กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 20

รอยแค้นที่ฝังลึก

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นกำยานดารากลืนนภาลอยวนอยู่เบื้องหน้า ม่านผ้าไหมปักดิ้นทองทิ้งตัวลงปิดกั้นโลกภายนอกไว้ราวกับต้องการตัดขาดตำหนักบูรพาออกจากความโกลาหลของวังหลวงทั้งสิ้น บนโต๊ะน้ำชาหยกขาวสลักลายหงส์คู่มังกร หลินเฟยเทียนในอาภรณ์คลุมยาวสีครามเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลัก หมุนจอกสุราอุ่นในมือช้าๆ สายตาคมปานเหยี่ยวกวาดมองหยดสุราที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะชีพจร ก่อนจะเงยขึ้นสบตาเข้ากับร่างสูงสง่าที่ยืนพิงเสามังกรอยู่เบื้องหน้า "เจ้ากำลังใช้ความเงียบเป็นมีดกรีดเฉือนข้าอีกแล้วนะ เฟยเทียน" สุรเสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังขึ้น องค์ชายมู่หรงเฉินทรงแย้มพระสรวลน้อยๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ไปถึงพระเนตร ภายใต้ร่มผ้าสีเข้มเข้มข้น พระองค์ทรงก้าวเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมยาวลากผ่านพื้นหินอ่อนส่งเสียงเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของอดีตกาล หลินเฟยเทียนมิได้สะดุ้งสะเทือน นางเพียงวางจอกสุรารสละมุนลงกระทบโต๊ะหยกดัง ‘กริ๊ง’ แผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบงัน "กระหม่อมเพียงแต่ทบทวน... ว่าหมากทุกตัวที่เราเดินบนกระดานเลือดเมื่อชาติก่อน กับกระดานในชาตินี้ มีความต่างกันตรงไหนเพคะ" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าแฝงประกายคมกล้าที่พร้อมจะทิ่มแทงผู้ฟังให้ทะลุถึงขั้วหัวใจ มู่หรงเฉินชะงักฝอก้าว พระเนตรคมกริบราวกับพญามังกรจับจ้องสตรีตรงหน้าไม่วางตา พระองค์ทรงทราบดีว่ารอยแผลเป็นในใจของหลินเฟยเทียนนั้นลึกซึ้งเพียงใด แผลเป็นที่เกิดจากเปลวเพลิงแห่งความโลภของราชสำนัก แผลเป็นที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากอ้อมแขนของนางในชาติภพก่อน "เจ้ายังฝันถึงกองเพลิงที่โหมกระหน่ำตำหนักสกุลหลินอยู่กระนั้นหรือ?" พระองค์ตรัสถาม น้ำเสียงอ่อนลงเล็กน้อยอย่างที่มิเคยตรัสกับผู้ใด "ความฝันหรือเพคะ?" หลินเฟยเทียนแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบชาดสีแดงสดขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่หนาหนักด้วยความชิงชัง "มันไม่ใช่ความฝันแต่มันคือความจริงที่ฝังรากลึกอยู่ในกระดูกดำของหม่อมฉัน! ทุกครั้งที่หลับตา หม่อมฉันยังได้กลิ่นควันไฟและเสียงกรีดร้องของบิดามารดา... องค์ชายเพคะ พระองค์ทรงจำความรู้สึกของการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดได้หรือไม่?" มู่หรงเฉินสาวพระบาทเข้ามาประชิด พระหัตถ์หนายื่นออกไปหมายจะกอบกุมมือเรียวเย็นเฉียบนั้นไว้ แต่หลินเฟยเทียนกลับชักมือกลับอย่างแนบเนียน พร้อมกับลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า รักษาระยะห่างอันเหมาะสมระหว่างขุนนางกับองค์ชายผู้สูงศักดิ์ แม้ในยามวิกาลเช่นนี้ ภายในห้องลับนี้จะมีเพียงพวกเขาก็ตาม "ข้าจำได้... และข้าไม่เคยลืม" มู่หรงเฉินตรัสตอบ เสียงของพระองค์หนักแน่นดั่งหินผา พระเนตรคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยไฟแค้น "เป้าหมายของเจ้าคือการลากคอพวกตระกูลสุนัขรับใช้เหล่านั้นลงมาจากบัลลังก์ เพื่อชดใช้ด้วยเลือด ส่วนเป้าหมายของข้าคือการทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของมารดาข้า... เราสองคนเดินบนเส้นทางสายเลือดเดียวกัน ไฉนเจ้าจึงยังคงผลักไสข้าออกห่างอยู่ร่ำไปเล่า" "เพราะเส้นทางนี้ไม่มีที่ให้ความอ่อนแอและความรักยืนหยัดเพคะ" หลินเฟยเทียนหันกลับมาประจันหน้า ดวงตาดำขลับวาวโรจน์ด้วยแสงแห่งปัญญา "หากพระองค์ทรงเผลoไผลมีความรู้สึกที่เรียกว่า 'ความรัก' มาบดบังสายตา หมากตัวต่อไปที่เราจะเดินอาจเป็นจุดจบของชีวิตเราทั้งคู่" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครา บรรยากาศรอบกายตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน มู่หรงเฉินไม่ทรงกริ้ว ทว่าพระองค์กลับสาวพระบาทเข้าประชิดยิ่งขึ้นจนร่างของทั้งสองแทบแนบชิด กลิ่นอายบุรุษเพศอันทรงอำนาจปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาโชยเข้าปะทะนาสิกของนาง "เจ้าคิดว่าข้าเป็นเพียงหมากที่เจ้าใช้ประโยชน์ได้เท่านั้นหรือ เฟยเทียน" พระองค์โน้มพระพักตร์ลงมาต่ำ กระซิบข้างพระหัตถ์ที่ถือพัดหยกของนาง "จำไว้... แม้แผ่นดินนี้จะล่มสลาย แม้สวรรค์จะลงทัณฑ์ข้า แต่ดวงใจของมู่หรงเฉินผู้นี้ ได้มอบให้สตรีผู้ถือหมากทมิฬเช่นเจ้าไปตั้งแต่รอยเลือดแรกบนกระดานนั้นแล้ว" หัวใจของหลินเฟยเทียนกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านมาจากพระวรกายของชายหนุ่มช่างอันตรายยิ่งกว่าพิษสลายวิญญาณ แต่นางไม่มีเวลามาหวั่นไหวกับความหวานล้ำที่เคลือบยาพิษนี้ เพราะเสียงฝีเท้าฝูงหนึ่งกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ตำหนักบูรพาอย่างเงียบเชียบ ผิดวิสัยทหารยามยามวิกาล! นางหรี่ตาลงทันที ไหวพริบของกุนซือทำงานอย่างรวดเร็ว มือเรียวรีบซ่อนแผนที่เส้นทางลับของกรมราชทัณฑ์ไว้ใต้ถาดน้ำชา "มีคนมา..." นางกระซิบเตือน เสียงเบาราวกับเสียงกระซิบของภูตพราย มู่หรงเฉินถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว สีพระพักตร์แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาดั่งน้ำแข็งในฉับพลัน พระองค์สะบัดพระหัตถ์ครั้งหนึ่งเพื่อดับเทียนไขส่วนใหญ่ในห้อง ให้เหลือเพียงแสงสลัวรางจากโคมไฟกระดาษทาน้ำมัน ประตูกระดาษด้านนอกถูกกระชากเปิดออกด้วยความรุนแรง เงาร่างมหึมาหลายร่างสะท้อนผ่านม่านบาง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิวของขันทีเฒ่าผู้ทรงอำนาจแห่งฝ่ายใน "ทูลองค์ชาย... ดึกดื่นค่ำคืนเช่นนี้ เหตุใดตำหนักบูรพาจึงยังสว่างไสว หรือว่ากำลังซ่อน 'ความลับ' ใดที่ไม่อาจให้ฝ่าบาทล่วงรู้?" สิ้นเสียงนั้น ร่างของขันทีผู้กุมอำนาจลับหลังบัลลังก์ก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับทหารองครักษ์เสื้อแพรนับสิบชีวิตที่ชักดาบออกจากฝักจนเกิดเสียงเสียดสีบาดแก้วหู และในมือของขันทีเฒ่าผู้นั้น... กลับถือราชโองการลับสีทองอร่ามที่ประทับตราหยกมังกรทองสดๆ ร้อนๆ ซึ่งส่งตรงมาจากตำหนักใหญ่ในยามวิกาล! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%