"หากแผ่นกระดาษแผ่นนี้ตกถึงพระเนตรของฝ่าบาท ตระกูลหลินของพวกเราคงมิเหลือแม้แต่เถ้ากระดูกให้ผู้ใดกราบไหว้... พี่รอง ท่านยังมีความใจเย็นหลงเหลือให้จิบชาอุ่นอยู่อีกหรือเจ้าคะ"
น้ำเสียงร้อนรนปนระคนหวาดผวาของหลินฮวาอนุชาต่างมารดา ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องหนังสือส่วนตัว กลิ่นกำยานปักกิ่งราคาแพงอบอวลผสมผสานกับไอเย็นยะเยือกยามราตรีที่เล็ดลอดผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายเมฆมงคล แสงจากเปลวเทียนสีส้มสั่นไหวตามแรงลม สะท้อนเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังนั่งนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้จันทน์แดง
หลินเฟยเทียนมิได้ชายตาแลแผ่นกระดาษยับยู่ยี่ในมือของอนุชา ปลายนิ้วเรียวยาวดุจหยกสลักของเขากำลังประคองถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ลวดลายปลาคาร์พว่ายวนบนผิวถ้วยช่างดูพริ้วไหวรา-กับมีชีวิต ความเงียบขรึมที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นทรงพลังเสียยิ่งกว่ากองทหารนับหมื่นที่รายล้อมจวน
ดวงตาหงส์คู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย ซ่อนประกายคมกริบดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขารู้ดีว่า "จดหมายลับ" ฉบับนี้ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของเขาอย่างแท้จริง หากแต่เป็นฝีมือของอำมาตย์โจวผู้เจ้าเล่ห์ ที่จงใจป้ายสีใส่ความว่าตระกูลหลินแอบติดต่อกับแคว้นศัตรูเพื่อก่อกบฏ หลักฐานเท็จชิ้นนี้ถูกเตรียมการมาอย่างแนบเนียน และหากปล่อยให้มันหลุดรอดออกไปถึงมือราชสำนักในเช้าวันพรุ่งนี้ หัวของคนตระกูลหลินทั้งร้อยชีวิตคงได้ประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงเป็นแน่
"ความใจเย็นหรือ..." หลินเฟยเทียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบจนผู้ฟังต้องสะท้านเฮือก "เจ้าคิดว่าความตื่นตระหนกจะช่วยให้คมดาบที่พาดอยู่บนคอหอยหลุดรอดไปได้งั้นหรือ น้องรอง เจ้ายังอ่อนหัดนัก"
"แล้วท่านพี่จะทำอย่างไรเล่า! คนสนิทของอำมาตย์โจวกำลังนำหีบเอกสารนี้ไปถวายรายงานต่อองค์รัชทายาทแล้ว อีกไม่เกินหนึ่งเค่อ (สิบหนาที) ขบวนม้าเร็วจะออกจากประตูเมืองทิศเหนือ..." หลินฮวากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
หลินเฟยเทียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแผ่วเบา ราวกับเสียงกระทบของกระเบื้องนั้นคือจังหวะการเต้นของลมหายใจสุดท้ายของศัตรู รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่งแต้มด้วยไอสังหารที่ทำเอาบรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็ง
"ใครบอกเจ้าว่า... ขบวนม้าเร็วนั่นจะไปถึงประตูเมืองทิศเหนือได้ล่ะ?"
คำถามอันกำกวมนั้นทำให้หลินฮวาชะงักงัน ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบจะดังขึ้นที่ด้านนอกเรือน เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าแพรสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ใบหน้าคมคายดุจเทพสลักประดับด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน
นั่นคือ องค์ชายมู่หรงเฉิน... องค์ชายผู้ถูกลืมที่ผู้คนต่างคิดว่าเป็นเพียงสุนัขจนตรอก แต่มีเพียงหลินเฟยเทียนเท่านั้นที่ล่วงรู้ว่า บุรุษผู้นี้คือพยัคฆ์ซ่อนเล็บที่รอวันผงาด
"ทุกอย่างเป็นไปตามที่กุนซือหลินคาดการณ์ไว้" มู่หรงเฉินกล่าวพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อ โยนหหีบไม้พะยูงขนาดเล็กกลิ้งหล้าลงมาหยุดแทบเท้าของหลินฮวา "คนของอำมาตย์โจวถูกสกัดไว้ที่ตรอกซอกซอยบูรพา เอกสารตัวจริงถูกสับเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ส่วนจดหมายปลอมฉบับนั้น... บัดนี้ได้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีในเตาผิงห้องหนังสือของอำมาตย์โจวเองแล้ว"
หลินฮวาอ้าปากค้าง ดวงเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เขาไม่คาดคิดเลยว่าพี่รองของตนจะเดินหมากตานี้ได้อย่างลึกล้ำและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ การใช้ไหวพริบทำลายหลักฐานเท็จโดยไม่เพียงแต่เอาตัวรอด แต่ยังย้อนกลับไปเผาบ้านของศัตรูด้วยหลักฐานชิ้นเดียวกัน เป็นเล่ห์เหลี่ยมที่น่ากลัวเกินกว่าจะจินตนาการ
หลินเฟยเทียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อาภรณ์ปักดิ้นทองสะท้อนแสงไฟวับวาม เขาย่างก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ชายตามองเศษกระดาษที่หลงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"อำมาตย์โจวคิดว่าเขาเป็นผู้กุมกระดานหยกนี้ไว้ในมือ แต่เขาหารู้ไม่ว่า... ตั้งแต่แรกเริ่มเดิมที ตารางหมากทั้งหมดนี้ ข้าเป็นผู้ตีเส้นตารางขึ้นมาเอง"
ความเงียบสงบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง ทว่าในยามนี้มันไม่ใช่ความหวาดกลัว หากแต่เป็นความยำเกรงต่อสติปัญญาอันไร้เทียมทานของกุนซือทมิฬผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงชั่วขณะ เสียงเคาะเกราะยามดึกสามครั้งก็ดังสนั่นมาจากนอกจวน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้ากราบทูลรายงานขององครักษ์ประจำตระกูลที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้า
"เรียนคุณชายใหญ่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ... ราชโองการด่วนจากในวังหลวงถูกส่งมาถึงหน้าประตูจวนแล้ว โดยมีขันทีคนสนิทของฮ่องเต้เป็นผู้นำมาด้วยตนเอง และ... และผู้ที่ร่วมเสด็จมาในยามวิกาลนี้ด้วย คือพระชายาองค์รัชทายาทผู้ล่วงลับที่ทุกคนต่างคิดว่าสิ้นพระชนม์ไปแล้วเมื่อสามปีก่อน!"
หลินเฟยเทียนชะงักก้าวเท้า ดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไwวพริบอันรวดเร็วประมวลผลทันทีว่าสตรีผู้นั้นไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้
และก่อนที่เขาจะได้เอ่ยสิ่งใด ขันทีชราผู้ถือพระราชโองการก็ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมรอยยิ้มอันน่าขนพองสเกล และด้านหลังของขันทีนั้น... ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ก็ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่กรีดลึกลงไปถึงขั้วหัวใจของหลินเฟยเทียน
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจไปกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 2
จดหมายที่หายไป
ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!