ปลายมีดอาบยาพิษสีนิลฉาบสะท้อนแสงจันทร์เสี้ยววาววับ มันพุ่งแหวกม่านไหมปักลายเมฆาของรถม้าหลวงเข้ามาด้วยความเร็วระดับปลิดวิญญาณ ทว่าเป้าหมายหาใช่เนื้อหนังมังสาไม่ แต่ปักลึกลงบนเบาะรองนั่งขนสัตว์ราคาแพงลิบลิ่ว ห่างจากหัวใจของหลินเฟยเทียนเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้นค่ะ
กลิ่นหอมหวานเอียนชวนคลื่นไส้ของดอกอวี้หลันผสมยางพิษจากแดนใต้โชยตลบอบอวลทันทีที่ปลายเหล็กกระทบถูกเนื้อไม้
หลินเฟยเทียนไม่แม้แต่จะกะพริบตา แววตาคู่คมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีฉายแววเยียบเย็นราวกับคาดการณ์สถานการณ์นี้ไว้อยู่แล้ว นางมิได้ส่งเสียงกรีดร้องน่ารำคาญเช่นสตรีทั่วไป มือเรียวขาวดั่งหยกสลักในชุดอาภรณ์ขุนนางสีเข้มขยับเพียงนิดเพื่อซ่อนเอกสารลับราชสำนักไว้ในสาบเสื้ออย่างแนบเนียน ก่อนที่ร่างระหงจะเอี้ยวตัวหลบคมศรลับดอกที่สองซึ่งเจาะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างเฉียดฉิว
"อารักษ์! เกิดอันใดขึ้น!" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจขององค์ชายมู่หรงเฉินดังลอดมาจากรถม้าคันเคียง น้ำเสียงนั้นมิได้เจือความตื่นตระหนก มีเพียงไอสังหารที่แผ่ขยายออกมาจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงทันตา
"ทูลองค์ชาย... แมลงเม่าบินเข้ากองไฟเพคะ" หลินเฟยเทียนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดท่ามกลางเสียงหอบหายใจของม้าศึกและเสียงโลหะกระทบกันภายนอก นางเลิกม่านรถม้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นภาพการต่อสู้เบื้องนอกที่ดุเดือดเลือดพล่าน กองกำลังชุดดำนับสิบชีวิตกรูเข้าล้อมรอบขบวนเดินทางเล็กๆ นี้กลางหุบเขาอวี้หลงอย่างอุกอาจ
คมดาบสะท้อนแสงจันทร์วับวาว เหล่าองครักษ์เงาที่มู่หรงเฉินซ่อนไว้ต่างตวัดกระบี่เข้าปะทะกับมือสังหารอย่างไร้ความปราณี เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นย้อมผืนหญ้าสีนิลให้กลายเป็นสีชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับไอหมอกยามค่ำคืน
มู่หรงเฉินในชุดคลุมผ้าไหมปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทก้าวลงจากรถม้าของตนอย่างไร้ซุ่มเสียง ร่างสูงสง่าราวกำแพงเหล็กก้าวมายืนเคียงข้างรถม้าของหลินเฟยเทียน ดวงตาคมปลาบดั่งพญามารกวาดมองกลุ่มมือสังหารที่ยังคงดาหน้าเข้ามาไม่ขาดสาย
"ดูท่า... สุนัขรับใช้ของเสนาบดีจ้าวจะร้อนรนเสียจนทนรอให้ถึงเมืองหลวงไม่ไหวแล้วสินะคะ" หลินเฟยเทียนก้าวลงจากรถม้าตามมาเคียงข้าง ร่างบางในชุดขุนนางสูงศักดิ์ดูสง่างามและเยือกเย็นยิ่งกว่าบุรุษใด เส้นผมสีดำสนิทที่รวบไว้ครึ่งศีรษะปลิวไสวไปตามแรงลมราตรี ดาบสั้นประจำกายถูกชักออกจากฝักอย่างนิ่มนวล ปลายคมดาบหยดหยาดโลหิตสีแดงเข้มลงบนพื้นดินทีละหยด
"พวกมันคงคิดว่าหุบเขาอวี้หลงแห่งนี้จะเป็นสุสานไร้ญาติสำหรับเรา" มู่หรงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวของนางไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านที่ถ่ายทอดผ่านฝ่ามือหนานั้นหนักแน่นดั่งขุนเขา ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยคำสัญญาอันเงียบงัน— *ตราบใดที่เปรี้ยงปร้างยังไม่ทำลายแผ่นดินนี้ เจ้าจักไม่มีวันเป็นอันตราย*
หลินเฟยเทียนเหลือบมองมือที่กุมกันไว้แวบหนึ่ง มุมปากหยักยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับอาบยาพิษ "สุสานหรือเพคะ? เกรงว่ากระดูกของพวกมันต่างหากที่จะต้องฝังกลบไว้ที่นี่เพื่อเป็นปุ๋ยให้แก่ต้นไม้"
สิ้นคำกล่าว ร่างของมือสังหารผู้หนึ่งก็พุ่งทะยานแหวกอากาศเข้ามาพร้อมกับดาบใหญ่ที่เงื้อหมายฟันผ่ากลางศีรษะของทั้งสอง ความเร็วและน้ำหนักนั้นรุนแรงจนเกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว
มู่หรงเฉินหาได้ขยับกายไม่ ชายหนุ่มเพียงปรายตามองราวกับมองมดปลวก ตัวเขายังคงกุมมือของหลินเฟยเทียนไว้มั่น ทว่าองครักษ์เงาด้านหลังกลับพุ่งทะยานออกไปราวสายฟ้าแลบ ประกายกระบี่วาบผ่านลำคอของมือสังหารผู้นั้นในเสี้ยววินาที ร่างไร้หัวล้มฟุบลงแทบเท้าของทั้งสองทันทีโดยที่เลือดแม้แต่หยดเดียวก็ยังไม่ทันกระเด็นมาโดดอาภรณ์ขององค์ชายหนุ่ม
ทว่า... ในจังหวะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะควบคุมได้ หลินเฟยเทียนกลับสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างที่ลอยมากับสายลม
จิตสังหาร... ที่คมกริบยิ่งกว่า ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่า และซ่อนอยู่ลึกในความมืดมิดเบื้องบน!
"ระวังเพคะ!" นางไม่รอช้า สลัดมือออกจากการกุม 3 แรงเฮือกผลักร่างของมู่หรงเฉินให้หลบไปด้านข้าง พร้อมกับที่ลูกธนูอาบยาพิษสีเขียวเข้มดอกใหญ่พุ่งแหวกความมืดลงมาจากยอดหน้าผาสูงชัน ปักลงยังจุดที่มู่หรงเฉินยืนอยู่เมื่อครู่จนด้ามธนูสั่นระริก
*ฉึก!*
แม้จะหลบพ้นจุดตาย แต่คมศรอาบยาพิษดอกนั้นก็ยังเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ขวาของหลินเฟยเทียนไปอย่างฉิวเฉียด ตัดผ้าไหมเนื้อดีขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยแผลถลอกสีแดงเรื่อที่มีควันสีดำจางๆ ลอยขึ้นมาทันที พิษร้ายเริ่มกัดกินผิวเนื้ออย่างรวดเร็ว
"เฟยเทียน!" มู่หรงเฉินเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนโกรธเกรี้ยวเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นคมลุกโชนด้วยเพลิงโทสะที่น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ เขารวบร่างบางเข้ามาประคองไว้ในอ้อมแขนทันที กลิ่นอายกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกจากร่างขององค์ชายหนุ่มจนเหล่าม้าศึกถึงกับทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้น
หลินเฟยเทียนกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นริ้วไปทั่วร่าง พิษนี้รุนแรงนักหากช้าไปเพียงก้านธูปวิญญาณนางคงหลุดลอย ทว่านางกลับฝืนยิ้มเยาะออกมาได้ "หม่อมฉัน... มิเป็นไรเพคะ... แค่แมลงพิษตัวสุดท้ายบนหน้าผานั้นต่างหากที่เราต้องรีบจัดการ"
มู่หรงเฉินก้มลงมองรอยแผลที่หัวไหล่ของนาง แววตาที่ทอดมองเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำบรรยาย ความห่วงใย ความเจ็บปวดแทน และความแค้นเคืองที่สุมอกรวมกันจนแทบระเบิด มือหนายกขึ้นแตะแก้มนวลแผ่วเบา "เจ้าช่าง... ดื้อรั้นเสียจริง"
เขาสั่งการด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "จับเป็นมันมา ข้าจะเฉือนเนื้อพวกมันทีละชิ้น!"
ทว่า ในวินาทีที่องค์ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นเตรียมบัญชาการกวาดล้างหน้าผาเบื้องบน เสียงปรบมือเบาๆ แว่วดังขึ้นจากความมืดมิดเหนือยอดหน้าผานั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่ร่างของเงาสะท้อนร่างหนึ่งร่อนลงมายืนสง่านิ่งบนกิ่งไม้ใหญ่
"ฝีมือขององค์ชายมู่หรงและท่านกุนซือหลิน... สมคำร่ำลือจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ ยอมรับเลยว่าข้าประเมินพวกท่านต่ำไป"
เงาร่างนั้นค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากเงาจันทร์ เผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมคายของบุรุษในชุดคลุมสีเงินยวดยาบ ผู้ที่กุมอำนาจลับครึ่งหนึ่งของราชสำนัก—แม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพิทักษ์ทักษิณ "หลี่เทียน Shuo" บุรุษผู้ไม่ควรจะมาปรากฏตัว ณ ที่แห่งนี้ในยามวิกาล!
หลินเฟยเทียนหรี่ตาลงมองผู้มาใหม่ พิษที่หัวไหล่ยังคงแล่นริ้ว แต่นางกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ท่ามกลางความตึงเครียดที่แทบหยุดหายใจ
"ที่แท้ก็ท่านแม่ทัพหลี่... ลมหอบอันใดจึงพัดท่านมาไกลถึงชายแดนเถื่อนเช่นนี้เล่าคะ หรือว่า... เก้าอี้แม่ทัพใหญ่ยังไม่หนำใจ ท่านถึงอยากมาลองนั่งเก้าอี้ขององค์ชายดูบ้าง?"
หลี่เทียนชั่วแย้มยิ้มกว้าง ดวงตาคู่นั้นกวาดมองทั้งสองคนด้วยแววตาสمเพชระคนกระหายเลือด "เก้าอี้อะไรกัน... ข้าไม่ได้สนใจบัลลังก์นั่นหรอก กุนซือหลิน..." เขายกมือขึ้นตบแปะๆ สองครั้ง
รอบกายของพวกเขาทั้งหมด บัดนี้กลับมีกองกำลังทหารนับร้อยนายโผล่พรวดขึ้นมาจากพุ่มไม้และซอกหิน ปิดตายทุกเส้นทางหนีอย่างไร้ทางรอด ปลายหอกนับร้อยเล่มชี้ตรงมาที่มู่หรงเฉินและหลินเฟยเทียน
และก่อนที่ใครจะทันได้ขยับตัว หลี่เทียนชั่วก็ยกถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดขึ้นจิบช้าๆ ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง พร้อมกับรอยยิ้มลึกล้ำที่ทิ้งคำถามสะเทือนขวัญไว้
"สิ่งที่ข้าต้องการ... หาใช่ชีวิตของพวกเจ้าไม่... แต่คือตราประทับหยกมังกรที่ซ่อนอยู่ในสาบเสื้อของท่านต่างหากล่ะ... องค์ชาย"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 19
กลิ่นอายสังหาร
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!