กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 21

มิตรหรือศัตรู

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มปีศาจลอยกรุ่นอยู่เหนือโต๊ะไม้จันทน์แดง ทว่าความเงียบงันภายในห้องโถงลับ ณ จวนสกุลหลินกลับหนักอึ้งเสียยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูก "เจ้ากล้าเดิมพันอนาคตของราชสำนักไว้บนปลายนิ้วของคนผู้เดียว... ช่างกล้าหาญยิ่งนัก กุนซือหลิน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำดั่งหินผาบดเบียดดังขึ้น ทลายบรรยากาศอันหยุดนิ่งลงอย่างไม่ไว้หน้า หลินเฟยเทียนมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวหงส์หรี่ลงเล็กน้อยอย่างครุ่นคิด นางยังคงจดจ้องเม็ดหมากล้อมสีดำบนกระดานหยกขาวที่สัประยุทธ์กันอย่างดุเดือด ปลายนิ้วเรียวยาวคีบหมากล้อมขาวไว้มั่น ก่อนจะวางมันลงอย่างแผ่วเบา ทว่ามั่นคงราwithรากฐานขุนเขา "หากมิใช่เพราะฝ่าบาทและหม่อมฉันต่างไม่มีทางถอยหลังแล้ว... มีหรือที่หม่อมฉันจะกล้าดึง 'เสือร้ายแห่งชายแดนพยัคฆ์' เข้ามาสู่เกมกระดานนี้ล่ะคะ" หลินเฟยเทียนเอ่ยตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยคมมีดซ่อนเร้น นางเงยหน้าขึ้นสบตาองค์ชายมู่หรงเฉินที่ประทับอยู่เบื้องขวา แววตาขององค์ชายผู้ถูกลืมฉายแววระแวดระวังอย่างปิดไม่มิด ในเวลานี้เอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากเบื้องล่าง มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของบ่าวรับใช้ที่ฝึกฝนมาอย่างดี ทว่ามันคือเสียงฝีเท้าของ 'นักรบ' ผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน เหยียบย่างลงบนพื้นแผ่นหินราวกับพญาอินทรีที่กำลังร่อนลงสู่เหยื่อ ทุกย่างก้าวสะเทือนถึงจิตวิญญาณของผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถงให้ต้องหยุดหายใจ ประตูไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาท แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากตำหนิ แม้แต่เงาขององครักษ์เงาก็ยังถอยร่นโดยอัตโนมัติ ร่างสูงสง่าในชุดเกราะหนังปักลายพยัคฆ์เพลิงทมิฬก้าวล่วงเข้ามา ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมทั่วบริเวณทันทีที่เขาปรากฏกาย ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผาปราศจากรอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดตามองประเมินกุนซือหนุ่มและองค์ชายมู่หรงเฉินเพียงเสี้ยววินาที ทว่ากลับทรงพลังกดดันจนแทบทำให้คนหายใจไม่ออก "จอมทัพไร้พ่าย... แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายพยัคฆ์บูรพา 'ไป๋อี้เฉิน' ถวายบังคมองค์ชาย และ..." สายตาดุจคมดาบหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของหลินเฟยเทียน "คารวะกุนซือผู้ปราดเปรื่องแห่งยุค" น้ำเสียงนั้นกังวานก้อง เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระงязของแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ในสนามรบใด แต่ในขณะเดียวกันก็เจือไปด้วยความกังขาอันลึกล้ำ หลินเฟยเทียนมิได้ลุกขึ้นคำนับ นางเพียงแย้มสร้อยยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่งดงามดั่งบุปผาต้องน้ำค้างยามราตรี ทว่ากลับหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู "ใต้เท้าไป๋มาเยือนถึงที่นี่ ย่อมแสดงว่าข้อเสนอของหม่อมฉันเมื่อสามวันก่อน... ส่งถึงมือท่านเรียบร้อยแล้วสินะคะ" หลินเฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าดวงตากลับจับจ้องปฏิกิริยาของอีกฝ่ายอย่างไม่วางตา ไป๋อี้เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความดูแคลน "ข้อเสนอหรือ? กุนซือหลิน เจ้าใช้เพียงคัมภีร์กลยุทธ์ไม่กี่หน้า กับคำทำนายลมๆ แล้งๆ เกี่ยวกับราชสำนักที่กำลังจะล่มสลาย มาแลกกับกองกำลังทหารสามแสนนายในมือข้า เจ้าไม่คิดว่ามัน... 'น้อย' ไปหน่อยหรือ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ องค์ชายมู่หรงเฉินขยับพระองค์เล็กน้อย พระหัตถ์กุมด้ามกระบี่ข้างกายแน่นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ไม่คาดฝัน ทว่าหลินเฟยเทียนกลับยกมือขึ้นห้ามปรามองค์ชายไว้ด้วยความนิ่งสงบ นางลุกขึ้นยืนช้าๆ อาภรณ์ผ้าแพรสีม่วงเข้มปักลายหงส์เพลิงไหววูบตามจังหวะการเคลื่อนไหว ส่งกลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหลอนประสาท "น้อยเกินไปหรือเพคะ?" หลินเฟยเทียนก้าวเข้าไปใกล้แม่ทัพใหญ่ทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว ร่างระหงยืนหยัดเผชิญหน้ากับบุรุษร่างยักษ์ผู้มีส่วนสูงเหนือกว่านางเกือบช่วงศีรษะ นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "สิ่งที่หม่อมฉันหยิบยื่นให้ท่าน หาใช่เพียงกองกำลังทหารหรืออำนาจชั่วคราวไม่... แต่คือ 'ศีรษะ' ของขุนนางกังฉินที่สังหารบิดาและพี่น้องร่วมสาบานของท่านเมื่อเจ็ดปีก่อนต่างหากเล่า ใต้เท้าไป๋" คำพูดเพียงประโยคเดียวราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของแม่ทัพไร้พ่าย ไป๋อี้เฉินชะงักงัน ร่างกายที่เคยผ่อนคลายเกร็งขึ้นทันที ไอสังหารรอบตัวพุ่งทะยานจนระเบิดกระถางธูปสำริดข้างเสาแตกกระจาย ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนโกรธเกรี้ยว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ด้ามดาบประจำกายทันที "เจ้า! รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร..." เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันของไป๋อี้เฉินดังก้อง ความลับที่เขาเก็บงำไว้ชั่วชีวิต บัดนี้กลับถูกสตรีเบื้องหน้าเปิดโปงออกมาอย่างง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ หลินเฟยเทียนแย้มยิ้มลึกล้ำ นางไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย กลับเอื้อมมือเรียวขาวของตนเองไปแตะลงบนคมดาบที่ยังไม่ทันชักออกจากฝักของแม่ทัพใหญ่แผ่วเบา สัมผัสเย็นเฉียบของเหล็กกล้าตัดกับความอุ่นซ่านจากปลายนิ้ว "บนโลกใบนี้ ไม่มีลับลมคมในใดที่กุนซือเช่นหม่อมฉันล่วงรู้ไม่ได้หรอกค่ะ..." นางกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของเขา น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มทว่าเต็มไปด้วยพิษสงที่พร้อมกัดกินวิญญาณ "ท่านอยากร่วมมือกับหม่อมฉัน เพื่อชำระแค้นให้สาสม หรือจะเลือกเดินออกจากจวนหลังนี้ไป เพื่อรอวันถูกลอบสังหารอย่างอัปยศตามรอยสหายของท่าน... เชิญใต้เท้าตัดสินใจได้เลยค่ะ" ไป๋อี้เฉินนิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกุนสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูปโฉมและสติปัญญาเบื้องหน้ากำลังกำชะตาชีวิตของเขาไว้ทั้งหมดในกำมือ ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์หน้าจวนก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกที่เล็ดลอดเข้ามา "เรียนกุนซือหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ถูกส่งมาถึงหน้าประตูจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลินเฟยเทียนหรี่ตาลงทันที รอยยิ้มบนริมฝีปากจางหายไปในพริบตา เมื่อนางหันกลับไปมองไป๋อี้เฉินที่กำลังจ้องมองนางด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง *** ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%