กระดาษแผ่นบางที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสสะท้อนเงาของมินตราในยามนี้ มันไม่ใช่เอกสารสรุปยอดประจำไตรมาส หรือรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่เธอต้องตรวจทานอย่างเคย แต่เป็นจดหมายลาออกที่ร่างด้วยลายมืออันเป็นระเบียบเรียบร้อย ข้อความทุกบรรทัดถูกกลั่นกรองมาอย่างถี่ถ้วน เพื่อยุติปัญหา เสียงซุบซิบ และสายตากดดันจากบอร์ดบริหารที่มองว่าเธอเป็น "จุดด่างพร้อย" ในอาณาจักรธุรกิจของตระกูลภาคิน
ก๊อกๆ...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเพียงสั้นๆ ก่อนที่บานไม้สักทองจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ภาคินก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟแห่งความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มเดินตรงดิ่งมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมผสานกับความกดดันรอบตัวแผ่ซ่านจนอากาศในห้องแทบจะเบาบางลง
"คุณคิดจะทำบ้าอะไร มินตรา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันที ไม่มีคำทักทาย ไม่มีช่องว่างให้ปฏิเสธ สายตาคมกวาดมองแผ่นกระดาษบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเลขาสาวที่นั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะ
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งรับ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวรากับกลองเพล "ดิฉันก็แค่วางมือในสิ่งที่ตัวเองไม่มีสิทธิ์จะอยู่ตั้งแต่แรกค่ะ... เอ๊ย... ตั้งแต่แรกครับ" เธอเผลอหลุดคำพูดตามความคุ้นชิน แต่รีบแก้เกมด้วยการเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม "ดิฉันหมายถึง... การลาออกคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย คุณท่านจะได้สบายใจ และบริษัทของคุณจะได้เดินหน้าต่อไปได้โดยไม่มีเสียงครหาเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัว"
"เสียงครหา?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขายื่นมือหนาลงไปทาบลงบนกระดาษแผ่นนั้นแล้วใช้นิ้วเรียวยาวดันมันกลับมาทางเธอ "คุณคิดว่าผมแคร์เสียงนกเสียงกาพวกนั้นงั้นเหรอ หรือคุณคิดว่าอำนาจในบริษัทนี้มันอยู่ในมือพ่อผมคนเดียว?"
"แต่นี่มันคือชื่อเสียงของคุณนะ!" มินตราเผลอเสียงดังขึ้นด้วยความหงุดหงิด เธอทุบมือลงบนโต๊ะเบาๆ อย่างลืมตัว "คุณเป็นถึงประธานบริหาร ถ้ามีข่าวฉาวเรื่องเลขาลาออกเพราะปัญหาชู้สาวหรือผลประโยชน์ทับซ้อน หุ้นในตลาดจะร่วงแค่ไหนคุณน่าจะรู้ดีกว่าใคร! ฉันไม่อยากเป็นตัวปัญหาที่ทำให้ความเหนื่อยยากตลอดหลายปีของคุณต้องพังทลาย"
คำพูดนั้นสะท้อนความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความแข็งกร้าว ภาคินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกระด้างอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง แต่ไม่นานนักความดื้อรั้นก็ตามมาสมทบ เขาก้มตัวลงใช้สองมือท้าวขอบโต๊ะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจ
"เป็นห่วงผมเหรอ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นความแพรพราวที่ชวนให้หัวใจกระตุกวูบ "ปากบอกว่าอยากไป แต่แววตานี่ฟ้องชัดเจนเลยนะมินตรา ว่าคุณกลัวไม่ได้เห็นหน้าผม"
"ใครกลัวกัน! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยค่ะ... เอ๊ย... หน่อยเลยครับ!" มินตราเบี่ยงหน้าหนีความใกล้ชิดอันตรายนี้ พร้อมกับใช้มือผลักไหล่กว้างให้ออกห่าง แต่ภาคินกลับยิ่งโน้มตัวตามราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันสั่นคลอน "ฉันแค่ไม่อยากมีตราบาปติดตัวว่าทำลายอนาคตใคร ปล่อยฉันนะ!"
"ถ้าคุณไป บริษัทนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมีผมเหมือนกัน"
คำประกาศิตนั้นดังขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่มั่น The tone had absolute finality in it. มินตราเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อหู "คุณว่าอะไรนะ? นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไง ถึงเอาอนาคตตัวเองมาเดิมพันกับเรื่องไร้สาระแบบนี้!"
"ผมไม่ได้ล้อเล่น" ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "ถ้าคณะกรรมการบอร์ดบริหารหรือพ่อผมคิดว่าการบีบคุณออกคือการแก้ปัญหา พวกเขาก็เตรียมตัวหาประธานคนใหม่มานั่งเก้าอี้แทนผมได้เลย เพราะถ้าไม่มีคุณคอยจัดตารางชีวิต คอยด่าเวลาผมโง่เง่า และคอยยืนอยู่ข้างผมในวันที่ฝนตกขี้หมูไหล... ผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ผมจะต้องบริหารอาณาจักรเฮงซวยนี่อีกต่อไป!"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ คำพูดที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความคลั่งรักแบบไม่สนโลกของชายหนุ่ม ทำให้มินตราพูดไม่ออก หัวใจของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความซาบซึ้งระคนหมั่นไส้ ผู้ชายคนนี้บ้าสิ้นดี เขาสามารถทิ้งทุกอย่างที่สร้างมาได้เพียงเพราะผู้หญิงคนเดียวอย่างเธองั้นหรือ?
"คุณมันบ้า... คิน" มินตราพึมพำออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือเล็กน้อย ความเกรี้ยวกราดก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว
"ใช่ ผมบ้า และคุณนั่นแหละที่เป็นคนทำให้ผมเป็นแบบนี้" ภาคินก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาเอื้อมมือมาจับปลายคางมนเชิดขึ้นเบาๆ ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยพวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความลึกซึ้งชนิดที่ต่อให้มีคนนับร้อยยืนอยู่ตรงนี้ เขาก็ไม่สนทadอะไรทั้งสิ้น "เพราะฉะนั้น... เลิกคิดเรื่องลาออกบ้าๆ นี่ซะ แล้วกลับไปทำงานของคุณ ซัพพอร์ตผมเหมือนเดิม... หรือถ้าอยากเปลี่ยนสถานะจากเลขามาเป็นภรรยาประธาน ผมก็ไม่ติดนะ"
"ย่ะ! ปากเสียไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... เอ๊ย... ครับ!" มินตราปัดมือเขาออกเบาๆ พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้ แต่ริมฝีปากกลับยกยิ้มขึ้นอย่างอดไม่ได้
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเคมีระหว่างทั้งสองกำลังพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของมินตราก็แผדเสียงแหลมสูงขึ้นทำลายความเงียบ
มินตราเหลือบมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า ชื่อของ "กรณ์" ปรากฏหราอยู่พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ: *“ผมอยู่หน้าห้องทำงานคุณแล้วนะมินตรา... หวังว่าคุณจะยังไม่ได้เซ็นใบลาออกตามที่ผมแนะนำนะ”*
ดวงตาคมของภาคินที่เหลือบไปเห็นพอดี หรี่แคบลงทันที รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงอีกครั้งในเสี้ยววินาที
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "สเปซโอเดสซีย์" นะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 30
ศึกหนักพิสูจน์รักแท้
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!