นิ้วเรียวที่กำลังจะเอื้อมไปบิดกลอนประตูชะงักกึก ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่ปลายนิ้ว มินตราหน้าถอดสี ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกยามกวาดสายตามองสภาพห้องนั่งเล่นเพนต์เฮาส์หรูในยามวิกาล—เสื้อสูทของท่านประธานถูกโยกพาดไว้บนโซฟาตัวยาว เนคไทหลุดลุ่ยกองอยู่บนพื้น พรมราคาแพงยับยู่ยี่จากศึกสงครามการปะทะฝีปากเมื่อครู่ และที่สำคัญที่สุด... เธอยังอยู่ในชุดทำงานที่กระดุมหลุดไปสองเม็ดจนไหปลาร้าเนียนปรากฏแก่สายตา!
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นและยาวนานขึ้น บ่งบอกถึงความไร้ความอดทนของผู้มาเยือน
"คิน! แม่รู้ว่าลูกอยู่ในนั้น เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
น้ำเสียงทรงอำนาจที่เล็ดลอดผ่านบานประตูไม้หนาเก็บเสียงเข้ามา ทำเอาสติที่กระเจิดกระเจิงของมินตราแทบจะบินหายไปจากร่าง ผู้หญิงคนนั้น... คุณหญิงรัชนี แม่แท้ๆ ของภาคิน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ ความเป๊ะ และสายตาดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะจิกกัดทุกสิ่งที่ขัดหูขัดตา!
มินตราหันขวับไปมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหลัง สีหน้าเรียบเฉยเย็นชาของภาคินในยามปกติบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระดับสูงสุด ดวงตาคมกริบฉายแวววุ่นวายใจอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวคู่แข่งทางธุรกิจคนใด กลับมีท่าทีเหมือนเด็กชายที่กำลังจะถูกแม่จับได้ว่าทำความผิดครั้งใหญ่
"คุณภาคิน..." มินตรากระซิบเสียงลอดไรฟัน มือเล็กคว้าแขนเสื้อของเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว "แม่คุณมาได้ยังไงตอนตีสองครึ่งแบบนี้เนี่ย!"
"ผมจะไปรู้เหรอปกติท่านอยู่บ้านพักตากอากาศที่หัวหิน" ภาคินเค้นเสียงลอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขณะกวาดตามองสภาพสนามรบย่อมๆ ในห้องนั่งเล่น "ยัยตัวแสบ ปล่อยแขนผมก่อนแล้วไปจัดการตัวเองซะ!"
"ฉันจะจัดการยังไง สภาพฉันตอนนี้เหมือนคนเพิ่งผ่านสมรภูมิรบนะคุณ!" เธอก้มมองเสื้อผ้าตัวเองด้วยความร้อนรน "ถ้าท่านเปิดเข้ามาเจอเราในสภาพนี้ ฉัน... ฉันคงต้องลาออกไปบวชชีแน่ๆ"
"ห้ามลาออก" คำสั่งเด็ดขาดหลุดจากริมฝีปากหยักด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง ท่าทีเย่อหยิ่งถือตัวกลับมาอีกครั้งแม้สถานการณ์จะวิกฤต "คุณเป็นเลขาผม หน้าที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือสิ่งที่คุณต้องทำ... เปิดประตู"
"หา?" มินตราอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่าน "คุณบ้าหรือเปล่า ให้ฉันไปเปิดประตูรับแม่คุณเนี่ยนะ ในสภาพที่..."
กริ๊งงงงง!
เสียงกดกริ่งคราวนี้ดังติดต่อกันสามครั้งติด เป็นสัญญาณเตือนขั้นเด็ดขาดว่าคุณหญิงรัชนีหมดความอดทนแล้วจริงๆ
ภาคินไม่รอให้เลขาสาวได้โต้แย้ง มือหนาคว้าข้อมือเล็กแล้วดึงร่างบางเข้ามาชิดอกแกร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ พุ่งเข้าปะทะจมูกจนมินตราต้องกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามดังแข่งกับเสียงกริ่งหน้าห้อง
"ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย!" เธอเงยหน้าขึ้นต่อว่า ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคือง
"ถ้าไม่อยากให้แม่ผมเฉดหัวคุณออกจากการเป็นเลขา และไม่อยากให้ข่าวเราหลุดไปถึงบอร์ดบริหาร..." ภาคินก้มลงกระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่ารọiราวด์มนต์สะกด "ก็ทำตามที่ผมบอก... สวมบทบาทซะ"
"บทบาทอะไร..."
ประธานหนุ่มไม่รอให้เธอถามซ้ำ มือหนาเอื้อมไปปลดล็อกกลอนประตู ก่อนจะผลักบานประตูให้เปิดออกกว้างท่ามกลางความตกใจสุดขีดของมินตรา
แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามาภายในห้อง เผยให้เห็นร่างโปร่งระหงของคุณหญิงรัชนีในชุดสูทผ้าไหมสีเทาเข้ารูป แม้กาลเวลาจะล่วงเลยจนมีริ้วรอยแห่งวัย แต่ความสง่างามและความเฉียบคมในแววตาคู่นั้นถอดแบบมาจากภาคินไม่มีผิดเพี้ยน
คุณหญิงรัชนีชะงักไปเล็กน้อยเมื่อประตูเปิดออก สิ่งแรกที่ท่านคาดหวังคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนในสภาพหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากการทำงานดึก แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ดวงตาคู่คมหรี่ลงด้วยความประหลาดใจขั้นสุด
ภาคินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทีผ่อนคลาย (ที่พยายามฝืนทำอย่างยิ่ง) ขณะที่มืออีกข้างโอบเอวบางของมินตราไว้หลวมๆ ร่างของเลขาสาวแนบชิดอยู่กับแผงอกแกร่ง สภาพผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยและเสื้อผ้าที่ยับเยิน บ่งบอกความสัมพันธ์ที่คลุมเครือได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
ความเงียบปกคลุมห้องโถงชั่วอึดใจ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้
"คิน..." คุณหญิงรัชนีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นิ่งสนิท กวาดสายตาคมกริบมองสำรวจหญิงสาวในอ้อมแขนลูกชายหัวแก้วหัวแหวนตั้งแต่หัวจรดเท้า "นี่มันหมายความว่ายังไงดึกดื่นป่านนี้ ทำไมเลขาของคุณถึงมาอยู่ในห้องนี้ได้... ในสภาพนี้?"
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่บนปากเหวลึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางรอด แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากแก้ตัว เสียงทุ้มราบเรียบแต่ทรงอำนาจของภาคินก็ดังขึ้นตัดหน้าเสียก่อน
"แม่ก็เห็นอยู่" ภาคินตอบหน้าตาย น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดนิดๆ ตามสไตล์คนปากแข็ง "มินตราเป็นเลขา... และตอนนี้ เธอก็เป็นแฟนผมด้วย"
มินตราหันขวับไปมองหน้าเจ้านายหนุ่มทันที ตาแทบถลอกจากเบ้า นี่เขาเล่นบทนี้จริงจังถึงขนาดประกาศสถานะกำมะロต่อหน้าคุณแม่ผู้ทรงอิทธิพลเลยหรือเนี่ย!
คุณหญิงรัชนีเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้ แต่แววตาที่มองมายังมินตรากลับเต็มไปด้วยการประเมินค่าอย่างเฉียบคม
"แฟน?" คุณหญิงทวนคำ เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย "แปลกนะ... สัปดาห์ก่อนแม่ยังได้ยินข่าวลือว่าลูกควงดาราช่องดังอยู่เลยนี่ แล้วจู่ๆ ทำไมกลายมาเป็นเลขาตัวเองได้ล่ะ?"
"ข่าวลือก็คือข่าวลือครับแม่" ภาคินกระชับวงแขนที่โอบเอวมินตราให้แน่นขึ้นอีกนิด จนร่างบางต้องเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือเขาแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าเข้ามา "ผมไม่ใช่คนชอบกินของซ้ำซาก... และกับมินตรา ผมจริงจังพอ"
คำพูดที่ออกจากปากคนปากร้ายทำเอามินตราถึงกับซับซ้อนในความรู้สึก แม้จะเป็นแค่บทบาทสมมติเพื่อตบตาผู้ใหญ่ แต่แววตาคู่คมที่ก้มลงมองเธอนั้น... มันเต็มไปด้วยความจริงจังจนหัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่น่าให้อภัย
คุณหญิงรัชนีหันมามองหน้าเลขาสาวนิ่งๆ บรรยากาศกดดันถาโถมเข้าใส่จนมินตราต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่นใจทั้งหมดที่มีกลับคืนมา ในฐานะมืออาชีพ เธอจะไม่ยอมตกม้าตายเด็ดขาด!
มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบฉบับเลขาผู้บริหารที่ผ่านศึกมาโชกโชน ก่อนที่เธอจะเงยหน้าสบตาคุณหญิงผู้ทรงอิทธิพลอย่างไร้ความเกรงกลัว
"สวัสดีค่ะคุณหญิง..." มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มหวานหยดถูกงัดออกมาใช้ "ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ตกใจในยามวิกาล พอดีงานด่วนของคุณคินมันยืดเยื้อ... และฉันเอง ก็บังเอิญ 'ดูแล' งานของเขาใกล้ชิดไปหน่อยค่ะ"
คำว่า *ดูแล* ถูกเน้นเสียงด้วยจริตจะก้านที่พอเหมาะพอเจาะ ส่งผลให้มุมปากของคุณหญิงรัชนีถึงกับกระตุกวูบ ขณะที่ภาคินที่ยืนอยู่ด้านหลังก้มมองเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด
"หmอ..." คุณหญิงรัชนีแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตากวาดมองทั้งคู่สลับกันไปมา "ดูท่าทางแล้ว... ลูกชายฉันคงไม่ได้เป็นคนคุมเกมคนเดียวสินะ"
"แน่นอนค่ะคุณหญิง" มินตราตอบสวนทันควัน รอยยิ้มมั่นใจฉายชัดบนใบหน้า "เรื่องงานฉันเป็นลูกน้องเขา แต่เรื่องส่วนตัว..." เธอชำเลืองมองชายหนุ่มข้างกายด้วยหางตา "ใครเป็นคนคุมเกม... คงต้องให้คุณคินเป็นคนตอบแล้วล่ะค่ะ"
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความระอุที่ชวนให้หัวใจเต้นรัว ภาคินกระตุกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่ทำเอาสาวเจ้าใจสั่นระทัว ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของคุณหญิงรัชนีก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คุณหญิงก้มลงมองหน้าจอ เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาลูกชายด้วยแววตาที่มีเลศนัย
"พรุ่งนี้... ฉันจะให้คนจัดเตรียมดินเนอร์ที่บ้านใหญ่ หวังว่า 'แฟน' ของลูก จะว่างมาทานข้าวด้วยกันนะ... แม่จะได้ทำความรู้จัก 'เลขา' คนนี้ให้มากกว่านี้"
สิ้นคำพูด คุณหญิงรัชนีก็หันหลังกลับ เดินนงนارتก้าวออกไปจากห้องอย่างไร้รอยต่อ ทิ้งให้เสียงปิดประตูดังก้องขึ้นในความเงียบ
ปัง!
มินตราผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่ ร่างกายที่เกร็งเครียดมาตลอดทิ้งตัวพิงโซฟาอย่างหมดแรง "ให้ตายเถอะ... ฉันเกือบตายคาที่"
แต่ก่อนที่เธอจะได้ตั้งสติ ภาคินก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่กักขังเธอไว้ระหว่างพนักพิงโซฟาและอ้อมแขนแกร่ง ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ประกายไฟบางอย่างลุกโชนอยู่ในนั้นอย่างชัดเจน
"ทำได้ดีมาก... เลขาของผม" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้วเนียน "แต่ดูเหมือนว่า... เรามีเรื่องต้องซ้อมบท 'คู่รัก' กันต่อยาวๆ แล้วล่ะมินตรา"
ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อตระหนักได้ว่า ดินเนอร์พรุ่งนี้ไม่ใช่แค่เกมหลอกแม่ แต่มันคือหลุมพรางที่เธอก้าวขาลงไปทั้งตัวแล้ว... และคนตัวโตตรงหน้า ก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยเธอหลุดมือไปง่ายๆ เสียด้วย!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 6
การปรากฏตัวของตัวแม่
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!