เสียงคลื่นซัดสาดกระทบหาดทรายยามค่ำคืนดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวระส่ำในอกของมินตรา
ประโยคทิ้งท้ายของภาคินยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงัน “เรื่องของเรา... ค้างไว้แค่นี้ก่อนนะครับ คืนนี้ยาวนานอีกเยอะ... คุณมินตรา” มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือประกาศิตจากประธานหนุ่มผู้ไม่เคยปล่อยให้สิ่งที่ต้องการหลุดมือไปได้แม้แต่ครั้งเดียว
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แผ่นหลังบางแนบชิดติดกับผนังห้องพักริมหาดที่มีเพียงแสงจันทร์นวลตาจากภายนอกสาดส่องเข้ามา ริมหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ ไร้ผู้คน ไร้เสียงรบกวน มีเพียงเขาก and เธอ... และระยะห่างที่แทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ
ภาคินไม่ได้ขยับตัวถอยออกไปแม้แต่นเซนติเมตรเดียว มือข้างหนึ่งของเขายังคงทาบอยู่บนผนังไม้ กักตัวเธอไว้ในอาณาเขตของเขา ดวงตาคมกริบทอประกายวับวาวภายใต้ความมืด ยิ่งมองยิ่งทำให้เธอนึกถึงสัตว์ป่าที่กำลังจ้องมองเหยื่อด้วยความอดทนรอคอยเวลาขย้ำ
"คุณคิน... ถอยไปหน่อยค่ะ... เอ๊ย ถอยไปหน่อยครับ" มินตราเกือบหลุดคำพูดคุ้นชินออกไป แต่ยังดีที่เบรกทันท่วงทีเมื่อเห็นมุมปากของคนตัวสูงกระตุกยิ้มขึ้นอย่างรู้ทัน
"ติดปากสินะครับ... แต่เรียก ‘ค่ะ’ เมื่อกี้ ผมก็ไม่ได้ถือสาอะไรหรอกนะ" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลดระดับเสียงลงจนกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง เลขาสาวกัดริมฝีปากแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าร่าง
"ดิฉัน... ผมเป็นแค่ลูกน้องของคุณนะครับ บอสควรให้เกียรติความเป็นส่วนตัวของเลขาบ้าง" มินตราพยายามใช้ความเป็นมืออาชีพเข้าสู้ แม้ว่าเสียงที่เปล่งออกมาจะสั่นพร่าเสียจนน่าขายหน้า
"ให้เกียรติเหรอครับ?" ภาคินทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นจนน่าใจหาย ดวงตาคู่นั้นลดระดับลงมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนขึ้นประสานสายตากับเธอตรงๆ "แล้วที่คุณไปดินเนอร์กับไอ้กรณ์ สองต่อสองที่กรุงเทพฯ ตอนนั้น... คุณให้เกียรติหัวใจของคนเป็นเจ้านายแบบผมบ้างไหมครับ"
ประโยคนี้พุ่งตรงเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ มินตราเบิกตากว้างเล็กน้อย ความหึงหวงที่ถูกเก็บกดไว้ภายใต้ท่าทีเย็นชาและมาดขรึมตลอดหลายวันที่ผ่านมา ระเบิดออกมาผ่านน้ำเสียงและแววตาของเขาอย่างไม่มีปิดบัง
"เรื่องนั้นมันเป็นเรื่องงาน! คุณกรณ์เขาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจของเรานะ คุณก็รู้"
"พันธมิตร?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและตัดพ้อ "พันธมิตรที่ไหนเขาจ้องจะลูบคมผู้หญิงของคนอื่น พันธมิตรที่ไหนเขาโทรหาคุณตอนเที่ยงคืนแล้วชวนไปดูดาว... หึ มินตรา คุณคิดว่าผมโง่มากเหรอครับ ถึงดูไม่ออกว่ามันคิดอะไรอยู่"
"แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะครับ... เอ๊ย! เป็นธุระอะไรของคุณเล่า!" มินตราเกือบหลุดคำพูดผู้หญิงอีกรอบจนต้องเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทัน เธอเริ่มฉุนขึ้นมาบ้าง "ผม... ผมจะเป็นของใคร หรือใครจะจองผม มันก็1สิทธิส่วนบุคคลของผม ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งเลขาหน้าห้องของคุณสักหน่อย!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ดิ่งวูบลงทันที
ภาคินนิ่งเงียบไป ดวงตาคมกริบวับวาวขึ้นด้วยแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน มืออีกข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆ เอื้อมขึ้นมาแตะที่ปลายคางมนของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่ส่งผ่านปลายนิ้วทำให้มินตรารู้สึกเหมือนถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนแข็งทื่อ ขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้
"ไม่เกี่ยวกับงั้นเหรอครับ..." เสียงของเขาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด
ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความเวิ้งว้างและลึกล้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนแตก ภาคินเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนปลายจมูกโด่งรั้นเฉียดผ่านแก้มเนียน ความใกล้ชิดที่ไร้ระยะห่างทำให้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายทะเลจางๆ โอบล้อมตัวเธอไว้
"ถ้ามันไม่เกี่ยวกับผม... ทำไมหัวใจคุณถึงเต้นแรงขนาดนี้ล่ะครับ มินตรา"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนกุญแจดอกสุดท้ายที่ไขประตูห้องลับในใจของเธอให้เปิดออก มินตราเม้มปากแน่น หลบสายตาคมคลาที่จ้องทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งของความรู้สึก เธอดื้อรั้นมาตลอด ปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองมาตลอด เพราะกลัวว่าเส้นกั้นระหว่างเจ้านายกับเลขาจะพังทลายลง แล้วทิ้งให้เธอเจ็บปวดหากทุกอย่างเป็นเพียงแค่เกม
แต่ในวินาทีนี้ แสงจันทร์สีนวลที่สาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา กับความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ประคองใบหน้าเธอไว้ มันจริงเกินกว่าจะปฏิเสธ
"คุณมัน... เอาแต่ใจตัวเองที่สุดเลย ภาคิน" มินตราตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้สะท้อนความสั่นไหวและความยอมจำนนอย่างชัดเจน "คุณทำตัวร้ายกาจ ปากร้าย หวงก้างอย่างไร้เหตุผล... แล้วก็ชอบบังคับให้คนอื่นทำตามใจคุณอยู่เรื่อย"
ภาคินชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเธอเรียกชื่อจริงอย่างไร้คำนำหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนที่หาดูได้ยากยิ่ง
"ผมเอาแต่ใจเฉพาะกับคนที่ผมอยากให้มาอยู่ในชีวิตด้วยเท่านั้นแหละครับ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็ง ทำเอาหัวใจของมินตรากระตุกวูบ ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอยังไม่ทันได้เอื้อนเอ่ยประโยคใดโต้ตอบ ภาคินก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้คิดอีกต่อไป
ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาบนกลีบปากนุ่มของเธออย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นในคราวเดียว
มันไม่ใช่การจุมพิตเพื่อการลงโทษ หรือการเรียกร้องเอาชนะ แต่มันคือการปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดที่อัดแน่นมานานนับเดือน ริมฝีปากของเขาบด 1เคล้าคลึงอย่างเชี่ยวชาญและเอาแต่ใจ ดึงสติสัมปชัญญะของมินตราให้หลุดลอยไปไกลอย่างไร้การควบคุม มือบางที่เคยพยายามผลักไส บัดนี้เปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตด้านหน้าของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่อ่อนระโหยโรยแรง
ค่ำคืนเดือนหงายริมทะเลในคืนนั้น ยาวนาน เกินกว่าที่ใครจะคาดเดา และลึกซึ้งเกินกว่าที่หัวใจทั้งสองดวงจะถอยหลังกลับไปจุดเดิมได้อีกแล้ว...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูด้านนอกห้องพักดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่ทำลายบรรยากาศโรแมนติกจนย่อยยับ
"คุณคินครับ! คุณมินตรา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางบริษัทใหญ่ที่กรุงเทพฯ โทรมาแจ้งว่าเอกสารโปรเจกต์สำคัญถูกแฮก!"
เสียงของลูกน้องคนสนิทที่ดังแทรกเข้ามาทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างตกใจ ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองประตูห้องพักด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะในเวลาสำคัญที่สุด
ทว่า... เมื่อเขาก้มลงมองมินตราที่ยังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ ภาคินก็โน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากเธอเบาๆ อีกครั้งด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์
"เรื่องงานเดี๋ยวผมจัดการเองครับ... แต่เรื่องของเรา ค้างไว้แค่นี้ไม่ได้หรอกนะ... คุณมินตรา"
พูดจบเขาก็หันหลังเตรียมก้าวเดินไปเปิดประตู แต่ทว่า... วินาทีที่บานประตูไม้ถูกผลักออกกว้าง แสงไฟจากทางเดินสาดกระทบร่างของบุคคลที่ยืนอยู่ด้านนอก ทำให้ภาคินและมินตราต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง—!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 16
คืนเดือนหงายกับกำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!