กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก•ตอนที่ 5

ความลับในวังหลวง

ผลงานโดย หงส์เพลิงหวนคืน
กลิ่นอายของกำยานหมื่นลี้ลอยอบอวลอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่ากลับมิได้ช่วยให้บรรยากาศภายในตำหนักบูรพาผ่อนคลายลงแม้แต่น้อย ความเงียบงันที่ปกคลุมอยู่ ณ ที่แห่งนี้ หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขาทั้งลูก หลินเฟยเทียนยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังม่านไหมปักลายหงส์เพลิง แววตาคู่คมกริบกวาดมองผ่านช่องว่างของผ้าแพรบางเบาไปยังร่างสูงสง่าขององค์ชายมู่หรงเฉิน ผู้กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเป็นจังหวะเชื่องช้า ทว่าเฉียบขาด "เจ้าแน่ใจแล้วหรือ, เฟยเทียน" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบราวกับคมมีดที่กรีดผ่านอากาศ "เอกสารลับชิ้นนี้... คือกุญแจที่จะเปิดประตูไปสู่สุสานของเสด็จพ่อจริงหรือ" "หากมิใช่กุญแจ หม่อมฉันก็คงมิอาจอาจหาญนำมันมาวางไว้เบื้องพระพักตร์ของพระองค์เพคะ" หลินเฟยเทียนก้าวออกมาเบื้องหน้า อาภรณ์สีนิลปักดิ้นทองขยับไหวตามจังหวะการเคลื่อนกาย ราวกับปีกของพญาหงส์ที่กำลังกางกว้าง นางยื่นหีบไม้แกะสลักลวดลายประณีตส่งให้ด้วยสองมือ "สิ่งนี้ถูกซ่อนไว้ใต้พื้นศิลาในตำหนักเย็นของอดีตพระสนมผู้ล่วงลับ... ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้ปรุงพระosถวายแด่ฮ่องเต้ในคืนก่อนวันที่พระองค์จะเสด็จสวรรคตอย่างปริศนาเมื่อสามปีก่อน" มู่หรงเฉินรับหีบใบนั้นมาเปิดออก ภายในบรรจุแผ่นหยกสลักอักษรลับและสมุดบันทึกหน้ากระดาษเหลืองกรอบเล่มหนึ่ง ทันทีที่เขาพลิกเปิดอ่าน ดวงเนตรคมกลาบที่เคยราบเรียบดุจผิวน้ำในฤดูหนาว ก็พลันปรากฏระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวพาดผ่าน รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลัน "หึ... เป็นฝีมือของมันจริงๆ สินะ" มู่หรงเฉินแค่นยิ้มหยัน มุมปากหยักลึกเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "อัครเสนาบดีหลี่ผู้ซื่อสัตย์สุจริตในสายตาของขุนนางทั่วหล้า กลับเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังการปลิดชีพเสด็จพ่อด้วยยาพิษเรื้อรัง 'สราญรมย์นิทรา' ยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่น ทว่ากัดกร่อนอวัยวะภายในจนหมดสิ้น..." "มิใช่เพียงเท่านั้นเพคะ" หลินเฟยเทียนกล่าวเสริม น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และเฉียบคมราวกับน้ำแข็งขั้วโลก "ในบันทึกเล่มนั้น มิได้ระบุเพียงแค่ชื่อผู้ลงมือ แต่ยังระบุรายชื่อขุนนางครึ่งราชสำนักที่ร่วมมือกันปกปิดความจริง รวมถึงตราประทับลับที่ใช้สั่งการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรในคืนนั้น หากเรานำหลักฐานชิ้นนี้ไปเปิดโปงในท้องพระโรง รับรองว่าอำนาจของตระกูลหลี่จะต้องพังทลายลงในชั่วพริบตาเดียวอย่างแน่นอนเพคะ" มู่หรงเฉินเงยหน้าขึ้นจ้องมองสตรีตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความลึกล้ำยากหยั่งถึง เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษผู้กุมชะตาฟ้าดินโอบล้อมร่างบางเอาไว้ ทว่าหลินเฟยเทียนกลับมิได้ถอยหนี นางเพียงเงยหน้าสบตากับเขาด้วยความมั่นคง ดุจดั่งหินผาที่ท้าทายคลื่นลมโหมกระหน่ำ "เจ้าฉลาดเป็นกรดเกินไปแล้ว, เฟยเทียน" มู่หรงเฉินเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา อยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปัดผ่านพวงแก้มเนียน "บางครั้ง... ข้าก็อดคิดไม่ได้ว่า หากเจ้าไม่ได้อยู่ข้างเดียวกับข้า เจ้าคงกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในแผ่นดินนี้" "หม่อมฉันไม่มีวันเป็นศัตรูของพระองค์เพคะ" หลินเฟยเทียนตอบกลับทันควัน น้ำหนักคำพูดหนักแน่นยิ่งกว่าสิ่งใด "เพราะศัตรูของพระองค์... ก็คือศัตรูผู้พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตของหม่อมฉันเช่นกัน ความแค้นในอดีต บัญชีเลือดนี้... ถึงเวลาต้องชำระให้สิ้นซากแล้วเพคะ" รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของมู่หรงเฉิน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความผูกพันลึกซึ้งที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางกองเพลิงแห่งการแก้แค้น เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของนางไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือหนาส่งผ่านความมั่นคงมาให้ ทว่าในวินาทีที่บรรยากาศกำลังผสานความรู้สึกอันลึกซึ้งเข้าด้วยกันนั้นเอง... *เคร้ง!* เสียงประหลาดดังขึ้นจากเบื้องนอกหน้าต่างกระดาษสา มู่หรงเฉินสะบัดมือปล่อยนางทันที ร่างสูงพุ่งตัวออกไปทางหน้าต่างด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ ดุจพญาอินทรีขยับปีก หลินเฟยเทียนชักกริชเล่มงามออกจากชายแขนเสื้อ วิ่งตามออกไปติดๆ ด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบคมของกุนซือผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ณ ระเบียงทางเดินด้านนอก ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทว่าบนพื้นไม้ขัดมันกลับมีสิ่งหนึ่งตกอยู่— มันคือป้ายหยกประจำตัวของ 'องค์ชายรอง' มู่หรงอี้ คู่แข่งทางการเมืองผู้กุมกำลังทหารครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น บนป้ายหยกยังมีคราบโลหิตสดๆ หยดเป็นทางยาว ราวกับผู้เป็นเจ้าของเพิ่งถูกลอบสังหาร หรือ... จงใจทิ้งมันไว้เพื่อส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง! มู่หรงเฉินก้มลงเก็บป้ายหยกขึ้นมาพิจารณา แววตาคมกริบหรี่แคบลงทันที "มีคนจงใจตลบหลังเรา..." หลินเฟยเทียนก้าวเข้าไปใกล้ กวาดสายตามองไปในความมืดเบื้องหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกไม่ชอบมาพากล ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับเงาร่างหนึ่งที่กำลังล้มฟุกอยู่ตรงมุมเสา แสงจันทร์สาดส่องลงมาเผยให้เห็นใบหน้าที่ซีดเผือดและดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวของขันทีคนสนิทประจำตัวองค์ชายรอง ซึ่งลำคอมีรอยกระบี่เฉือนขาดสะบั้น และในมือของศพนั้น กำม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่นสนิท มู่หรงเฉินก้าวเข้าไปดึงม้วนกระดาษออกจากมือศพอย่างระมัดระวัง เมื่อคลี่ออกอ่าน แววตาขององค์ชายผู้เยือกเย็นมาตลอดกลับไหววูบเป็นครั้งแรก มันคือราชโองการลับสลักลายมือของฮ่องเต้องค์ก่อน—ราชโองการฉบับจริงที่ระบุชื่อผู้ที่จะสืบทอดราชบัลลังก์อย่างแท้จริง... ซึ่งมิใช่ใครอื่นนอกจากองค์ชายผู้ถูกลืมอย่างเขาเอง ทว่าที่มุมกระดาษกลับมีคราบหมึกเขียนด้วยเลือดทับไว้เป็นตัวอักษรสามคำ: *‘ระวัง... คนใกล้ตัว’* -------------------------------------------------- ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกเกมอำนาจไปกับข้า หงส์เพลิงหวนคืน นะคะ
สารจากนักเขียน (หงส์เพลิงหวนคืน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือทมิฬพลิกชะตารอยเลือดบนกระดานหยก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%