เสียงลมหายใจที่สะดุดกึก เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ซื่อสัตย์ที่สุดในห้องทำงานอันเงียบงัน
มินตราไม่ได้ถอยหลัง เธอยืนนิ่งราวกับรากไม้ที่หยั่งลงไปในความอึดอัดระลอกแล้วระลอกเล่า แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าอีกฟากฝั่งของกระจกใส สะท้อนเงาร่างสูงโปร่งของภาคินที่ทาบทับลงมาจนเกือบมิดร่างเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาเวลานี้ กลับไม่ได้สร้างความเกรงกลัวเหมือนเก่า หากแต่มันพัดพาเอาความทรงจำทั้งหมดที่ทั้งคู่พยายามซ่อนเร้นให้พุ่งพล่านขึ้นมาในอากาศ
และเจ้าของข้อความนั้น... กำลังยืนอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงหนึ่งก้าว
"อ่านแล้ว... ทำไมไม่ตอบ?"
น้ำเสียงของภาคินทุบทำลายความเงียบลงอย่างไม่ไยดี มันไม่ใช่เสียงดุเช่นเคย แต่มีความแหบพร่าและสั่นเครือบางเบาที่ถ้าคนไม่สังเกตย่อมไม่มีวันได้ยิน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันเพอร์เฟกต์กวาดมองใบหน้าเนียนที่พยายามเชิดขึ้นเพื่อต้านทานแรงโน้มถ่วงแห่งความอ่อนแอ
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งผากและเต็มไปด้วยรอยร้าว
"ท่านประธานอยากให้ดิฉันตอบว่าอะไรล่ะคะ? ให้บอกว่า ‘รับทราบค่ะ’ เหมือนเวลาที่คุณสั่งงานในย่อหน้าที่สามของอีเมล หรือจะให้พิมพ์ตอบว่า ‘ยินดีด้วยค่ะที่คุณจะกลับไปทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม’ ดีล่ะ?"
มินตราเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตากลมโตคู่สวยเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใส แต่มันถูกกักเก็บไว้ด้วยศักดิ์ศรีที่เธอไม่มีวันยอมวางลงต่อหน้าผู้ชายคนนี้ ผู้ชายคนที่ถือดี เย่อหยิ่ง และคิดว่าโลกทั้งใบต้องหมุนตามตารางเวลาที่เขาขีดเส้นไว้
"มิน..." ภาคินครางชื่อเผลอหลุดจากริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น มือหนาที่มักจะกุมอำนาจในการตัดสินใจทางธุรกิจนับร้อยล้าน ยามนี้กลับกำเข้าหาตัวจนข้อนิ้วขาวซีด
"อย่ามาเรียกชื่อนี้ด้วยน้ำเสียงแบบนั้นนะคะ!" มินตราสวนกลับทันควัน ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาหลายเดือนระเบิดออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของเธอเอง "คุณไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร คุณคิดว่าเงิน เวลา และความสมบูรณ์แบบของคุณ มันซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งความรู้สึกของคนที่เขา... ของคนที่เขาพยายามวิ่งตามคุณจนเหนื่อยหอบ!"
ประโยคสุดท้ายหลุดรอดออกไปพร้อมเสียงสะอื้นที่เธอพยายามกลืนกลับลงคออย่างสุดชีวิต มินตราบิดตัวจะเดินเลี่ยงผ่านไหล่กว้างของเขาไป แต่ภาคินกลับขยับตัวเร็วกว่า มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียว รั้งร่างเธอไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะไม่ให้เจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะหยุดทุกการเคลื่อนไหว
"ปล่อยค่ะ!"
"ไม่ปล่อย" ภาคินสวนกลับทันที น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นเข้มจัด แต่แววตากลับสั่นไหวรุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหว "ถ้าปล่อย... ผมรู้ว่าคุณจะหายไปจากชีวิตผมตลอดกาล"
มินตราหยุดกุนซือในใจ หันกลับมามองเขาด้วยความโกรธปนความน้อยใจที่ล้นทะลัก "แล้วที่คุณทำอยู่ทุกวันนี้มันคืออะไรล่ะคะคิน? ผลักไส ไล่ส่ง แล้วก็ทำเป็นมองไม่เห็น แค่เพราะกลัวว่าภาพลักษณ์เพอร์เฟกต์ของคุณจะมีรอยด่างพร้อยที่มีเลขานุการอย่างฉันเข้ามามีอิทธิพลทางใจงั้นเหรอ?"
คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าปักกลางใจภาคินราวกับลูกศรอาบยาพิษ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันคือกำแพงหนาทึบที่บีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก ภาคินมองผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่เขารักและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก แต่ความเย่อหยิ่ง ทิฐิ และกำแพงแห่งความสมบูรณ์แบบที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดสามสิบสองปี กลับกลายเป็นอาวุธย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองเกือบแหลกสลาย
เขายืนอยู่บนจุดสูงสุดของตึกระฟ้า แต่วินาทีนี้เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ก้นบึ้ง และคนที่ดึงรั้งเขาไว้ไม่ให้ตกลงไป ก็คือมือเล็กๆ ที่กำลังพยายามสะบัดเขาออกข้างกู้นี้
"ผมยอมรับ..." เสียงของภาคินแผ่วเบาลงราวกับคนหมดแรง ทิฐิอันสูงส่งถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดีภายใต้แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "ผมมันโง่ มินตรา... ผมคิดว่าการเก็บความรู้สึกไว้ใต้มาดประธานจอมหยิ่งมันคือการปกป้องคุณจากปัญหา แต่ผมลืมคิดไปว่า... การกระทำบ้าๆ ของผม มันกำลังฆ่าคุณให้ตายทั้งเป็นต่างหาก"
มินตรานิ่งงิ่งไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่คิดว่าผู้ชายที่ถือตัวที่สุดในสามโลกจะยอมเอ่ยปากยอมรับความผิดพลาดของตัวเองออกมาตรงๆ แบบนี้
"คุณ..."
"ผมเกือบทำลายคนที่ผมรักที่สุดไปแล้วจริงๆ" ภาคินก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกนิด จนพื้นที่ระหว่างกันแทบไม่เหลือ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร่งไม่เป็นจังหวะ มือหนาที่สั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้น ประคองแก้มเนียนที่เปื้อนคราบน้ำตาอย่างทะนุถนอมที่สุด นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยหยาดน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้มินตราถึงกับนิ่งงัน หัวใจที่เคยแข็งกระด้างยวบยาบลงในพริบตา
"คิน..."
"อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น มิน" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรินรดอยู่บนพวงแก้ม "ให้โอกาสผมได้แก้ตัว ให้โอกาสผู้ชายงี่เง่าคนนี้ได้พิสูจน์ว่า... โลกของผมต่อจากนี้ จะไม่มีวันมีความหมายอะไรเลย ถ้าไม่มีคุณอยู่ข้างๆ"
บรรยากาศในห้องทำงานมืดสนิทมีเพียงแสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามา ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานราวกับเวลาหยุดเดิน ความอึดอัดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยแรงดึงดูดมหาศาลที่พร้อมจะหลอมละลายทุกกำแพงทิฐิลง ภาคินโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนริมฝีปากของทั้งคู่แทบจะสัมผัสกัน
มินตราหลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อหัวใจตัวเองที่ร่ำร้องหาเขามาตลอด
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันเพื่อปิดจบทุกความเข้าใจผิด
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต พร้อมกับร่างของกรณ์ที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท
"ขอโทษทีนะคิน พอดีฉันมีเรื่องด่วนต้องคุยกับมิน... อ้าว เฮ้ย! ฉันมาขัดจังหวะอะไรพวกนายหรือเปล่าเนี่ย?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังลุ้นระทึกของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 25
น้ำตากับความอึดอัด
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!