ปลายพู่กันขนหมาป่าปลายแหลมคมจรดลงบนแผ่นกระดาษสาเนื้อดีอย่างเชื่องช้า หมึกสีชาดเข้มข้นหยดลงบนตำแหน่งค่ายกลภูเขาผาหยก ดั่งหยดโลหิตที่รินรดลงบนรอยแผลเป็นในอดีต หลินเฟยเทียนมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย ยามที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกสลักลากเส้นผ่านหุบเหวเบื้องหน้า สัมผัสเย็นเยียบของกระดานหยกอุ่นหูเบื้องล่างสะท้อนถึงความนิ่งสงบที่ซ่อนเร้นพายุหมุนไว้ภายใน
"ท่านแน่ใจหรือว่า แม่ทัพตระกูลสือจะหลงกลเข้าทางที่พวกเราจงใจเปิดช่องโหว่ไว้เช่นนี้?"
เสียงทุ้มต่ำดั่งระฆังสำริดในยามค่ำคืนดังขึ้นจากมุมมืดของห้องทรงอักษร องค์ชายมู่หรงเฉินก้าวพระบาทเข้ามาอย่างเงียบเชุดดั่งเงาพยัคฆ์ อาภรณ์คลุมสีนิลปักดิ้นทองลายเมฆาไหววูบตามจังหวะการเคลื่อนไหว พระเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายทอดมองแผนที่ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ที่ถูกแปรเปลี่ยนโดยสตรีเบื้องหน้า
หลินเฟยเทียนวางพู่กันลงในถาดหยกอย่างประณีต นางค่อย ๆ เงยพระพักตร์ขึ้นสบตาสอดประสานกับอีกฝ่าย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดั่งบุปผาพิษที่ผ่งบานในยามราตรี
"แม่ทัพสือเหวินจงเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูงและกระหายความดีความชอบ ยิ่งประตูค่ายกลทางทิศเหนือถูกปรับแก้ให้ดูอ่อนแอ ราวกับสตรีไร้เรี่ยวแรงปกป้องตนเอง มีหรือที่สุนัขป่าหิวกระหายเช่นเขาจะไม่รีบตะครุบเหยื่ออันโอชะนี้" น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ "พวกเรามิได้เพียงแต่เปิดช่องโหว่เพคะ แต่เรากำลังถักทอเส้นทางสู่ความตายให้มันต่างหาก"
มู่หรงเฉินแย้มพระสรวลน้อย ๆ แววพระเนตรฉายประกายความชื่นชมระคนความระแวดระวัง สตรีผู้นี้ไม่เพียงแต่มีความงดงามล่มเมือง หากแต่ยังมีมันสมองที่สามารถพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้โดยไม่ต้องใช้กำลังทหารสักนาย พระองค์ก้าวเข้ามาใกล้ จนกระทั่งกลิ่นหอมจาง ๆ ของดอกเหมยขาวที่ติดกายหลินเฟยเทียนลอยละลิ่วเข้าสู่โสตประสาท
"เจ้าช่าง... ไร้ความปราณีเสียจริง เฟยเทียน" พระองค์ตรัสด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง รอยพระsรวลเจือความหมายลึกซึ้ง "ผู้ใดได้เป็นศوตรีของเจ้านับว่าน่าสงสารยิ่งนัก แต่ผู้ใดได้เป็นสหาย... ก็คงต้องระวังหัวใจตนเองมิให้ตกหลุมพรางของเจ้าเช่นกัน"
"หม่อมฉันมีไว้ให้พระองค์ใช้งานตามพระAประสงค์ มิได้มีไว้ให้ผู้ใดมาห่วงใยเพคะ" หลินเฟยเทียนตอบกลับทันควัน ดวงตางามวาวโรจน์ด้วยความทระนง "แผนที่เมืองในมือหม่อมฉันฉบับนี้ จะถูกส่งต่อไปยังสายลับของแคว้นเป่ยโหย่วผ่านทางม้าเร็ว หากช้าไปเพียงก้านธูปเดียว แผนการที่พวกเราวางหมากไว้ตลอดสามปีอาจพังทลายลงในพริบตา"
นางหยิบแผนที่แผ่นเดิมขึ้นมาม้วนเก็บอย่างระมัดระวัง ก่อนจะส่งมอบให้แก่มู่หรงเฉิน พระหัตถ์หนายื่นมารับ สัมผัสโดนปลายนิ้วเรียวของนางโดยไม่ตั้งใจ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านผิวเนื้อทำให้หัวใจที่ด้านชาของหลินเฟยเทียนกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่นางก็รีบดึงสติกลับมาทันที ความแค้นของตระกูลหลินยังคงค้างคาอยู่บนบ่า นางไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเรื่องความรักในยามที่คราบเลือดยังไม่ถูกชำระล้าง
"เราจัดการเรื่องสายลับเรียบร้อยแล้ว" มู่หรงเฉินตรasต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่สิ่งที่น่ากังวลมิใช่ตระกูลสือ หากแต่เป็นราชครูหลี่ ผู้เฒ่าจิ้งจอกเฒ่าผู้นั้นเริ่มระแคะระคายเรื่องที่เราแอบเปลี่ยนเส้นทางเสบียงชายแดนแล้ว เกรงว่าในท้องพระโรงวันพรุ่งนี้ เขาคงไม่ยอมปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ"
หลินเฟยเทียนแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววท้าทาย "ราชครูหลี่หรือ? แก่ชราจนหูตาฝ้าฟางแล้วกระมัง ถึงได้มองไม่ออกว่าหมากตานี้ ข้าไม่ได้เดินเพื่อแย่งชิงเสบียง แต่ข้าเดินเพื่อบีบให้เขาต้องเปิดเผยบัญชีลับที่ซ่อนไว้ใต้พื้นเรือนต่างหากเพคะ"
บรรยากาศภายในห้องทรงอักษรพลันเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของเปลวเทียนที่ไหววูบตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวเร่งรีบก็ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้ง เป็นสัญญาณเตือนภัยเร่งด่วนที่ตกลงกันไว้
ขันทีประจำพระองค์ของมู่หรงเฉินผลักประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก แม้จะพยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติแต่ก็ยังสั่นเครือ "ทูล... ทูลองค์ชาย เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเฉินขมวดพระขนมเข้าหากันทันที "มีเรื่องอันใดรีบร้อนนัก?"
"มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้..." ขันทีผู้นั้นคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะยันกล่องไม้จันทน์หอมประดับหยกเขียวขึ้นเหนือหัว "รับสั่งให้เรียกตัวคุณหนูหลินเฟยเทียนเข้าเฝ้าเป็นการด่วนในยามวิกาลนี้พ่ะย่ะค่ะ... โดยมีราชครูหลี่รออยู่ ณ ตำหนักโสมทองพร้อมกับพยานปากสำคัญ!"
หลินเฟยเทียนนิ่งงัดไปชั่วอึดใจ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้งอย่างรวดเร็ว นางหันไปสบตากับมู่หรงเฉินที่กำลังทอดพระเนตรนางด้วยแววพระเนตรเป็นห่วงเป็นใย หมากตานี้เดินเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ก้าวหนึ่ง ทว่า... มันกลับอยู่ในแผนการที่นางคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้วเช่นกัน
นางยืดกายขึ้นตรงอย่างสง่างาม จัดอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงให้เข้าที่ด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับมิได้กำลังเดินไปสู่สนามประลองอำนาจอันตราย
"ดูเหมือนว่า... ค่ำคืนนี้ จะยังอีกยาวไกลนักเพคะ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 22
แผนที่เมืองที่ถูกเปลี่ยน
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!