กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 13

หมากรุกกระดานแรกจบลง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
"หมึกชาดแท่งนี้... ราคาค่างวดคงเทียบเท่ากับเบี้ยหวัดของกองทหารรักษาการณ์เมืองหลวงทั้งกองร้อยกระมังเจ้าคะใต้เท้า" เสียงหัวเราะเบาๆ ที่เจือไปด้วยความเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบงันภายในห้องหนังสืออันมืดสลัว กลิ่นกำยานราคาแพงที่ลอยอวลอยู่กลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาจากร่างไร้ลมหายใจของ 'จางเหวิน' ขุนนางขั้นหกผู้กุมบัญชีลับการทุจริตของตระกูลอัครเสนาบดี หลินเฟยเทียน ในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมโปร่งสีนิล เขายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือ มือเรียวขาวดั่งหยกสลักกำลังบรรจงใช้ปลอกนิ้วทองคำเขี่ยกระดาษสานที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตให้พ้นจากคราบสกปรก ดวงตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวซ่อนความคมปลาบไว้ภายใต้ขนตางอนงาม นางมิได้เหลือบแลศพที่นอนกองอยู่แทบเท้าแม้แต่น้อย ราวกับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าเป็นเพียงขยะชิ้นหนึ่งที่ถูกปัดกวาดให้พ้นทาง เงาร่างสูงโปร่งขององค์ชายมู่หรงเฉินก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาไม้จันทน์หอม พระเนตรสีนิลคู่นั้นกวาดมองหลักฐานสำคัญในมือของกุนซือคู่ใจด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และระคนหวาดหวั่นในคราเดียวกัน "เจ้าทำให้สุนัขรับใช้ที่จงรักภักดีที่สุดของตระกูลจางยอมคายความลับทั้งหมดออกมาได้ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม... เฟยเทียน วิธีการของเจ้านับวันยิ่งเด็ดขาดไร้ความปราณีจนข้าแทบจำสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ผู้เคยหลบหนีการตามล่าเมื่อสามปีก่อนไม่ได้แล้ว" มู่หรงเฉินตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แฝงรอยยิ้มหยันที่มุมโอษฐ์ พระองค์ย่างพระบาทเข้ามาใกล้ ปลายฉลองพระองค์กวาดผ่านรอยเลือดที่นองบนพื้นโดยไม่ใส่พระทัย หลินเฟยเทียนมิได้สะทกสะท้านต่อน้ำเสียงนั้น นางเพียงวางกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับพระองค์ อาภรณ์สีเพลิงสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงสำริดวับแวมราวกับเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งที่ขวางหน้า "ความปราณีหรือเพคะ... สิ่งนั้นเป็นเครื่องประดับราคาแพงที่คนอย่างหม่อมฉันไม่มีสิทธิ์ครอบครองตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบย่างกลับเข้าสู่เมืองหลวงแห่งนี้แล้ว" นางทูลตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าทุกคำกลับคมกริบดั่งใบมีดที่เคลือบยาพิษ "ตระกูลจางใช้เวลาสิบปีในการสร้างเครือข่ายผลประโยชน์บนหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อของราษฎร การจะโค่นต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแก้วหยกลึกถึงขุมนรก หากไม่ตัดรากถอนโคนตั้งแต่ตัวการระดับล่างเช่นนี้ เกรงว่าเกียรติยศและชีวิตของพระองค์... รวมถึงลมหายใจของหม่อมฉัน คงไม่ยืนยาวพอจะได้เห็นวันพิพากษาหรอกเพคะ" มู่หรงเฉินทอดพระเนตรสตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง แววตาที่เคยว่างเปล่าและซ่อนเร้นความระแวดระวัง บัดนี้กลับฉายประกายความเร่าร้อนดั่งเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นในฤดูหนาว พระองค์ยื่นพระหัตถ์ไปแตะปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มนวลของนางแผ่วเบา สัมผัสนั้นทั้งอ่อนโยนและหนักแน่นราวกับคำมั่นสัญญาที่ไร้เสียง "เจ้าช่างกล้าหาญและ... อันตรายยิ่งนัก" มู่หรงเฉินตรัสกระซิบชิดริมฝีปากของนาง "แต่ข้าชอบ... หมากตัวแรกถูกเดินอย่างไร้ที่ติ ตระกูลจางคงยังไม่รู้ตัวว่าเสาหลักต้นหนึ่งในห้องใต้ดินได้พังทลายลงแล้ว" "พวกเขายังไม่รู้ตัวหรอกเพคะ... จนกว่าพระราชโองการตรวจสอบบัญชีคลังหลวงฉบับใหม่จะไปถึงมือเสนาบดีจางในยามรุ่งสางพรุ่งนี้" รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากของหลินเฟยเทียน นางเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาอุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาจิบเบาๆ ดวงตาสุกสกาวคู่นั้นมองลอดผ่านไอน้ำร้อนที่ลอยกรุ่น "หมากกระดานนี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ความเจ็บปวดที่พวกมันเคยฝากไว้... ข้าจะทบต้นทบดอกคืนให้สาสม" บรรยากาศในห้องหนังสือกลับมาเงียบงันอีกครั้ง ทว่าในความเงียบนั้นกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล เสียงฝีเท้าขององครักษ์เงาที่ลอบเข้ามาทางหน้าต่างด้านหลังทำให้ทั้งสองชะงัก "กราบทูลองค์ชาย... กุนซือหลิน" องครักษ์คุกเข่าลงเบื้องหน้าด้วยความเร่งรีบ สีหน้าเคร่งเครียดจนเห็นเส้นเลือดที่ขมับ "มีข่าวจากตำหนักใน... พระสนมเอกตระกูลจางทรงทราบเรื่องการตายของจางเหวินแล้ว และเวลานี้... ฝ่าบาทกำลังเสด็จมายังจวนขององค์ชายด้วยพระองค์เองพ่ะย่ะค่ะ!" ถ้วยชาในมือของหลินเฟยเทียนหยุดชะงักกลางอากาศ รอยยิ้มเมื่อครู่แข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหรี่แคบลงด้วยความระแวดระวังอย่างถึงที่สุด ราตรีนี้... ยังอีกยาวไกลนัก... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจและลุ้นระทึกไปกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%