ความเงียบงันมักมีน้ำหนักเสมอ... โดยเฉพาะเมื่อมันถูกคั่นกลางด้วยลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอ และสัมผัสหนาหนักจากท่อนแขนแข็งแรงที่โอบกอดเอวบางไว้แน่น ราวกับกลัวว่าสิ่งมีค่าในอ้อมแขนจะสลายกลายเป็นอากาศธาตุไปเสียดื้อๆ
ภาคินยังไม่ลืมตา
เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาได้สักพักใหญ่แล้ว แต่เลือกที่จะนอนนิ่งอยู่ในท่าเดิม สมองอันชาญฉลาดและรวดเร็วของประธานหนุ่มผู้เพอร์เฟกต์ชันนิสต์กำลังประมวลผลเหตุการณ์เมื่อคืนอย่างรวดเร็ว ภาพละครตบตาแม่ยายจำเป็นที่เพิ่งจบลงไปหมาดๆ ย้อนกลับมาในหัว ละครที่เริ่มต้นจากการแกล้งทำเป็นคู่รักข้าวใหม่ปลามัน เพื่อตัดรำคาญบรรดาผู้หวังดีที่ขยันหาผู้หญิงมา "ดูตัว" ให้เขาไม่เว้นแต่ละวัน แต่ทว่า... บทบาทสมมติบ้าบอนั่น กลับพาพวกเขาลากยาวมาจนถึงการทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างกันบนโซฟาตัวยาวในห้องนั่งเล่น
และที่บ้าไปกันใหญ่ก็คือ เขากลายเป็นฝ่ายดึงเธอมารวบกอดไว้เสียเอง
ภาคินลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสีดำสนิทปรับโฟกัสเข้ากับความสลัวของห้อง สิ่งแรกที่สะท้อนเข้ามาในคลองสายตาไม่ใช่ความหรูหราของเฟอร์นิเจอร์นำเข้า แต่เป็นกลุ่มเส้นผมสีเข้มที่สยายเคลียอยู่บนลาดไหล่ของเขา มินตรากำลังหลับสนิท ใบหน้ายามไร้ซึ่งเกราะป้องกันความหยิ่งยระทถและวาจาคมคาย ช่างดูอ่อนหวานและไร้เดียงสาจนน่าประหลาด แพขนตางอนหนาทาบลงบนพวงแก้มเนียนใส ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอที่เป่ารดร่องอกผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตทำงาน กำลังสร้างแรงกระเพื่อมแปลกประหลาดบางอย่างภายในอกข้างซ้ายของเขา
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้มีอิทธิพลต่อจังหวะการเต้นของหัวใจเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
นิ้วเรียวยาวที่ปกติมักจะใช้จับปากกาเซ็นเอกสารมูลค่าหลายร้อยล้าน หรือเคาะโต๊ะประชุมด้วยความหงุดหงิด ขยับเข้าหาอย่างไม่รู้ตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนของเลขาฯ สาวออกให้อย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าเธอจะตื่นขึ้นมาต่อปากต่อคำกับเขาเหมือนทุกที
"เวลาหลับ... ก็น่ารักดีนี่ ทำไมเวลาตื่นถึงได้ปากเก่งนักนะ มินตรา"
ภาคินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากยิ่งระบายขึ้นบนมุมปากหยักลึก
ตลอดเวลาสามปีที่มินตราก้าวเข้ามาทำงานในฐานะเลขาฯ มือฉกาจ เธอไม่เคยทำให้เขาต้องผิดหวังในเรื่องงานเลยสักครั้ง แต่ในเรื่องส่วนตัว... เธอมักจะกวนประสาท ยั่วโมโห และท้าทายขอบเขตความอดทนของเขาอยู่เสมอ ยิ่งพักหลังมานี้ที่มีไอ้เจ้ากรณ์เพื่อนสนิทตัวดีเข้ามาวนเวียนใกล้ชิดเธอด้วยแล้ว ภาคินก็ยิ่งรู้สึกเหมือนมีก้อนหมากลอยอยู่กลางอก หงุดหงิดจนแทบเสียศูนย์ แต่เพราะศักดิ์ศรีและความปากแข็งของประธานหนุ่มค้ำคออยู่ เขาจึงทำได้แค่แสดงออกด้วยความเย็นชาและคำพูดเชือดเฉือนเพื่อกลบเกลื่อนความหึงหวงที่พุ่งพล่าน
ทว่ายามนี้... ในพื้นที่จำกัดบนโซฟาตัวเดิม ไร้ซึ่งกำแพงแห่งสถานะเจ้านายและลูกน้อง มีเพียงความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิดกัน ความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ในอกตลอดหลายเดือนที่ผ่านมากลับเรียกร้องอยากจะทะลักออกมา
ภาคินขยับตัวเล็กน้อยเพื่อปรับองศาให้คนในอ้อมกอดนอนสบายขึ้น ทว่าการเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียวนั้น กลับทำให้มินตราส่งเสียงครางอืออึงในลำคออย่างขัดใจ เปลือกตาสองข้างขยับไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้น
สติปัญญาอันเฉียบ 300% ของมินตราทำงานทันทีที่ดวงตาปรับโฟกัสได้
สิ่งแรกที่เธอเห็นคือแผงอกกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่กระดุมหลุดลุ่ยไปสองเม็ดเผยให้เห็นผิวเนื้อเนียนและไรขนจางๆ และเมื่อเงยหน้าขึ้น... ก็สบเข้ากับดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ที่กำลังจ้องมองลงมาอยู่ก่อนแล้ว แววตาคู่นั้นไม่ได้มีความเย็นชาหรือเย่อหยิ่งเหมือนเวลาอยู่ในที่ทำงาน แต่มันพราวระยับไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงเสียจนคนมองต้องสะท้านวาบไปทั้งแผ่นหลัง
ให้ตายเถอะ... เธอกำลังนอนหนุนอกเขาแถมยังกอดเอวเขาไว้แน่นราวกับปลิงดูดเลือด!
"อ๊ะ!" มินตราอุทานออกมาเบาด้วยความตกใจ สมองตีรันฟันแทงกันวุ่นวาย เธอดีดตัวลุกขึ้นจากอกเขาแทบไม่ทัน ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาเห่อ2ข้างแก้มจนแดงก่ำลามไปถึงใบหู หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองเพล
"ตื่นแล้วเหรอครับ?" ภาคินเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเล็กน้อยจากการเพิ่งตื่นนอน รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้นั้นช่างเจ้าเล่ห์และกวนประสาทเสียไม่มี
"คุณ... คุณคิน!" มินตราละล่ำละลักเรียกชื่อเขา เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้ เธอรีบขยับถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับพนักโซฟาอีกด้าน ใบหน้างามเชิดขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่กำลังเล่นงานเธอจนแทบเสียอาการ "ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ใครอนุญาตให้คุณ... ให้คุณมากอดฉันแบบนี้ฮะ!"
ภาคินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเหนือกว่า เขายันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ร่างบางที่กำลังพยายามหดตัวหนีอย่างนึกสนุก ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่แดงก่ำของเธอตั้งแต่หน้าผากจรดริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่น
"ผมกอดคุณเหรอครับ?" ภาคินทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากเสียงยาว ชวนให้คนฟังรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "ลองทบทวนความทรงจำดูดีๆ อีกทีสิครับคุณมินตรา ว่าเมื่อคืนใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเข้ามากอดผมแน่นเสียยิ่งกว่าตุ๊กตาหมี แถมยังไม่ยอมปล่อยมือจนผมขยับไปไหนไม่ได้เลยเนี่ย"
"ฉัน... ฉันไม่ได้ทำนะ!" มินตราเถียงเสียงแข็ง ทั้งที่ในใจเริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาตงิดๆ เพราะจำได้เลือนรางว่าเมื่อคืนอากาศในห้องค่อนข้างเย็น และเธอก็เผลอซุกตัวเข้าหาไออุ่นบางอย่างโดยสัญชาตญาณ "ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไม คุณอย่ามาใส่ร้ายฉันนะ!"
"ผมจะใส่ร้ายเลขาฯ ตัวเองไปทำไมกันครับ" ภาคินขยับเข้าไปประชิดตัวมากขึ้น พื้นที่ระหว่างพวกเขาแคบลงจนแทบไม่มีอากาศหายใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำเอาสติของมินตรากระเจิดกระเจิง "หรือว่า... คุณกำลังเขิน ที่รู้ว่าตัวเองนอนกอดผมทั้งคืนกันแน่ครับ หืม?"
"ใครเขิน! บ้าหรือเปล่า!" มินตราสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองเขาอย่างเอาเรื่องเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ถูกจี้ใจดำ "ฉันไม่ได้เขินสักหน่อย ฉันแค่ตกใจที่คุณฉวยโอกาสต่างหากเล่า ถอยไปเลยนะ!"
"ปากแข็ง..." ภาคินพึมพำเบาๆ นัยน์ตาคมกริบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยว เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรดรินอยู่บนพวงแก้มใส "ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิครับ ว่าไม่ได้เขิน... พูดต่อหน้าผมสิ"
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินมัน เธออยากจะผลักอกเขาออกไปให้พ้นทาง แต่ฝ่ามือเจ้ากรรมกลับไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน ยิ่งได้เห็นแววตาแพรพราวที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิทของเขาแล้ว เธอก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมดิ่งลงไปในห้วงเสน่ห์ที่เขาเป็นคนสร้างขึ้น
บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุขึ้นทุกขณะ ความเงียบที่เคยน่ากลัว กลายมาเป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ภาคินโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากหยักลึกอยู่ห่างจากกลีบปากอิ่มของเธอเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น ดวงตาทั้งคู่ประสานกันนิ่ง ส่งผ่านความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยเป็นคำพูดออกมาได้
มินตราหลบสายตาไม่ได้ หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรง เธอกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับความใกล้ชิดนี้อยู่รอมร่อ...
กริ๊งงงงงง!
เสียงกริ่งประตูหน้าห้องพักดังขึ้นผ่ากลางบรรยากาศสีชมพูที่กำลังอบอวลไปด้วยความหวานปนความตึงเครียด ราวกับมีคนจงใจเข้ามาขัดจังหวะในวินาทีชีวิต!
ภาคินชะงักกึก สีหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันตาเห็นด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ดวงตาคมตวัดมองไปทางประตูหน้าห้องอย่างหัวเสีย ใครกันที่บังอาจมารบกวนเวลาสำคัญของเขาในตอนนี้!
ในขณะที่มินตราสะดุ้งสุดตัวราวกับหลุดพ้นจากมนต์สะกด เธอดันอกเขาออกเต็มแรงแล้วรีบผุดลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่อย่างลนลาน ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวเดินหนีเพื่อไปดูว่าใครมากดกริ่ง
เสียงเคาะประตูก็ตามมาติดๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความคุ้นเคยที่ดังทะลุเข้ามาในห้อง...
"มิน! อยู่ข้างในหรือเปล่า นี่ฉันเอง กรณ์นะ! เปิดประตูให้หน่อย!"
ร่างของภาคินที่เพิ่งลุกขึ้นยืนตามหลังชะงักกึก นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีนิลเข้มจัดขึ้นทันที ขากรรไกรขบเข้าหากันจนเป็นสันนูนเมื่อได้ยินชื่อของ "ไอ้ตัวปัญหา" ที่บังอาจมาเคาะประตูห้องในเวลาแบบนี้!
มินตราเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับมามองหน้าเจ้านายหนุ่มสลับกับประตูหน้าห้องด้วยสีหน้าเลิกลั่ก
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับความซึนของบอสคินด้วยกันนะครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 7
กอดแก้เขินบนโซฟาตัวเดิม
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!