"ขอโทษทีนะคิน พอดีฉันมีเรื่องด่วนต้องคุยกับมิน... อ้าว เฮ้ย! ฉันมาขัดจังหวะอะไรพวกนายหรือเปล่าเนี่ย?"
ประโยคทำลายบรรยากาศของกรณ์ยังคงลอยเคว้งอยู่ในอากาศ ทว่าสำหรับภาคินในเวลานี้ มันไม่ใช่แค่การขัดจังหวะ แต่มันคือวิกฤตการณ์ระดับชาติที่ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครจะต้องบันทึกบัญชีหนังหมูไว้สะสางทีหลัง สายตาคมกริบดั่งใบมีดโกนของภาคินตวัดมองผู้มาใหม่เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมามองร่างบางของเลขาสาวที่กำลังถอยหลังกรูดเพื่อสร้างระยะห่าง
มินตราเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแววระแวดระวังราวกับแมวป่าที่จนมุม เธอจัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เข้าที่อย่างลวกๆ ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว
"ถ้าคุณกรณ์มีเรื่องด่วน เชิญทางห้องประชุมเล็กได้เลยค่ะ ดิฉัน..."
"ไม่ต้อง!"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจหลุดลอดไรฟันของภาคินออกมาทันที เจ้าของร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบก้าวเข้ามาขวางกั้นระหว่างมินตรากับกรณ์โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของพุ่งพล่านจนต่อมเหตุผลเกือบจะทำงานไม่ทัน ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีความเย็นยะเยือกออกมาจนอุณหภูมิในห้องทำงานส่วนตัวลดฮวบลงหลายองศา
"มินตรายังเคลียร์งานกับผมไม่เสร็จ คุณกรณ์มีธุระอะไรก็เชิญกลับไป หรือไม่ก็รอข้างนอก" ภาคินเอ่ยเสียงเรียบ ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูนฟ้องชัดว่าความอดทนของเขาเหลือน้อยเต็มที
กรณ์เลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นตามประสาคนเจ้าสำราญที่ชอบสุมไฟกองโต "อ้าวเหรอครับ? แต่เมื่อกี้ผมเห็นพวกนาย... เอ่อ หน้าตาใกล้ชิดกันเกินขอบเขตงานไปหน่อยนะท่านประธาน หรือว่ากำลังเคลียร์ 'เรื่องส่วนตัว' กันอยู่?"
มินตราหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่เป็นความโกรธที่ถูกจี้จุด เธอตวัดสายตาคมกริบใส่ประธานหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อโทษฐานทำตัวรุ่มร่ามจนคนอื่นเข้าใจผิด
"ท่านประธานกรุณาเคารพความเป็นส่วนตัวของดิฉันด้วยค่ะ และกรุณาถอยออกไป ห่างจากโต๊ะทำงานดิฉันด้วย" มินตราเอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันตัวเดินเลี่ยงออกไปทางประตู แต่มีหรือที่คนอย่างภาคินจะยอมปล่อยให้เหยื่อ... เอ๊ย ลูกน้องคนสำคัญหลุดมือไปง่ายๆ
รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด ขายาวก้าวเข้ามาดักหน้าอีกครั้ง ภาคินใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะทำงานของมินตราไว้ กักขังร่างบางให้อยู่ในอาณาเขตของเขาโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความอบอุ่นเฉพาะตัวแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด จนลมหายใจของมินตราสะดุดกึก
"ยังคุยไม่จบ... อยู่เคลียร์ตรงนี้ให้เสร็จก่อน" ภาคินกระซิบเสียงพร่า สายตาที่มองเธอมันไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลยสักนิด มีเพียงความเว้าวอนระคนดื้อรั้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึม
กรณ์แกล้งกระแอมเสียงดัง "อะแฮ่ม! เกรงใจคนโสดแถวนี้บ้างก็ได้นะคิน ถ้ามินไม่ว่าง วันนี้ผมขอตัวพามินไปทานมื้อเที่ยงแทนก็แล้วกัน"
"ไม่ได้!" ภาคินสวนกลับทันควันโดยไม่ต้องคิด เสียงตวาดห่วนๆ หลุดออกมาจากปากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษผู้เพียบพร้อม มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนงจะแสดงอาการหวงก้างอย่างไร้ฟอร์มต่อหน้าคนอื่นได้ขนาดนี้
"เหตุผลล่ะ?" กรณ์ยิ้มท้าทาย
"เหตุผลคือ... เธอเป็นเลขาผม ตารางงานวันนี้แน่นเอี๊ยด และผม... มีเรื่องสำคัญกว่าต้องคุยกับเธอตามลำพัง" ภาคินลากเสียงยาวอย่างถือดี ก่อนจะหันไปปรายตามองกรณ์ด้วยสายตาพิฆาต "เชิญครับคุณกรณ์"
เมื่อถูกไล่ทางอ้อมแถมสายตาคมปลาทูเค็มส่งมาสมทบ กรณ์จึงยอมยกมือยอมแพ้ หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี "โอเคๆ ยอมแพ้ความเจ้ากี้เจ้าการของท่านประธานก็ได้ ไว้เจอกันนะมิน" กรณ์โบกมือลาแล้วเดินผิวปากออกจากห้องไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา ทิ้งให้ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าอึดอัดอีกครั้ง
ประตูปิดลงสนิท...
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอนึกอยากจะหยิบแฟ้มเอกสารฟาดหน้าหล่อๆ ของคนตรงหน้านัก "ท่านประธานทำบ้าอะไรคะ! รู้ตัวไหมว่าทำตัวเสียมารยาทมากแค่ไหน กรณ์เขาจะคิดยังไง..."
"ช่างหัวมันสิ" ภาคินสวนกลับหน้าตาเฉย ร่างสูงไม่ได้ถอยออกไปไหน แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นจนจมูกโด่งเกือบจะชนกับแก้มใส "ผมสนแค่ว่า... เมื่อกี้คุณกำลังจะปฏิเสธผม"
"ดิฉันไม่ได้ปฏิเสธงานค่ะ ดิฉันแค่ไม่อยากคุยเรื่องส่วนตัวกับคุณ!" มินตราเถียงคอเป็นเอ็น มือบางพยายามดันอกแกร่งออกห่าง แต่ภาคินกลับนิ่งเฉยราวกับกำแพงหิน
"เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวของผมกับคุณ... ตอนนี้มันแยกออกจากกันไม่ได้แล้วมินตรา" น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ดวงตาคมเข้มทอดมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งจนเธอไม่กล้าสบตาตรงๆ "ผมรู้ว่าผมมันปากร้าย เย็นชา และงี่เง่าในสายตาคุณ... แต่ถ้าผมจะขอโอกาสเริ่มต้นใหม่อีกครั้งล่ะ?"
มินตรานิ่งงัด ชะงักไปกับคำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากคนหยิ่งผยอง
คืนนั้น... หลังจากเหตุการณ์ชวนหัวใจวายในออฟฟิศผ่านพ้นไป ภาคินในฐานะประธานหนุ่มผู้ไม่เคยง้อใคร กลับต้องมานั่งกุมขมับอยู่บนโซฟาหนังราคาแพงในห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์ส่วนตัว โดยมีหน้าจอแท็บเล็ตเปิดค้างไว้ที่แชทกลุ่มลับที่รวมตัวเฉพาะเพื่อนสนิทตัวแสบ
กลุ่มแชท: **'แก๊งคนคลั่งรัก (ที่ปากแข็ง)'**
**คิน (ภาคินเอง):** "พวกแก... ถามจริง ถ้าผู้หญิงเขาโกรธจนไม่อยากมองหน้า แล้วเราอยากง้อ... ต้องทำยังไงวะ?"
ผ่านไปไม่ถึงห้าวินาที ข้อความตอบกลับก็เด้งรัวราวจรวด
**ธน ์ (เพื่อนสนิทสายเพลย์บอย):** "เฮ้ย! กูตาฝาดป่ะวะ? ท่านประธานภาคินผู้เย็นชาถามเรื่องง้อผู้หญิงเนี่ยนะ? โลกแตกยังวะเพื่อน!"
**กรณ์ (ไอ้ตัวแสบคนเดิม):** "ฮ่าๆๆๆๆ สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้แกทำตัวเป็นหินทับอกเขาล่ะคิน วันนี้ฉันเกือบโดนสายตาพิฆาตของแกแทงทะลุไส้ติ่งแล้วเนี่ย"
**คิน:** "เลิกไร้สาระแล้วตอบคำถาม มินตรากำลังโกรธฉันกึ่งหนึ่ง เกลียดกึ่งหนึ่ง... มีวิธีไหนที่ทำให้หายโกรธเร็วที่สุดวะ?"
**ธรณ์:** "ง่ายมากเพื่อน... ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันล่าสุดให้สักใบ รับรองยิ้มแก้มปริ"
**คิน:** "วิธีนี้ใช้ไม่ได้ผลกับมินตรา เธอไม่ใช่คนเห็นแก่เงิน เธอเกลียดคนที่ใช้เงินซื้อปัญหา"
**กรณ์:** "อืม... ถ้าไม่ใช่เงิน ก็ต้องใช้ 'ความพยายาม' และ 'ความน่าสงสาร' ว่ะคิน ผู้หญิงแพ้ความตื๊อและความใส่ใจ ยิ่งถ้าเป็นคนเย็นชาอย่างแกมาทำตัวเป็นหมาเด็กขี้อ้อนนะ... กูรับประกันว่าต่อให้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แค่กะพริบตาปริบๆ เขาก็ใจอ่อนยวบแล้ว"
**คิน:** "หมาเด็กขี้อ้อน? หมายถึงให้ฉันทำตัวปัญญาอ่อนเนี่ยนะ?"
**ธรณ์:** "เออด,ดิ! อยากได้เลขาคืนหรืออยากได้ 'ภรรยา' คืนล่ะท่านประธาน เลือกเอา!"
คำพูดของกรณ์ราวกับค้อนทุบลงกลางใจ ภาคินนั่งนิ่งขบคิดอยู่คนเดียวเงียบๆ เป็นเวลานาน ภาพรอยยิ้มหยันและสายตาเย็นชาของมินตราเมื่อตอนกลางวันวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง... เขาอาจจะสูญเสียผู้หญิงคนนี้ไปจริงๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น... ณ สำนักงานใหญ่
มินตราก้าวเท้าเข้ามาในออฟฟิศด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ปกติแล้วเวลานี้เธอจะต้องเห็นแฟ้มเอกสารกองโตวางอยู่บนโต๊ะ พร้อมกับเสียงตามสายดึงตัวเข้าห้องทำงานด้วยน้ำเสียงเข้มงวด แต่วันนี้... บรรยากาศมันเงียบเชียบเกินไป
บนโต๊ะทำงานของเธอไม่มีแฟ้มเอกสารแม้แต่เล่มเดียว แต่กลับมี... ช่อดอกไม้สีขาวสะอาดตา วางไว้อย่างประณีต พร้อมกับแก้วกาแฟโปรดที่ชงมาในอุณหพอดีเป๊ะ และโน้ตกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะไว้ด้วยลายมือหวัดๆ แต่พยายามบรรจงเขียนอย่างเต็มที่
*‘กาแฟอุ่นๆ กับสมองที่ปลอดโปร่ง... ห้ามปฏิเสธคำขอโทษของผมในวันนี้เด็ดขาด – ภาคิน’*
มินตราเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ เธอหยิบกระดาษโน้ตขึ้นมาอ่านซ้ำไปซ้ำมา สมองประมวลผลไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับท่านประธานผู้หยิ่งทะนงคนนั้น
ทว่า ยังไม่ทันที่เธอจะได้วางกระดาษลง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเทาเข้มก็ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว ภาคินวันนี้ดูแปลกตาไปเล็กน้อย เนคไทถูกคลายออกหลวมๆ และที่สำคัญที่สุด... สีหน้าที่เคยบึ้งตึงและเย็นชา กลับถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ ที่มีความเก้ๆ กังๆ เจืออยู่จางๆ
"อรุณสวัสดิ์ครับมิน" เสียงทุ้มเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลผิดหูผิดไส
มินตราหันขวับไปมอง ตาโตเท่าไข่ห่าน "ทะ... ท่านประธาน เป็นไข้หรือเปล่าคะเนี่ย ทำไมพูดจาแปลกๆ?"
ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้า เขาจำคำแนะนำของไอ้ธรณ์และไอ้กรณ์ได้ขึ้นใจ... *อยากง้อง้อ ต้องแปลงร่างเป็นหมาเด็ก!*
ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว สองมือล้วงกระเป๋ากางเกงไว้เพื่อซ่อนอาการสั่นเล็กน้อย ก่อนจะโน้มตัวลงมาสบตากับเธอในระยะประชิด ดวงตาคมคายฉายแววออดอ้อนแบบที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนในรอบสิบปี
"ผมไม่ได้เป็นไข้... แต่ผมกำลังจะลงแดงตายเพราะคุณเมินต่างหากล่ะครับ" ภาคินกระซิบเสียงนุ่ม ทอดสายตาหวานเชื่อมใส่เธอจนมินตราบשכหันหนีแทบไม่ทัน
"ท่านประธาน! พูดจาอะไรไม่เกรงใจฝ่ายบุคคลเลยนะคะ ถอยไปเลยนะ!" มินตราหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แรงต้านทานที่มีลดฮวบลงครึ่งหนึ่งทันทีเมื่อเจอไม้นี้
"ไม่ถอยครับ... จนกว่าคุณจะยอมรับกระดาษโน้ตแผ่นนั้น และยกโทษให้ผม" ภาคินไม่เพียงแต่ไม่ถอย เขายังขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาเจ้าเล่ห์แต่แฝงความจริงจังพุ่งตรงมาที่เธอ
"ถ้าดิฉันบอกว่าไม่ล่ะคะ?" มินตราเชิดหน้าขึ้นพยายามสู้กลับ ทั้งที่แก้มแดงซ่าน
ภาคินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้ามือเรียวมากุมไว้ ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยการเปิดผงาดเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝัน
"คุณคินคะ! เอกสารสรุปยอดโปรเจกต์ใหม่ที่ให้ตรวจสอบด่วน... อ้าว ตายจริง ฉันมาขัดจังหวะอะไรใหม่อีกแล้วเนี่ย?"
รดา เพื่อนสนิทและผู้ช่วยสาวอีกคนยืนค้างเติ่งอยู่ตรงหน้าประตู ตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อเห็นภาพประธานหนุ่มผู้เย็นชา กำลังโน้มตัวกอดก่ายอยู่เหนือโต๊ะทำงานของเพื่อนรักในท่าทางที่ชวนคิดลึกสุดๆ
ภาคินผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงทันที หน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สองในรอบยี่สิบสี่ชั่วโมง
มินตราบดบังความเขินอาย รีบกระชากมือกลับแล้วหันไปคว้าแฟ้มเอกสารจากมือรดาแก้เก้อทันที
"ไม่มีอะไรค่ะรดา! ว่าแต่เอกสารตัวนี้... นายหัวสี่ห้องหัวใจของเธอกำลังจะเซ็นเดี๋ยวนี้แหละ!" มินตราเอ่ยเสียงเขินปนโมโห
ภาคินปรายตามองรดาด้วยสายตาพิฆาตระดับสิบ ก่อนจะหันกลับมามองมินตราที่กำลังก้มหน้าหลบสายตา รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง
เขาก้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูบางด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ได้ยินกันแค่สองคน...
"เคลียร์งานนี้เสร็จเมื่อไหร่... เรามีเรื่อง 'ส่วนตัว' ต้องเคลียร์กันยาวแน่ครับที่รัก"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 26
แผนการง้อง้อฉบับคนซึน
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!