เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 32

ใต้แสงดาวและการปรับความเข้าใจ

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
“คุณจะตามผมมาถึงไหนกัน... มินตรา” เสียงทุ้มที่เจือความเหนื่อยล้าจนแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของระเบียงทางเดินรีสอร์ตไม้สักทองแห่งเดิม—สถานที่ซึ่งทุกอย่างเคยเริ่มต้น และเกือบจะพังทลายลงด้วยความทิฐิของคนสองคน มินตราชะงักฝีเท้า รองเท้าส้นสูงคู่สวยที่พาเธอวิ่งตามร่างสูงใหญ่มาตลอดทางหยุดนิ่ง เสียงหอบหายใจของเธอดังแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบกาย ร่างระหงสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บของลมหนาวปลายฤดู แต่เป็นเพราะความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาเนิ่นนานจนล้นทะลัก เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ก่อนจะหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและปากร้ายที่สุดในสามโลก “แล้วคุณจะหนีผมไปถึงไหนเหมือนกันล่ะคะ... เอ้ย... ถึงไหนกันล่ะค่ะ... ถึงไหนกันล่ะครับ!” มินตราเผลอหลุดคำลงท้ายแบบเดิมออกไปด้วยความรอนเรน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำห้วนๆ อย่างหัวเสีย “คุณคิน! หยุดเดินหนีผมสักทีได้ไหม!” ภาคินชะงัก ปลายเท้าร่างสูงหมุนกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวไหวระริกอย่างที่มินตราไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่สายตาที่ใช้มองเลขาหรือคู่ค้าทางธุรกิจ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังแบกรับโลกทั้งใบไว้ด้วยความกลัว—กลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไป “ผมไม่ได้หนี” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ผมแค่ถอยออกมาเพื่อให้คุณได้มีเวลาคิด... ว่าคนที่ไร้เหตุผล เอาแต่ใจ และชอบทำร้ายความรู้สึกคุณอย่างผม มันคุ้มค่าพอที่คุณจะเสียน้ำตาให้จริงๆ หรือเปล่า” คำพูดนั้นเหมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจมินตรา น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ตลอดทางพรั่งพรูออกมาอย่างไร้การควบคุม เธอไม่ได้ร้องไห้เพราะความอ่อนแอ แต่มันคือหยดน้ำตาแห่งความอัดอั้นที่ระเบิดออก “คนบ้า...” มินตราสะอื้น พลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ “คุณคิดแทนฉันอีกแล้วนะภาคิน คุณเป็นใคร ถึงมาตัดสินใจแทนฉันว่าฉันควรเสียน้ำตาให้ใคร หรือไม่ควรเสียน้ำตาให้ใคร!” “มิน...” “รู้ไหมว่าฉันเหนื่อยแค่ไหน!” เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ใช้กำปั้นเล็กๆ ทุบลงบนอกแกร่งเบาๆ อย่างระบายความอัดอั้น “เหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามความซึนของคุณ เหนื่อยที่ต้องเดาใจผู้ชายปากแข็งที่เอาแต่ฟอร์มจัด ทั้งที่ในตาของคุณมันฟ้องชัดเจนว่า... ฮึก... ว่าคุณแคร์ฉันมากแค่ไหน!” ภาคินยืนนิ่งปล่อยให้เธอกระหน่ำทุบตี เขารู้ดีว่าทุกคำที่เธอพูดคือความจริง และเขาก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ปล่อยให้อคติและความกลัวครอบงำ จนเกือบทำให้ผู้หญิงตรงหน้าหลุดมือไปตลอดกาล ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ ออกมาจากปากของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ในวินาทีนั้น ภาคินไม่สนใจฟอร์ม ไม่สนใจมาดเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ หรือความถือตัวใดๆ อีกต่อไป สัญชาตญาณดิบของคนคลั่งรักเข้าครอบงำ เขารวบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแรงจนมินตราบาดเจ็บเล็กน้อยจากแรงปะทะ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากต่อว่า ริมฝีปากอุ่นจัดของเขาก็โน้มลงปิดกั้นเสียงสะอื้นทั้งหมดของเธอไว้ด้วยจูบที่ลึกซึ้งและเว้าวอน มันไม่ใช่จูบแห่งความเอาแต่ใจ แต่เป็นจูบที่บอกเล่าความรู้สึกผิด ความคิดถึง และความรักมหาศาลที่อัดแน่นอยู่ในอก มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจในคราแรก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงความสั่นเทาเล็กๆ ที่ริมฝีปากของเขา และหยดน้ำอุ่นๆ ที่ร่วงหล่นลงกระทบแก้มเธอมันไม่ใช่หยดน้ำตาของเธอ... แต่มันคือหยดน้ำตาของภาคิน! ผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในปฐพี กำลังร้องไห้ กำแพงความโกรธ ความงอน และความน้อยใจทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา มินตราหลับตาลง ยอมจำนนต่อสัมผัสอันเว้าวอนนั้น สองแขนเรียวตวัดโอบรอบลำคอแกร่ง ดึงรั้งเขาให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ลิ้นร้อนเกี่ยวพันกันอย่างโหยหา ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่หอบกระชั้นและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน เนิ่นนานกว่าที่ทั้งคู่จะผละออกจากกันอย่างจำใจ หน้าผากของภาคินแนบชิดอยู่กับหน้าผากของมินตรา ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินรดกัน ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำแต่เต็มไปด้วยความโล่งใจที่ฉายชัด “ผมขอโทษ...” เสียงทุบกระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากเธอ “ขอโทษที่ปากเสีย ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเสียใจ ขอโทษที่เกือบจะเสียคุณไปเพราะความโง่เง่าของตัวเอง” มินตราสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แม้เสียงจะยังสั่นเครืออยู่บ้าง เธอก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมคายคู่นั้น “จำไว้เลยนะคะคุณคิน... ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะไม่แค่บอกเลิกนะ ฉันจะลาออก แล้วหนีไปให้ไกลจนคุณหาไม่เจอเลยคอยดู!” ภาคินหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่จริงใจและโล่งอกที่สุดในรอบหลายปี เขายกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้าให้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลجاجแก้วเจียระไนที่เปราะบางที่สุด “ไม่มีครั้งหน้าอีกแล้วครับ... ผมสัญญา” ภาคินกระซิบเสียงนุ่ม แววตาหวานเชื่อมจนมินตราต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอาย “เพราะต่อจากนี้ จะไม่มีทางที่ผมปล่อยให้คุณคลาดสายตาไปไหนได้อีกแล้ว มินตรา... คุณคือคนเดียวที่ผมยอมแพ้ราบคาบตั้งแต่หัวใจยังไม่ทันตั้งตัว” บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกโอบล้อมด้วยหมู่ดาวนับล้านบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ใต้แสงดาวดวงเดิมที่เคยเป็นพยานในวันที่พวกเขาเริ่มเข้าใจกัน และในคืนนี้ มันกลายเป็นพยานรักบทใหม่ที่แน่นแฟ้นไร้ข้อกังขา มินตราซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาอีกครั้ง ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะมั่นคงของคนที่เธอรักสุดหัวใจ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดมลายหายสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่ทว่า... ในขณะที่ความเงียบสงบและความหวานกำลังโอบกอดคนทั้งคู่อย่างสมบูรณ์แบบ เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้ระเบียงทางเดิน พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาอย่างไร้การเคารพความเป็นส่วนตัว! “อ้าว... อยู่นี่กันนี่เองครับ ประธานภาคิน... ผมนึกว่าหนีกลับกรุงเทพฯ ไปซะแล้ว” เสียงทุบกวนประสาทของ ‘กรณ์’ ดังขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นใต้แสงไฟฉาย ภาคินหันขวับไปมองด้วยสายตาดุดั่งพญามารที่พร้อมจะฉีกร่างใครเป็นชิ้นๆ ทันทีที่บังอาจเข้ามาขัดจังหวะเวลาส่วนตัวของเขา! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความคลั่งรักของบอสคินกับเลขาคนเก่งด้วยนะครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%