กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดเข้มข้นจากเครื่องชำนาญการราคาแพง ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศบนชั้นยี่สิบห้าของบริษัทเอเจนซี่โฆษณาชื่อดังเช้านี้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ
มินตรากำลังยืนนิ่งอยู่หน้าเครื่องถ่ายเอกสาร แสร้งทำเป็นสนใจกระดาษรายงานในมืออย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งที่หางตาซ้ายกำลังเรดาร์สแกนร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีชาโคลของภาคิน ที่ก้าวออกจากลิฟต์ส่วนตัวด้วยมาตรัตติกาลอันคุ้นเคย
ปรกติแล้ว ประธานหนุ่มผู้บ้างานคนนี้จะเดินตรงดิ่งเข้าห้องทำงานทันทีพร้อมกับแฟ้มเอกสารหนาเตอะในมือ แต่วันนี้... ก้าวเท้าของเขากลับช้าลง สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงคู่นั้นไม่ได้มองตรงไปข้างหน้า หากแต่กวาดมองสำรวจรอบพื้นที่ส่วนกลางด้วยรัศมีของเจ้าป่าที่กำลังตรวจตราอาณาเขต
"คุณมินตราครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกดให้ต่ำกว่าปกติเล็กน้อยดังขึ้นใกล้ๆ จนมินตราสะดุ้งเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นคงทั้งหมดกลับคืนมาก่อนจะหันไปเผชิญหน้า
"มีอะไรคะ... เอ๊ย มีอะไรเหรอคะท่านประธาน" มินตราเกือบหลุดสรรพนามคุ้นเคยออกไป ดีที่สติดึงกลับมาทันในเสี้ยววินาที
ภาคินหยุดยืนห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความเย็นยะเยือกที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวโชยเข้าแตะจมูก ภาพริมฝีปากที่บด3เบียดเคล้าเคลียกันอย่างเร่าร้อนเมื่อช่วงค่ำวันก่อนใต้แสงไฟสลัวในรถแล่นกลับเข้ามาในหัวสมองของเธออย่างไม่ได้รับเชิญ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวจนแทบจะกระֹดกระเด็นออกมานอกอก
ให้ตายเถอะ! นี่เธอกำลังแพ้ทางผู้ชายคนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างนั้นหรือ
"กาแฟบนโต๊ะผมจืดสนิท... เหมือนคุณลืมใส่อะไรบางอย่างไปเมื่อเช้านี้" ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย
"กาแฟก็คือกาแฟค่ะท่านประธาน จะให้ใส่ความหวานอะไรลงไปอีกล่ะคะ ในเมื่อน้ำตาลบนโต๊ะก็มีวางอยู่แล้ว หรือว่าทางฝ่ายเลขานุการจะต้องบริการแม้กระทั่งชงความหวานให้คุณด้วย?" มินตราเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเฉียบคมตามสไตล์เลขาฯ มือฉกาจ พยายามกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู
ภาคินไม่โกรธ ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกกลับกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งคนในออฟฟิศจะมีโอกาสได้เห็น เขาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนมินตราต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเครื่องถ่ายเอกสาร
พื้นที่รอบตัวแคบลงทันตาเห็น ร่างสูงใหญ่กักตัวเธอไว้ด้วยแขนข้างหนึ่งที่วางทาบลงบนตัวเครื่อง
"บางที... สิ่งที่ขาดหายไป อาจจะไม่ใช่น้ำตาลในแก้วกาแฟหรอกครับ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมใบหู จนเส้นขนอ่อนทั่วร่างของมินตราลุกชัน "แต่เป็นบรรยากาศเมื่อสองวันก่อนต่างหาก ที่คุณกำลังทำเป็นลืมมัน"
เพล้ง!
เสียงแฟ้มเอกสารในมือของพนักงานฝึกงานคนหนึ่งร่วงหล่นลงกับพื้นดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงันของสำนักงาน
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อกวาดสายตามองผ่านไหล่กว้างของภาคินออกไป เธอพบว่าสายตาทุกคู่ของเพื่อนร่วมงานในแผนกกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาสองคนเป็นตาเดียว! บางคนถึงกับอ้าปากค้าง บางคนกระซิบกระซาบกันหน้าดำคร่ำเครียด รดาที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ที่สุดกำลังส่งสายตาแซวระคนตกใจมาให้แบบไม่มีกั๊ก
ฉิบหายแล้ว...
ภาคินไม่มีทีท่าว่าจะสะท้านต่อสายตาของคนนับสิบ เขากลับยิ่งลดระยะห่างลงไปอีก ใบหน้าคมคายโน้มลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับแก้มเนียนของเธอ
"ให้คนอื่นเขามองไปสิครับ..." ภาคินกระซิบเบาๆ แต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ ท่าทางแสดงความเป็นเจ้าของที่แสดงออกอย่างไม่เกรงกลัวสายตาใคร ทำให้มินตราแทบอยากจะมุดแผ่นดินหนี "เพราะต่อจากนี้ไป... ผมไม่คิดจะซ่อนคุณไว้ข้างหลังโต๊ะเลขาฯ อีกแล้ว"
ก่อนที่มินตราจะได้อ้าปากเถียงหรือผลักอกแกร่งออกไป เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นระทึกนั้น
ประธานหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ เขายังไม่ยอมถอยห่าง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอด้วยมือเดียว สายตาคมกริบกวาดมองชื่อบนหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนที่นัยน์ตาคู่นั้นจะเปลี่ยนเป็นความเยียบเย็นและคมกริบขึ้นอย่างเฉียบพลัน
มินตราอาศัยจังหวะที่เขาสลัดความสนใจไปที่หน้าจอโทรศัพท์ เบี่ยงตัวหลุดจากวงแขนแกร่งแล้วก้าวถอยหลังออกมาตั้งหลัก หายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย
ภาคินกดรับสาย สีหน้าเรียบตึงขึ้นทันทีเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย
"ว่าไง... กรณ์"
ชื่อที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของภาคินทำให้นิ้วมือที่กำลังจัดเสื้อผ้าของมินตราหยุดชะงักลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความหวานอมเปรี้ยวกลายเป็นความตึงเครียดขึ้นมาในทันใด
กรณ์... หนุ่มเจ้าสำราญที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจคนสำคัญ ที่เพิ่งจะเข้ามาพัวพันและสร้างความหงุดหงิดให้ประธานหนุ่มเมื่อสัปดาห์ก่อน
ภาคินฟังเสียงปลายสายอยู่ครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองมินตราที่ยืนหน้าตึงอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นอย่างเย้ยหยัน แต่แววตากลับไร้ซึ่งความขบขันโดยสิ้นเชิง
"อ้อเหรอ... อยู่ที่ล็อบบี้ชั้นล่างอย่างนั้นหรอกรึ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทุ้มต่ำจนน่ากลัว "เชิญขึ้นมาสิครับ... พอดีผมกับเลขาฯ กำลัง 'เคลียร์' งานสำคัญกันอยู่พอดี คุณกรณ์จะได้เห็นด้วยตาตัวเองเลยว่า ของใคร...เขาก็หวง"
พูดจบ ภาคินก็กดตัดสายทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ ร่างสูงหันกลับมาเผชิญหน้ากับมินตราอีกครั้งด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุดันและดื้อรั้นแบบที่เธอต้องยอมจำนนทุกครั้ง
"คุณกรณ์มาทำอะไรที่นี่คะ?" มินตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระแวง เธอรู้ดีว่าเสือสองตัวมาเจอกันย่อมไม่เป็นผลดี และเธอนี่แหละคือชิ้นเนื้อที่เสือสองตัวกำลังจ้องจะขย้ำ
"มาหาเลขาฯ แสนสวยของผมมั้งครับ..." ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมมาคว้าข้อมือเรียวบางเอาไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่เจ็บแต่ไม่อนุญาตให้ดึงหนี "เตรียมตัวรับมือให้ดีก็แล้วกันคุณมินตรา... เพราะวันนี้ ผมจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาล้ำเส้นคนของผมอีกต่อไป"
ยังไม่ทันที่มินตราจะได้ตอบโต้ เสียงสัญญาณลิฟต์ตัวVIPก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปรغของกรณ์ที่ก้าวออกมาด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ และสายตาที่พุ่งตรงมายังพวกเขาทั้งสองคนอย่างท้าทาย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจเต้นไปพร้อมกับความคลั่งรักแบบไม่พักของท่านประธานนะครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 11
เช้าวันใหม่กับความจริงที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!