำแหน่ง 'ที่ปรึกษาราชสำนักชั้นผู้ใหญ่'... ช่างเป็นเกียรติยศที่ฮ่องเต้ประทานให้อย่างไม่อาจปฏิเสธจริงๆ นะคะ ใต้เท้าหลิน" เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืดของห้องโถง องค์ชายมู่หรงเฉินในอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงาจันทร์ สรรพนามและน้ำเสียงที่ใช้บ่งบอกถึงความสนิทสนมที่คนนอกไม่มีวันได้ล่วงรู้ ทว่าแววตาคู่คมกลับจับจ้องร่างระหงในชุดขุนนางสีม่วงเข้มคาดแถบหยกแท้เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งชื่นชม หวาดระแวง และลุ่มหลงในคราเดียวกัน หลินเฟยเทียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางค่อยๆ วางพู่กันขนหมาป่าลงบนแท่นหินอัคนีอย่างเชื่องช้า ท่าทางสงบนิ่งราวกับตำแหน่งขุนนางขั้นสองที่เพิ่งได้รับมานั้น เป็นเพียงเศษฝุ่นธุลีที่ปลิวตกลงบนบ่า หาใช่ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์ที่เหล่าขุนนางเก่าแก่ต้องแย่งชิงกันจนเลือดตากระเด็นไม่ "เกียรติยศหรือเพคะ... สำหรับหม่อมฉันแล้ว มันเป็นเพียงก้อนอิฐก้อนแรกที่วางไว้เพื่อสร้างหลุมฝังศพให้แก่พวกสุนัขรับใช้สกุลสือต่างหาก" หลินเฟยเทียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยประกายเพลิงแห่งความแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้รอยยิ้มอันงดงามหยาดเยิ้ม นางหันกลับมาเผชิญหน้ากับองค์ชายหนุ่ม อาภรณ์ขุนนางปักลายหงส์ทองซ่อนลายปักวิจิตรสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอม ทรวดทรงระหงดูสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจ บรรยากาศรอบตัวนางในยามนี้ช่างเยือกเย็นและอันตรายดึงดูดใจ ราวกับดอกไม้พิษที่บานสะพรั่งอยู่บนปากเหวแห่งความตาย มู่หรงเฉินสาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นหอมจางๆ ของสนป่าโชยปะทะนาสิก เขาโน้มใบหน้าลงมาจนแทบชิดซีกแก้มเนียนนุ่ม สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอระหง "เจ้าช่างใจกล้าขึ้นทุกวัน... การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งราชเลขาธิการในวัยเพียงเท่านี้ ทำให้เจ้ากลายเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งของเสนาบดีสือและพรรคพวก ทรงกลมกลืนแต่เปี่ยมด้วยพิษสงเช่นนี้ เจ้าไม่กลัวว่าตนเองจะพลาดพลั้งตกลงไปในหลุมพรางที่ขุดไว้เองหรือ?" หลินเฟยเทียนไม่ถอยหนี นางกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ ปลายจมูกเกือบจะชนกัน ระยะห่างที่แนบชิดนี้ทำให้หัวใจของมู่หรงเฉินกระตุกวูบอย่างควบคุมไม่ได้ "ถ้าปราศจากความเสี่ยง แล้วไพ่บนกระดานจะพลิกกลับได้อย่างไรเพคะ? หม่อมฉันยอมเอาคอขึ้นไปแขวนบนเส้นด้าย ก็เพื่อแลกกับการได้เห็นตระกูลสืดย่อยยับคามือก속... พระองค์เองก็ทรงรอเวลานี้อยู่ไม่ใช่หรือเพคะ?" มุมปากหยักลึกของมู่หรงเฉินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เขาเอื้อมมือหนาออกไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของนางอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมขัดกับสถานการณ์การเมืองอันเชือดเฉือนเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง "เจ้าคือสตรีเพียงคนเดียว... ที่กล้าใช้ราชสำนักเป็นกระดานหิน และใช้ชีวิตของข้ากับเจ้าเป็นเดิมพัน" "เพราะหม่อมฉันรู้ดีว่า พระองค์ไม่มีทางปล่อยให้หม่อมฉันตายก่อนที่เกมจะจบลงหรอกเพคะ" นางเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเย้ายวน สำนวนและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจในหมากทุกตาที่ตนเดิน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองกำลังถักทอด้วยความลึกซึ้งและตึงเครียด เสียงเคาะประตูสามครั้งตามรหัสลับก็ดังขึ้นจากด้านนอก ตามด้วยเสียงรายงานด้วยความร้อนรนขององครักษ์เงา "เรียนท่านราชเลขาธิการ... และองค์ชาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเฉินชักมือกลับอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งในฉับพลัน หลินเฟยเทียนขยับตัวจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ ก่อนจะเอ่ยอนุญาตด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "เข้ามาได้" ประตูห้องโถงถูกผลักเปิดออกอย่างแรง องครักษ์เงาในชุดดำสนิทคุกเข่าลงเบื้องหน้า เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า "สายลับของเราที่แฝงตัวอยู่ในจวนเสนาบดีสือส่งข่าวมาด่วนที่สุดพ่ะย่ะค่ะ... เมื่อช่วงยามชั่วยามที่ผ่านมา (ประมาณ 3 ทุ่ม) มีราชทูตลับจากแคว้นเป่ยเหลียงลักลอบเข้าพบเสนาบดีสือผ่านอุโมงค์ลับ และพวกมัน... กำลังวางแผนลอบปลงพระชนม์องค์ฮ่องเต้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ล่าสัตว์ประจำปีที่ป่าไผ่หลวงในอีกสามวันข้างหน้า!" สิ้นคำรายงาน บรรยากาศภายในห้องก็ดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ดวงตาของหลินเฟยเทียนหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด สมองอันชาญฉลาดประมวลผลสถานการณ์ด้วยความเร็วสูง แผนการของตระกูลสือไม่ได้หยุดแค่การกำจัดขุนนางฝ่ายตรงข้ามในราชสำนัก แต่มันคือการ "กบฏล้างแผ่นดิน" โดยใช้มือของต่างชาติ! มู่หรงเฉินหันมามองหน้าหลินเฟยเทียนทันที แววตาของเขาลุกโชนด้วยประกายสังหารที่น่าสะพรึงกลัว "พวกมันรนหาที่ตายเอง... งานเลี้ยงล่าสัตว์สามวันข้างหน้า จะเป็นงานศพหมู่ของพวกมัน" หลินเฟยเทียนแย้มยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุด... แต่กลับหนทึบและเต็มไปด้วยกลิ่นอายมรณะที่ชวนให้ขนหัวลุก นางก้าวเข้าไปหยิบถ้วยชาหยกขาวที่เพิ่งรินเสร็จขึ้นมาส่งให้องค์ชายหนุ่ม "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมใหญ่... เราก็แค่จัดฉากให้พวกมันแสดงบทบาท 'กบฏทรยศแผ่นดิน' ให้ฮ่องเต้และขุนนางทั่วทั้งใต้หล้าได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองก็พอเพคะ" นางเอ่ยพางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "ดื่มชาถ้วยนี้เพื่อเป็นฤกษ์ชัย... แล้วเตรียมรับตำแหน่งที่สูงยิ่งกว่าเดิมเถอะเพคะ องค์ชายของหม่อมฉัน" มู่หรงเฉินรับถ้วยชาจากเรียวนิ้วเรียวงามของนาง สายตาคมกริบประสานกับดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยแผนการณ์อันล้ำลึก เขาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูจนเส้นผมของทั้งสองเคลียคลอระกัน "ถ้าเกมนี้พวกเราชนะ... เจ้าจะต้องแต่งตั้งให้ข้าเป็น 'สามี' ที่อยู่เคียงข้างบัลลังก์ของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" ทว่า ก่อนที่หลินเฟยเทียนจะได้เอ่ยคำใดตอบรับ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยนายพร้อมเสียงเกราะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวก็ล้อมรอบตำหนักรับรองแห่งนี้ไว้ทั้งหมด! เงาร่างของทหารองครักษ์หลวงนับร้อยนายพุ่งพรวดเข้ามาพังประตูห้องโถงกระจุยกระจาย พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีเฒ่าคนสนิทข้างกายฮ่องเต้ที่ถือราชโองการสีทองอร่ามในมือ ใบหน้าของขันทีเฒ่าซีดเผือดและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ขณะที่สายตาดุดันกวาดมองมาที่พวกเขาทั้งสองคนด้วยความตื่นตะลึง "ใต้เท้าหลิน... และองค์ชายมู่หรงเฉิน! มีพระราชโองการด่วนจากฝ่าบาท... ทรงมีรับสั่งให้จับกุมพวกท่านทั้งสองในข้อหา 'สมคบคิดกับแคว้นเป่ยเหลียง เป็นกบฏกวาดล้างราชบัลลังก์!' เดี๋ยวนี้!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจและลุ้นระทึกไปกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%