กลิ่นอายของกำยานกฤษณาแทรกซึมอยู่ทั่วตำหนักบูรพา ทว่ากลับมิอาจกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ปลายนาสิกของหลินเฟยเทียนได้เลย สตรีในอาภรณ์ปักลายหงส์เพลิงสีชาดนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์หอม เบื้องหน้าคือกองฎีกาและรายงานลับจากสายลับที่นางหว่านไว้ทั่วราชสำนัก นิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาที่สวมปลอกเล็บทองคำประดับไข่มุกกำลังหมุนจอกชาหยกขาวเล่นอย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อหงส์หรี่ลงเล็กน้อยยามทอดมองเงาสะท้อนของเปลวเทียนที่ไหววูบตามแรงลมราตรี
"ดูท่า... 'เสนาบดีซ่ง' ผู้นั้นจะเริ่มนั่งไม่ติดแล้วกระมั้งคะ"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์เอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันภายในห้องทรงอักษร
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทขององค์ชายมู่หรงเฉินก้าวออกมาจากมุมมืดของเสาไม้แกะสลัก ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอประกายลุ่มลึกยามทอดมองสตรีผู้เป็นทั้งดวงใจและมันสมองเบื้องหลังบัลลังก์ เขาโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม กลิ่นอายบุรุษเพศอันอบอุ่นโอบล้อมกายนางไว้ครึ่งหนึ่ง
"สุนัขจนตรอกย่อมกัดไม่เลือกที่... เขาส่งคนไปรื้อค้นหีบสมบัติเก่าของตระกูลหลินที่ชายแดนใต้แล้ว เกรงว่าความโลภจะบังตาจนลืมคิดไปว่า ขุมทรัพย์ที่เขาตามหา แท้จริงแล้วเป็นสุสานฝังศพของพวกมันเองต่างหาก"
หลินเฟยเทียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามจับใจแต่กลับแฝงไว้ด้วยพิษสงที่พร้อมปลิดชีพคนได้ในพริบตา นางเอียงคอเล็กน้อย ปล1่อยให้ปลอกเล็บทองคำเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะเชื่องช้า
"ดี... ยิ่งพวกมันร้อนรนมากเท่าไหร่ รอยรั่วบนกระดานหยกย่อมปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น หมากตานี้ ข้าเป็นผู้หยิบขึ้นมาวางเอง ย่อมต้องรู้ว่าควรปล่อยให้มันเดินไปตาย ณ จุดใด"
ในห้องโถงใหญ่ของจวนเสนาบดีซ่งเวลานี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันและควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้ง ซ่งหยวนอี้ ขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งในราชสำนักกำลังเดินวนไปมาอย่างกระสับกระส่าย เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มดวงพักตร์ที่เริ่มเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ถ้วยชาในมือสั่นระริกจนน้ำชาหกกระเซ็นลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง
"เจ้าว่าอย่างไรนะ! รายงานจากชายแดนบอกว่าหีบสมบัติสามใบนั้น... เป็นของปลอมงั้นหรือ?!"
ซ่งหยวนอี้ตวาดลั่นใส่หัวหน้าองครักษ์เงาที่คุกเข่าตัวสั่นงันท่ามกลางความมืดเบื้องล่าง
"เร... เรียนใต้เท้า เป็นของปลอมขอรับ! ทันทีที่พวกเราเปิดออก ลูกธนูอาบยาพิษก็พุ่งออกมาสังหารคนของเราไปครึ่งกองร้อย แถมยังมีตราประทับลับของ... ขององค์รัชทายาทในอดีตสลักไว้ก้นหีบด้วยขอรับ!"
"บัง อาจ!" ซ่งหยวนอี้คว้าแท่นหมึกหยกปาใส่หัวหน้าองครักษ์จนเลือดอาบหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว ความสุขุมเยือกเย็นที่เขาพยายามสั่งสมมานานหลายปีพังทลายลงในชั่วพริบตา เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองกำลังถูกต้อนให้จนมุมโดยฝีมือของสตรีแซ่หลินผู้นั้น
"นางสารเลวหลินเฟยเทียน! คิดจะใช้แผนยืมดาบฆ่าคนหรือ! ข้าทุ่มเทอำนาจและเงินทองไปเท่าไหร่เพื่อคานอำนาจกับองค์ชายมู่หรงเฉิน แต่นางกลับตลบหลังข้าด้วยกับดักตื้นๆ เช่นนี้!" เสนาบดีซ่งหอบหายใจถี่กระชั้น ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจทีละน้อย เมื่อเขานึกถึงข่าวลือที่ว่า ฮ่องเต้เริ่มระแคะระคายเรื่องการทุจริตคอรัปชันของตระกูลซ่งแล้ว
นี่คือความผิดพลาดครั้งใหญ่หลวง ความใจเย็นที่เคยเป็นอาวุธลับของเขาถูกความแค้นและความกลัวแผดเผาจนมอดไหม้ ซ่งหยวนอี้สูญเสียความรอบคอบไปอย่างสิ้นเชิง
"ในเมื่อพวกมันไม่ยอมให้ทางรอด..." ดวงตาฝ้าฟางฉายแววอำมหิตเหี้ยมเกรียมขึ้นมา "เตรียมกองกำลังลับทั้งหมด คืนนี้... บุกตำหนักบูรพา! เราจะปลิดชีพอีตักกะเพศนั้นเสีย ก่อนที่นางจะทันได้ถวายฎีกาเอาผิดข้าต่อหน้าพระพักตร์!"
ยามวิกาลมาเยือน เงาดำนับร้อยเคลื่อนไหวราวภูตผีท่ามกลางความมืดมิด มุ่งตรงสู่กำแพงวังหลวงด้วยความรวดเร็ว ทว่าพวกมันกลับไม่รู้เลยว่า ทุกย่างก้าวที่เหยียบย่างเข้ามา อยู่ในสายตาของคนที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
ภายในตำหนักบูรพา แสงตะเกียงน้ำมันหอมส่องสว่างนวลตา หลินเฟยเทียนกำลังบรรจงชงชาผู่อ่อร์ด้วยท่าทางสง่างามไร้ที่ติ องค์ชายมู่หรงเฉินยืนประทับอยู่เบื้องหลัง วางพระหัตถ์โอบเอวบางของนางไว้หลวมๆ คางคมเกยอยู่บนลาดพระอังสาของสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ
"พวกมันมาแล้วค่ะ... เร็วกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้เสียอีก" หลินเฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบ สายตาจับจ้องไปยังระลอกคลื่นในถ้วยชาที่เริ่มสั่นไหวตามแรงสะเทือนฝีเท้าภายนอก
"สุนัขที่จนตรอก ย่อมวิ่งเข้าหาความตายด้วยความโง่เขลาเสมอ" มู่หรงเฉินตรัสด้วยน้ำเสียงเย็นชาไร้ความปราณี ริมฝีปากหยักลึกแย้มยิ้มหยัน "เจ้าวางหกล่อมล่อไว้สมบูรณ์แบบปานนี้ มีหรือที่เสนาบดีซ่งจะไม่ติดเบ็ด"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพร้อมเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นที่ลานหน้าตำหนัก ประตูไม้แกะสลักบานใหญ่ถูกถีบกระเด็นด้วยพลังภายในอันรุนแรง กลุ่มมือสังหารในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตพุ่งทะยานเข้ามาในห้องโถงพร้อมประกายดาบวาววับในความมืด
หลินเฟยเทียนมิได้แม้แต่จะกะพริบตา นางยังคงนั่งจิบชาอย่างใจเย็น ราวกับเหตุการณ์นองเลือดตรงหน้าเป็นเพียงการแสดงงิ้วฉากหนึ่งเท่านั้น
"ท่านเสนาบดีซ่งช่างใจร้อนเสียจริง... ส่งสุนัขรับใช้มาเห่าหอนถึงในตำหนักขององค์ชายเชียวหรือคะ?"
เสียงหวานกังวานใสเอ่ยขึ้นท่ามกลางคมดาบที่พุ่งเข้ามาประชิดตัว มือเรียวยกถ้วยชาขึ้นจรดริมฝีปากอย่างแช่มช้า ดวงตาดอกทอสบประสานกับหัวหน้ามือสังหารที่พุ่งเข้ามาด้วยรังสีอำมหิต ก่อนที่นางจะแย้มยิ้มเยือกเย็นแล้วเอ่ยประโยคสุดท้ายออกมาช้าๆ
"น่าเสียดาย... ที่พวกเจ้าเดินหมากตา, ผิด, ฝั่ง, แผ่นดิน, เสีย, แล้ว"
สิ้นเสียงหวานสะท้อนก้อง ผนังห้องรอบด้านก็เลื่อนเปิดออกพร้อมกับหابلธนูร้อยคันที่เล็งตรงมายังผู้บุกรุกทั้งหมดในพริบตาเดียว!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งอำนาจนี้ด้วยกันนะคะ หงส์เพลิงหวนคืนสัญญาว่าจะพาความระทึกใจมาให้ทุกท่านในตอนหน้าค่ะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 24
หมากตัวสำคัญเดินหมากพลาด
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!