เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กรณ์ยืนค้างอยู่ตรงบานประตูห้องทำงานวีไอพี ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเประหว่างความตกใจและความขบขัน ขณะที่มินตราพยายามใช้สองมือดันแผงอกกว้างของประธานหนุ่มให้ออกห่างอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคอะเขินปนระอากับจังหวะนรกที่มักจะเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่ควรเกิดที่สุด
"เอ่อ... ผมดูขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับ พอดีเห็นประตูไม่ได้ล็อกสนิท เลยถือวิสาสะเคาะแล้วเปิดเข้ามา" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลากยาวกวนประสาท รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างนึกสนุก แม้ในใจจะแอบรู้สึกแปลabใจไม่น้อยกับการแสดงออกที่เกินเลยกว่าเจ้านายกับเลขาธิการทั่วไป
ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจเมื่อถูกขัดจังหวะในวินาทีที่เขากำลังจะแสดงความเป็นเจ้าของให้หญิงสาวตระหนักรู้ เขาค่อยๆ ถอนกายถอยห่างจากมินตราด้วยท่าทีเยือกเย็นและสง่างามดังเดิม แม้ดวงตาคู่คมจะยังคงฉายแววไม่สบอารมณ์อย่างปิดไม่มิด
"ถ้าคุณมีมารยาทมากพอ กรณ์ คุณควรรู้ว่าการรอให้เจ้าของห้องอนุญาตก่อนเปิดประตูเข้ามา คือพื้นฐานของคนที่มีการศึกษา" ภาคินตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บรรยากาศรอบตัวกลับมาเย็นยะเยือกอีกครั้งในพริบตา
มินตราฉวยโอกาสที่ความสนใจถูกเบี่ยงเบน รีบจัดเสื้อผ้าและเอกสารในมือให้เข้ารูปเข้ารอย หลบสายตาคมกริบของเจ้านายหนุ่มที่มองมาอย่างคาดโทษ เธอหันไปส่งยิ้มแห้งๆ ให้กรณ์เป็นการแก้เก้อ "คุณกรณ์มีธุระด่วนอะไรกับท่านประธานหรือเปล่าคะ เดี๋ยวฉันขอตัวไปเคลียร์เอกสารข้างนอกก่อนนะคะ...เอ่อ ขอตัวก่อนค่ะ"
หญิงสาวรีบสาวเท้าเดินเลี่ยงออกจากห้องทันที ไม่ยอมอยู่เป็นเป้านิ่งให้ผู้ชายปากร้ายทั้งสองคนระเบิดสงครามประสาทใส่กันอีก
เมื่อประตูห้องปิดลง ความตึงเครียดก็ยิ่งทวีคูณ ภาคินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตาสีเข้มมองเพื่อนสนิทที่ถือวิสาสะหย่อนตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าไม่รับแขก "มีอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องงานสำคัญ นายเตรียมตัวไสหัวออกไปได้เลย"
กรณ์หัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หราต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวประธานหนุ่ม "ใจร้อนเป็นไฟเลยนะคิน แกนี่มันซ่อนรูปไม่เบาเลยนี่หว่า คิดไม่ถึงว่าคนอย่างท่านประธานผู้เคร่งขรึม จะแอบกินเลขาตัวเองในเวลางานซะแล้ว"
"พูดจาให้มันระวังหน่อย กรณ์ นั่นเลขาฉัน และเรากำลังคุยเรื่องงาน" ภาคินโต้กลับเสียงแข็ง ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยความหวงก้างที่ถูกจี้ใจดำ
"งานใกล้ชิดซะด้วยสิ..." กรณ์หรี่ตามองเพื่อนรักอย่างจับผิด ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นเมื่อนึกถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของการมาเยือนในวันนี้ "เอาล่ะ เลิกทำหน้าเหมือนฉันไปฆ่าใครตายได้แล้ว ที่ฉันมาวันนี้...ไม่ได้มาแซวเรื่องส่วนตัวของแกหรอกนะ แต่มีเรื่องใหญ่กว่านั้น"
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอฟังด้วยความรำคาญระคนสงสัย
"พ่อของแก...ท่านติดต่อฉันมา" กรณ์เอ่ยชื่อบุคคลที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในทันที "ท่านบอกว่าช่วงนี้แกดู... 'ไขว้เขว' จากเส้นทางที่ครอบครัววางไว้ และอยากให้ฉันช่วยพูดเตือนสติแกเรื่องการเลือกคู่ครอง...โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ตัวแกที่สุดตอนนี้"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ภาคินนิ่งงันไปอึดใจหนึ่ง ก่อนที่แววตาจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นอย่างน่ากลัว "ท่านยุ่งเรื่องของฉันมากเกินไปแล้ว"
"ท่านเป็นพ่อนะคิน และตระกูลของแกก็คาดหวังสูง แกก็รู้ว่าท่านเล็งใครไว้ให้... คุณรดา ลูกสาวท่านรัฐมนตรีคนนั้น เพอร์เฟกต์ทุกกระเบียดนิ้ว เหมาะสมกับตำแหน่งสะใภ้ใหญ่ตระกูลภาคินทุกประการ" กรณ์เตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนสนิท "ท่านไม่ได้แคร์หรอกนะว่าคนที่แกคบหาจะเป็นใครมาจากไหน ถ้าระดับมันต่างกันเกินไป"
ภาคินแค่น "หึ" ออกมาคำหนึ่ง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"บอกท่านด้วย... ว่าชีวิตนี้เป็นของฉัน ฉันเป็นคนเลือกทางเดินเอง ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลานที่ใครจะมาบงการชีวิตได้ตามใจชอบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยประกาศกร้าวทีละคำ ชัดถ้อยชัดคำไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ถ้าพ่ออยากได้ตุ๊กตาประดับตระกูลนัก ก็ไปบอกให้ท่านแต่งงานกับคุณรดาเองซะ!"
กรณ์ส่ายหัวเบาๆ กับความดื้อรั้นหัวชนฝาของเพื่อนสนิท "แกก็รู้ว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมา... แกพร้อมชนกับท่านจริงๆ เหรอวะ"
"ฉันเลือกแล้ว" ภาคินตอบสั้นๆ แต่หนักแน่นราวกับภูเขาหินผา ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวชนิดที่ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้
ทว่า ในขณะที่ศึกสายเลือดกำลังปะทุขึ้นในใจของประธานหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะอีกครั้ง... แต่มันไม่ใช่เสียงเคาะแบบเดิม มันคือการเปิดผลักเข้ามาอย่างถือวิสาสะโดยบุคคลที่ไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าก้าวเข้ามาเหยียบในบริษัทแห่งนี้ด้วยซ้ำ
ร่างสูงสง่าของประธานอาวุโสแห่งตระกูลภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาที่เต็มไปด้วยอำนาจกวาดมองบุตรชายและเพื่อนสนิทด้วยรังสีความเย็นชาที่ถอดแบบกันมาไม่มีผิดเพี้ยน
"แกกล้าพูดเหรอว่าเลือกเอง... ภาคิน!"
เสียงทรงอำนาจเอ่ยขึ้นก้องห้องทำงาน บรรยากาศรอบตัวหยุดนิ่งราวกับเวลาถูกแช่แข็ง มินตราที่ยืนอยู่หน้าห้องเมื่อครู่ผงะถอยหลังด้วยความตกใจเมื่อเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า
ภาคินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับผู้เป็นพ่อด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟท้าทาย ไม่มีความหวาดหวั่นฉายชัดบนใบหน้าคมคายแม้แต่เศษเสี้ยวเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันนะครับ "สเปซโอเดสซีย์"
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 29
อุปสรรคชิ้นสุดท้ายจากครอบครัว
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!