เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 10

จูบแรกหลังม่านฝน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงคำรามของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่น ก้องกังวานไปทั่วตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ก่อนที่สายฝนห่าใหญ่จะเทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี ราวกับท้องฟ้ากำลังระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มีออกมาในคราเดียว รถยุโรปคันหรูของภาคินจอดนิ่งสนิทเป็นเวลากว่าสองชั่วโมงเต็มแล้วบนถนนสุขุมวิท ไฟเบรกสีแดงจากรถคันหน้าทอดยยาวเหยียดออกไปสุดสายตา ปราศจากการเคลื่อนไหวใดๆ นอกจากเสียงเม็ดฝนที่โหมกระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาหลังคารถจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "ถ้าเรายังติดอยู่ตรงนี้อีกครึ่งชั่วโมง ฉันเกรงว่ารายงานสรุปยอดโปรเจกต์ของไตรมาสหน้าคงต้องย้ายไปพรีเซนต์กันในฝันแทนแล้วล่ะครับท่านประธาน" เสียงหวานใสแต่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นทำลายความเงียบ ภายในห้องโดยสารที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ มินตราขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งเป็นรอบที่สิบลamb ของวัน ดวงตาคู่สวยมองลอดผ่านกระจกหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำฝน สลับกับหน้าจอสมาร์ทโฟนที่แบตเตอรี่กำลังลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย ภาคินไม่ได้หันมามองหน้าเธอทันที เขายังคงกอดอกพิงพนักเบาะด้วยท่าทางนิ่งขรึม ดวงตาคมกราบกวาดมองการจราจรที่เป็นอัมพาตเบื้องหน้า ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ดดูผ่อนคลาย แต่รัศมีรอบตัวกลับตึงเครียดจนสัมผัสได้ "คุณบ่นมาสามรอบแล้วนะมินตรา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แฝงความเย้าแหย่เล็กน้อย "การติดฝนในรถกับผม มันน่าเบื่อขนาดนั้นเลยหรือไง" "ไม่ได้น่าเบื่อค่ะ... เอ้ย! ไม่ได้น่าเบื่อครับ" มินตราเผลอหลุดปากแก้คำสรรพนามแทบไม่ทัน เมื่อเห็นหางตาคมกริบของอีกฝ่ายเหลือบมองมาพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ในอกเธอได้ชะงักนัก "ฉันหมายถึง... ฉันมีงานค้างคาอยู่บนโต๊ะที่คอนโดตั้งกองเป็นภูเขาเลาการ ไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งชมวิวสายฝนโรแมนติกกับเจ้านายจอมเนียบหรอกนะคะ... เอ้ย ครับ!" มินตราอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาดเสียจริง เผลอตัวหลุดปากใช้คำพูดติดปากเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทต่อหน้าพ่อคุณคนนี้ทีไร เป็นอันต้องโดนสายตาคมกริบคู่นั้นจับผิดทุกที ภาคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทรงเสน่ห์จนน่าโมโห "ปากเก่งไม่เคยเปลี่ยน... แต่ดูท่าทางคุณจะลืมไปอย่างหนึ่งนะมินตรา" "อะไรคะ?" หญิงสาวเลิกคิ้วถามอย่างระแวง "ว่าคอนโดที่เรากำลังจะกลับ... มันคือตึกเดียวกัน และห้องของเราก็อยู่ห่างกันแค่คนละฟากฝั่งของชั้นเพนต์เฮาส์เท่านั้น" ภาคินหันมาสบตาตรงๆ แววตาคมปลาบนั้นสะท้อนเงาร่างของเธอไว้อย่างชัดเจน "เพราะฉะนั้น เลิกทำท่าทางเหมือนอยากจะกระโดดหนีผมออกจากรถสักทีเถอะครับ" มินตราเม้มปากแน่น เถียงไม่ออกเมื่อเจอความจริงข้อนี้กระแทกใส่หน้า ใช่... ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความปลอดภัยเมื่อเดือนก่อน ภาคินก็ใช้ความเป็นเจ้านาย (และอำนาจมืดในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่) ออกคำสั่งแกมบังคับให้เธอย้ายมาพักที่คอนโดหรูย่านใจกลางเมืองแห่งนี้ เพื่อความสะดวกในการทำงาน ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ... เขากลายเป็นเงาตามตัวเธอทั้งในเวลางานและนอกเวลางานไปโดยปริยาย "ถ้าอย่างนั้น..." มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ตัดสินใจเด็ดขาด เธอดึงฮู้ดเสื้อกันฝนแบบพกพาขึ้นมาสวมคลุมศีรษะ แล้วเอื้อมมือไปจับที่เปิดประตูรถ "ในเมื่อรถมันไม่ขยับ และฉันก็ไม่อยากแก่ตายคาเบาะรถของคุณ ฉันขอตัวเดินลุยฝนกลับคอนโดก่อนก็แล้วกันนะคะ... เอ๊ย! ครับ!" พรึบ! ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเธอจะดันประตูเปิดออก ข้อมือเรียวบางก็ถูกมือหนาคว้าหมับไว้ด้วยแรงที่เหนือกว่าอย่างเด็ดขาด ภาคินขยับตัวเข้ามาประชิดรวดเร็วจนเธอนึกไม่ถึง ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านทะลุผ่านเนื้อผ้าเข้ามาจนสัมผัสได้ "คุณเสียสติไปแล้วหรือไงมินตรา" เสียงทุ้มต่ำเอ็ดเบาๆ แต่ดุดัน ดวงตาคู่คมจ้องมองเธอเขม็ง "ฝนตกหนักขนาดนี้ มองทางแทบไม่เห็น แถมลมยังแรงเป็นพายุ ถ้าคุณเป็นปอดบวมตายขึ้นมา ใครจะมาช่วยผมสะสางงานร้อยแปดพันเก้าที่บริษัท" "ปล่อยเลยค่ะ... ปล่อยครับ!" มินตราพยายามบิดข้อมือหนี แต่ยิ่งดิ้น ภาคินก็ยิ่งกระชับวงแขนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้พื้นที่ในรถแคบลงถนัดตา "ฉันดูแลตัวเองได้น่า... ฉันไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะคะคุณภาคิน!" "เด็กหรือเปล่าไม่รู้... แต่ดื้อตาใสแบบนี้ มันน่าจับตีให้เข็ดนัก" ภาคินพูดลอดไรฟันด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนเอ็นดู ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่เหนือริมฝีปากของเธอ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์โปรดผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่ม ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของมินตราเต้นรัวผิดจังหวะ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะด้วยความคาดไม่ถึง "ถ้าคุณอยากกลับนัก..." ภาคินกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มพร่าสะท้อนความดุดดันที่เจือความคลั่งรักไว้อย่างแนบเนียน "ผมจะพาเดินกลับเอง" สิ้นคำพูดนั้น ประตูฝั่งคนขับก็ถูกผลักเปิดออก ภาคินไม่รอช้า เขาคว้าเสื้อกันฝนตัวใหญ่ที่มีอยู่ในรถคลุมร่างระหงของมินตราไว้ ก่อนจะกระชับมือเรียวของเธอให้แน่นขึ้น แล้วพาเธอก้าวเท้าลงสู่สายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาอย่างบ้าคลั่งทันที ซ่า... เสียงสายฝนกลบเกลื่อนทุกสรรพเสียงรอบกาย น้ำฝนเย็นเฉียบสาดซัดกระทบผิวเนื้อจนมินตราต้องย่นคอด้วยความหนาวสะท้าน แต่ทว่า... รอบกายเธอกลับมีอ้อมแขนกว้างและแผ่นอกกว้างใหญ่ของภาคินคอยกางกั้นพายุฝนให้อย่างมิดชิด เขายอมเอาตัวบังลมบังฝนให้เธอเกือบทั้งหมด ขณะที่ก้าวเดินฝ่าความมืดและสายน้ำที่เจิ่งนองบนฟุตบาทมุ่งหน้าสู่คอนโดที่ตั้งอยู่ห่างไปอีกแค่ไม่กี่บล็อก หัวใจของมินตราเต้นโครมครามอย่างบ้าคลั่ง ไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นของสายฝน แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นร้อนจากมือหนาที่กุมกระชับแน่น และสายตาคมกริบที่คอยเหลือบมองมาสำรวจความเรียบร้อยของเธอตลอดเส้นทาง ท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่มืดมัวและเปียกปอน มีเพียงสายตาคู่นั้นที่สว่างวาบและทรงพลังเสียจนเธอแทบละลาย "ไหวไหม?" เสียงทุ้มตะโกนแข่งกับเสียงฝน เมื่อพวกเขาเดินมาถึงหน้าล็อบบี้คอนโดที่ปลอดภัยจากพายุแล้ว มินตราหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าเนียนใสเปียกชุ่มไปด้วยหยดน้ำฝน เส้นผมสีดำสนิทลู่แนบแก้มเนียน เสื้อผ้าเปียกปอนแนบเนื้อจนเผยให้เห็นสัดส่วนอรชร แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความทิฐิผสมความเขินอาย "สบายมากค่ะ... เอ๊ย! ครับ! เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่าฉันเดินไหว" ภาคินยืนหอบเล็กน้อย เรือนผมสีเข้มของเขาเปียกชุ่มลู่ลงมาปรกลู่หน้าผาก ยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูดิบเถื่อนและเซ็กซี่ขึ้นเป็นทวีคูณ ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยประกายไฟที่ยากจะระงับ เขาทนมองความน่ารักและดื้อรั้นผสมผสานกันในตัวผู้หญิงคนนี้มานานเกินไปแล้ว... นานเกินกว่าที่ความอดทนอันน้อยนิดของประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์จะทานทนไหว "คุณนี่มัน..." ภาคินพึมพำลอดไรฟัน "อะไรคะ?" หมับ! ก่อนที่มินตราจะได้ตั้งตัว ภาคินก็รวบเอวบางเข้าหาตัวจนแนบชิดติดอกแกร่ง มือหนาอีกข้างประคองท้ายทอยเธอไว้มั่นไม่ให้ขยับหนี ดวงตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตากลมโตที่เบิกกว้างด้วยความตกใจ "คุณ... ทำอะไร..." คำถามทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของภาคินทาบทับลงมาปิดกลีบปากนุ่มของเธออย่างไร้การลังเล! สัมผัสแรกทั้งหนักแน่น ดุดัน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเยชามานานนับเดือน มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด แรงปะทะจากจูบที่ทั้งเอาแต่ใจและเร่าร้อนทำให้เข่าเธอแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือเล็กเผลอยกขึ้นกำเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่มของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ภาคินขบเม้มริมฝีปากอิ่มยั่วเย้า ลุกล้ำตักตวงความหวานละมุนท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงกระหน่ำซัดสาดอยู่ด้านนอก ประสบการณ์และความคลั่งรักที่ระเบิดออกมาในพื้นที่จำกัดหน้าลิฟต์ ทำให้จูบนี้ร้อนรุ่มราดรดหัวใจจนแทบละลาย เนิ่นนาน... กว่าที่ภาคินจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างอาลัยอาวรณ์ เขาก้มหน้าลงหน้าผากชิดหน้าผากของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดรินกันและกัน ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด "นี่คือรางวัลสำหรับคนปากเก่ง... ที่ทำให้ผมต้องหัวใจวายตายมาครึ่งค่อนวันครับ" ภาคินกระซิบชิดริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ เสียงทุ้มพร่าสั่นไหวเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ มินตราหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สมองตื้อตันคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว ร่างกายร้อนผ่าวราวกับมีไข้ขึ้นสูง ติ๊ง! เสียงสัญญาณลิฟต์โดยสารที่เปิดออกอย่างเงียบเชียบในวินาทีนั้น ทำลายความเงียบงันลง พร้อมกับร่างสูงโปรดปรานของใครบางคนที่ก้าวออกมาจากตัวลิฟต์ด้วยท่าทางสบายๆ "อ้าว... คิน? มินตรา? ทำไมสภาพเปียกปอนกันขนาดนี้ล่ะครับเนี่ย หรือว่าแวะไปวิ่งเล่นกลางสายฝนกันมา?" เสียงทุ้มคุ้นเคยของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าสำราญที่ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา เขาหยุดยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าทั้งคู่ ดวงตาสีเข้มกวาดมองสภาพแนบชิดและริมฝีปากแดงก่ำของมินตราด้วยแววตาที่ไหววูบไปชั่วขณะ ภาคินหุบยิ้มฉับพลัน แววตาคลั่งรักเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงขยับตัวก้าวออกไปบังร่างของมินตราไว้ครึ่งหนึ่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของอย่างชัดเจน --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและอินไปกับความซึนของท่านประธานด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%