"คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ครับ คุณภาคิน"
น้ำเสียงของมินตราไม่ได้ตื่นตระหนก แต่มันเต็มไปด้วยความระแวงระวังที่ถูกกดไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เธอไขว้แขนเข้าหากัน กลิ่นอายความเย็นชาของห้องพักหมายเลขสี่ร้อยห้าในรีสอร์ตหรูสไตล์มินิมอลกลางหุบเขา ดูจะแคบลงถนัดตาเมื่อผู้ชายตัวโตในชุดสูทลำลองสีเข้มก้าวเข้ามาปิดประตูล็อคกลอนด้วยความเงียบเชียบ
ภาคินไม่ได้ตอบคำถามทันที เขายืนพิงสะโพกกับบานประตู ปลดเนกไทสีเทาเข้มออกโยนลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างไม่ใส่ใจ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอบห้องพักขนาดคิงไซส์ที่มีเตียงนอนเดี่ยวสีขาวสะอาดตาตั้งอยู่ตรงกลาง ก่อนจะหยุดสายตานิ่งอยู่ที่ร่างบางของเลขาฯ สาวที่ยืนคุมเชิงอยู่ริมหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่
"ผมเป็นประธานบริษัท และนี่คือการตรวจความพร้อมก่อนที่พนักงานคนอื่นจะเดินทางมาถึงพรุ่งนี้เช้า... มีกฎข้อไหนในบริษัทที่ห้ามผู้บริหารตรวจงานด้วยตัวเองหรือครับ คุณมินตรา" ภาคินย้อนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้พิรุธ แต่แววตาพราวระยับที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์แว่นกลับบอกเล่าเรื่องราวตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
"ตรวจงาน? ด้วยการเหมาห้องพักชั้นนี้ไว้คนเดียว แล้วจัดให้ชื่อของดิฉันอยู่ห้องตรงข้ามกับคุณแบบแนบชิดติดกันเนี่ยนะพะยะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันหมายถึงค่ะที่ไหนกัน" มินตราเผลอหลุดปากประชดด้วยความหงุดหงิด เมื่อนึกถึงแผนผังการจัดห้องที่เธอเพิ่งเห็นจากมือฝ่ายบุคคลเมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี้
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
"คุณคิดมากไปเองหรือเปล่าครับ ผมแค่ให้ฝ่ายบุคคลจัดสรรตามความเหมาะสม... และบังเอิญว่าห้องนี้วิวสวยที่สุด เหมาะกับการทำงานเอกสารที่ค้างคา โดยเฉพาะงานที่คุณยังเคลียร์ไม่เสร็จบนโต๊ะของผมเมื่อวาน"
"งานบนโต๊ะคุณ ดิฉันส่งเข้าอีเมลให้หมดแล้วค่ะ!" มินตราสวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแวววาวโรจน์ด้วยความท้าทาย เธอไม่ชอบความรู้สึกที่กำลังถูกต้อนให้จนมุม โดยเฉพาะการถูกต้อนเข้ามาในพื้นที่ปิดตายท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบแบบนี้
ภาคินผละตัวออกจากประตู เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างจงใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นไอดินและสายฝนจางๆ นอกหน้าต่างลอยเข้ามาแตะจมูก มินตราก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังบางชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบ
ไม่มีทางหนี...
ภาคินหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงแค่คืบเดียว มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวกับขอบกระจก กักตัวเธอไว้ตรงกลางอย่างสมบูรณ์แบบ เขาก้มหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นดุดันแต่ทว่าลุ่มลึกจนน่ากลัว
"คุณเก่งทุกเรื่องแหละครับ มินตรา... เก่งแม้กระทั่งการทำเป็นไม่รู้ว่าผมรู้สึกยังไง"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูจนขนลุกซู่ มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอพยายามเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นแรงจนแทบทะลุกระดูกซี่โครงออกมาแล้วก็ตาม
"ดิฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ... กรุณาถอยออกไปด้วย ดิฉันจะไปตรวจห้องอื่นต่อ"
"ห้องอื่นไม่มีอะไรต้องตรวจแล้วครับ" ภาคินพูดเสียงเรียบ ปลายสายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอ "ผมตรวจความเรียบร้อยของห้องนี้ด้วยตัวเองดีกว่า... และดูเหมือนว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของห้องนี้ จะมีปัญหาตรงกลอนประตูที่ชอบเปิดรับคนแปลกหน้าเข้ามารบกวนบ่อยๆ"
มินตราขมวดคิ้ว "ใครแปลกหน้าคะ? ดิฉันเป็นเลขาฯ คุณนะ"
"นั่นแหละครับที่ปัญหาใหญ่" ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่าใจหาย "เลขาฯ ที่ไหนเขาไปนั่งกินข้าวกลางวันสองต่อสองกับไอ้กรณ์ ประธานบริษัทคู่แข่งตัวฉกาจ แถมยังส่งยิ้มให้มันจนตาหยีแบบนั้น... คุณคิดว่าผมควรลงโทษพนักงานที่ทำงานนอกเวลางานแบบนี้ยังไงดีล่ะครับ"
ความจริงถูกขุดขึ้นมาพูดหน้าตาเฉย ทำให้มินตราสะอึกไปชั่วขณะ เธอนึกว่าเธอระวังตัวดีแล้ว แต่สายตาของภาคินนี่มันเครื่องสแกนมนุษย์ชัดๆ!
"เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องงานค่ะ ดิฉันกับคุณกรณ์แค่..."
"แค่กินข้าว? หรือแค่คุยเรื่องโปรเจกต์ที่ผมสั่งระงับไปแล้ว?" ภาคินตัดบทเสียงเข้ม ความหึงหวงที่พยายามเก็บกดไว้ตลอดทั้งวันระเบิดออกมาทางน้ำเสียงและแววตาที่วับวาม "จำไว้นะครับมินตรา... คุณเป็นคนของผม หน้าที่ของคุณคือรายงานผม ไม่ใช่ไปนั่งหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่น"
"ดิฉันไม่ใช่ข้าวของของคุณนะ, ภาคิน!" มินตราหมดความอดทน เธอเงยหน้าขึ้นตะคอกใส่เขาด้วยความโมโห ดวงตากลมโตฉายแววกรุ่นโกรธ "คุณไม่มีสิทธิ์มาควบคุมชีวิตส่วนตัวของดิฉัน แค่เรื่องงานในบริษัทดิฉันก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจอยู่แล้ว อย่าล้ำเส้นเกินคำว่าเจ้านายกับลูกน้องให้มากนักเลยค่ะ!"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ภาคินนิ่งงิ่งไปเมื่อได้ยินชื่อจริงของเขาหลุดออกมาจากปากเธอแบบไม่มีคำนำหน้า ใบหน้าคมคายฉายแววกรุ่นระอุขึ้นชั่วพริบตา ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาใกล้กว่าเดิม จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน
"อยากรู้ไหมล่ะครับว่าถ้าผมล้ำเส้นมากกว่านี้... คุณจะทำอะไรผมได้บ้าง"
น้ำเสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย มินตราเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของประธานหนุ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบจะเป็นศูนย์ สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่ฝ่ามือเธอกลับสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วด้านในสูทเนื้อดีไม่แพ้กัน
"คุณ... คุณจะทำอะไร ถอยไปนะ..."
"ผมไม่ได้จะทำอะไรครับ... ผมแค่จะแสดงให้ดูว่า 'สิทธิ์' ของผมมันมีอิทธิพลกับคุณมากแค่ไหน"
สิ้นคำพูดนั้น ภาคินก็รวบข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอขึ้นด้วยมือข้างเดียวตรึงไว้เหนือหัวอย่างง่ายดาย ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะประคองท้ายทอยเธอไว้มั่น แล้วก้มลงปิดริมฝีปากบางที่กำลังจะอ้าเถียงด้วยจูบที่หนักหน่วง เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่ถูกกักเก็บมานาน
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ เธอพยายามจะขัดขืนและเบือนหน้าหนี แต่เรียวปากแข็งแกร่งกลับบดขยี้ลงมาอย่างไร้ความปรานี รสชาติของความดื้อรั้นผสมผสานกับความหวานล้ำที่เธอพยายามปฏิเสธมาตลอด ทำให้เขายิ่งได้ใจและลุกล้ำลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เรียวลิ้นร้อนรอนแทรกผ่านรอยแยกระหว่างริมฝีปาก กวาดต้อนความหวานและสติสัมปชัญญะของเธอให้หลุดลอยไปในพริบตา มือหนาที่ตรึงข้อมือเธอไว้ค่อยๆ คลายออก เลื่อนลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น จนไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน ร่างกายของเธออ่อนยวบรากับขี้ผึ้งโดนไฟลน ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นระรัวแข่งกับสายฝนด้านนอก
นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ทั้งคู่จมดิ่งอยู่ในห้วงอารมณ์นั้น จนกระทั่งภาคินเป็นฝ่ายผริมฝีปากออกช้าๆ อย่างเสียดาย เขายังคงคลอเคลียอยู่แถวริมฝีปากบวมเจ่อของเธอ ลมหายใจหอบกระชั้นเป่ารดกันและกัน
มินตราหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอใช้กำปั้นทุบเข้าที่อกเขาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้และเขินอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี "คน... คนบ้า!"
ภาคินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ดวงตาคู่คมทอดมองเธอด้วยความรักใคร่ที่ปิดไม่มิด แม้ปากจะยังคงหยอดคำพูดร้ายกาจออกมาก็ตาม
"ปากเก่งดีนี่ครับ... เมื่อกี้ยังบอกว่าผมเป็นแค่เจ้านายอยู่เลย"
"ถ้าคุณยังไม่เลิกพูดมาก ดิฉันจะ..."
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งในห้องพักทันที ตามด้วยเสียงใสของใครบางคนที่ตะโกนเรียกมาจากด้านนอก
"พี่ยักษ์! อยู่ข้างในหรือเปล่าคะ? น้องรดามาถึงแล้วนะ เปิดห้องให้หน่อยสิคะ!"
ร่างของมินตราสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสนิทของเธอเองที่ตามมาร่วมทริปนี้ด้วย ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สติที่กระจัดกระจายกลับเข้าร่างในเสี้ยววินาที
รดามาถึงแล้ว! และห้องพักนี่ก็ล็อคกลอนอยู่ แถมเธอกับภาคินยังอยู่ในสภาพ...
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย เขาก้มมองเลขาฯ สาวที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดสลับกับแดงแจ๋ด้วยความตื่นตูม มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที
"ดูเหมือนว่า... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่ากำหนดนะครับ คุณเลขาฯ" ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดใบหูเธอเบาๆ ก่อนจะผละตัวออกห่างเพียงเล็กน้อย แต่สายตายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาท้าทายที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
"พี่ยักษ์คะ? หลับในห้องหรือไงเนี่ย ทำไมไม่เปิดประตู..." เสียงรดาเริ่มบิดลูกบิดประตูด้านนอกด้วยความสงสัย
มินตราหันขวับมามองหน้าประธานหนุ่มใจร้ายด้วยสายตาคาดโทษอย่างสุดชีวิต มือเรียวรีบจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างลนลาน ขณะที่ภาคินกลับยืนกอดอกนิ่ง ยิ้มรับความวิกฤตินั้นด้วยความสบายใจเฉิบ
ก่อนที่เสียงปลดล็อคกลอนประตูด้านนอกจะดังขึ้น ภาคินโน้มตัวลงกระซิบประโยคสุดท้ายข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาคนฟังแทบอยากจะลมจับ
"เรื่องของเรา... ค้างไว้แค่นี้ก่อนนะครับ คืนนี้ยาวนานอีกเยอะ... คุณมินตรา"
— สเปซโอเดสซีย์ —
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 15
ทริปต่างจังหวัดที่ไม่ได้นัดหมาย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!