กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่เอ่อร์หมักบ่มสิบปีลอยอวลอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับถูกกลบด้วยกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่โชยมาจากมุมมืดของห้องรับรองชั้นใน ความเงียบงันในยามวิกาลนั้นหนักอึ้งดั่งขุนเขาไท่ซานกดทับลงบนบ่า หลินเฟยเทียนนั่งตัวตรงสง่างามอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง อาภรณ์ปักดิ้นทองลายหงส์เพลิงทอดตัวแนบเนื้อสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันหอมสีนวล ตาคู่คมกริบดั่งใบมีดซ่อนในฝักกวาดมองร่างที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างด้วยความเรียบเฉย ไร้ซึ่งความระลอกคลื่นแห่งอารมณ์ใดๆ
"เจ้าคิดว่าความลับในจวนของข้า เป็นสินค้าชนิดใดกัน... ถึงได้กล้ามนุษย์ขโมยมันไปขายให้ตำหนักบูรพาในราคาที่ถูกแสนถูกเช่นนี้?"
น้ำเสียงหวานใสดุจไข่มุกกระทบจานหยกเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ทว่ากลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ ร่างของบ่าวรับผิดชอบงานสวนผู้เป็นสายลับชั้นต่ำตัวสั่นเทาลดลงไปกองกับพื้น เหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังจนอาภรณ์เปียกชุ่ม เขารู้ดีว่าความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ความหวาดกลัวต่อสตรีเบื้องหน้ากลับรุนแรงยิ่งกว่าความตายเสียอีก
"คุณ... คุณหนูไว้ชีวิตด้วย! บ่าว... บ่าวไม่เคย..."
"หุบปากเสียเถอะค่ะ" หลินเฟยเทียนยกมือขึ้นโบกเบาๆ ราวกับกำลังปัดแมลงน่ารำคาญตัวหนึ่ง ความนิ่งสงบของนางยิ่งขับเน้นบรรยากาศรอบตัวให้ดิ่งลึกลงสู่ห้วงเหอแห่งความตาย "ข้าเกลียดที่สุดคือคนทรยศ และยิ่งเกลียดชังพวกโง่เขลาที่คิดว่าตนเองฉลาดกว่าหมากบนกระดาน"
สิ้นคำพูด พลันเกิดเงาร่างสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้าต่างกระดาษสาเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ดาบเล่มยาวประกายแสงสีเงินวาววับถูกชักออกจากฝักโดยไม่ต้องมีคำสั่ง องค์ชายมู่หรงเฉินก้าวเท้าเข้ามายืนเคียงข้างนาง ดวงเนตรคมปลาบกวาดมองเศษกระดาษลับที่ซ่อนอยู่ในอกเสื้อของคนทรยศผู้นั้นด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน
"ดูท่าสายลับผู้นี้จะประเมินค่าของตนเองสูงเกินไปกระมัง, เฟยเทียน" มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เขาเอื้อมมือมาแตะปลายคางนางเบาๆ อย่างหยอกเย้า ทว่าสายตากลับคมกริบดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อ "เจ้าปล่อยให้งูพิษตัวนี้เลื้อยวนอยู่ในเรือนตั้งนาน เหตุใดจึงเพิ่งมาตัดสินใจกวาดล้างเอาในยามวิกาลเช่นนี้เล่า?"
หลินเฟยเทียนปรายตามองพระองค์เล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นบางเบา รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่กลับแฝงไอสังหารล้ำลึก "หากไม่อาบน้ำฝนให้ชุ่มโชก เสียวก (เสี้ยว) จันทร์ย่อมไม่งดงามพอจะย้อมด้วยสีเลือดหรอกเพคะ... อีกอย่าง ข้าจงใจปล่อยให้มันส่งข่าวปลอมออกไป เพื่อล่อให้ปลาตัวใหญ่ในตำหนักบูรพากลืนเบ็ดต่างหากเล่า"
ฉับพลัน ดาบในมือขององครักษ์เงาก็ตวัดผ่านลำคอของสายลับผู้นั้นอย่างไร้สุ้มเสียง เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผ้าม่านปักลายดอกโบตั๋นสีขาวจนกลายเป็นสีแดงชาด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วห้องรับรอง ทว่าหลินเฟยเทียนมิได้กะพริบตาแม้แต่น้อย นางเพียงรินชาถ้วยใหม่ด้วยท่าทางสง่างาม ราวกับเหตุการณ์นองเลือดตรงหน้าเป็นเพียงกลีบดอกไม้ที่ร่วงหล่นตามฤดูกาล
"ฝนเลือดในยามดึกเช่นนี้ ช่างเหมาะแก่การเริ่มต้นเกมใหม่เสียจริงนะคะ" นางพึมพำกับตนเอง พลางเลื่อนสายตาไปยังแผนที่แคว้นที่กางอยู่บนโต๊ะ ซึ่งถูกทำเครื่องหมายด้วยหมึกสีชาดไว้ในจุดสำคัญหลายแห่ง
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่กลับคืนมา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นที่นอกประตูกลางดึก สงัด แต่อัดแน่นด้วยแรงกดดันมหาศาล เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยเสียงประกาศก้องที่ทำให้บรรยากาศในห้องแข็งค้างไปชั่วขณะ
"พระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้ปิดล้อมจวนกุนซือหลินทันที!"
มู่หรงเฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบนพระพักตร์หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก ส่วนหลินเฟยเทียนกลับนิ่งงัด ราวกับนางรอคอยเสียงนี้มาตลอดทั้งคืน นางค่อยๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ รสชาติขมปร่าบาดคอเคล้ากลิ่นไอน้ำอุ่นลอยขึ้นปะทะนาสิก ทันใดนั้น ประตูห้องรับรองก็ถูกถีบกระเด็นเปิดออกด้วยพลังภายในอันรุนแรง ร่างของขันทีคนสนิทแห่งตำหนักในก้าวเข้ามาพร้อมราชสีห์ทองคำในมือ ดวงตาของเขาจับจ้องมาที่นางด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม และเอ่ยวาจาที่ทำให้ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง
"คุณหนูหลิน... ใต้เท้ากล่าวหาว่าท่านซ่องสุมกำลังพลและติดต่อกับกบฏ นำตัวไป!"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 23
ฝนเลือดในยามดึก
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!