เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 5

อาหารมื้อดึกที่เกือบเผاบ้าน

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกริ๊งเตือนข้อความเข้าในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวดังขึ้น ท่าความเงียบสงัดของยามวิกาล มันช่างเป็นจังหวะเวลาที่น่าหงุดหงิดเสียจริงสำหรับคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง มินตราถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคู่สวยตวัดมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นในความมืด ก่อนจะเบนความสนใจกลับมายังหม้อสเตนเลสขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่บนเตาไฟฟ้า น้ำในหม้อกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงปุดๆ พร้อมกับไอความร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาปะทะกับใบหน้าเนียน นี่คือสิ่งที่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับความหิวโซในเวลาตีสองครึ่ง... มาม่าต้มยำกุ้งน้ำใสที่โรยหน้าด้วยหมูสับและไข่ไก่ฟองโต มินตราเปิดฝาหม้อแล้วใช้ตะเกียบคนเส้นบะหมี่ให้คลายตัว กลิ่นหอมเครื่องเทศฉุนเตะจมูกปลุกประสาทสัมผัสที่อ่อนล้าจากการทำงานหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงให้ตื่นตัวขึ้นมาทันที เหตุการณ์หน้าลิฟต์คอนโดฯ เมื่อช่วงหัวค่ำยังคงติดค้างอยู่ในสมอง กรณ์ที่ยืนเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นเธอก้าวออกมาจากห้องของภาคิน—ประธานหนุ่มจอมเผด็จการผู้เป็นเจ้านายโดยตรง—มันคือภาพสะท้อนความซวยระดับสתิบกะรัตที่เธอไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้นเลยสักนิด คำแก้ตัวร้อยแปดพันประการที่เธอเตรียมไว้เพื่อรับมือกับสายตาจับผิดของเพื่อนสนิทจอมกะล่อน ถูกปัดตกไปในพริบตาเมื่อเธอเลือกที่จะเดินหนีเข้าห้องแล้วล็อกกลอนแน่นหนา ปล่อยให้กรณ์ยืนเคว้งคว้างอยู่ตรงทางเดินอย่างไร้คำอธิบาย "ให้ตายสิพรุ่งนี้ที่ทำงานต้องมีเรื่องให้ปวดหัวแน่ๆ" มินตราพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือเรียวเตรียมจะปิดสวิตช์เตาไฟฟ้าเพื่อตักเส้นบะหมี่ใส่ชาม "ถ้าคิดจะกินของไม่มีประโยชน์แบบนั้นตอนตีสอง ก็ควรเตรียมใจรับสภาพโรคกระเพาะกำเริบในห้องประชุมพรุ่งนี้ด้วยนะครับ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าหมั่นไส้ดังขึ้นจากความมืดบริเวณมุมห้องรับแขกที่เชื่อมต่อกัน ทำให้มินตราชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความตกใจ เธอหันขวับกลับไปมองทันที ร่างสูงโปรดของภาคินยืนพิงกรอบประตูกั้นระหว่างห้องครัวกับห้องนั่งเล่น เขาสวมชุดนอนกางเกงขายาวเนื้อดีสีเทาเข้มกับเสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้ผิวขาวจัดดูโดดเด่นขึ้นไปอีก เรือนผมสีเข้มยุ่งเหยิงเล็กน้อยราวกับเพิ่งตื่นนอน ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสว่างวาบและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "คุณ... คุณมาทำอะไรที่นี่?" มินตราถามเสียงหลง เผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจนสะโพชนุ่มชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว "ที่นี่ห้องผม ประตูห้องผมไม่ได้ล็อกกลอนอัตโนมัติจากด้านนอกแน่นหนาพอเหรอ คุณถึงลืมไปว่าเราอยู่ห้องไหนกันแน่" ภาคินเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแววเย้าแหย่ที่ทำให้คนฟังรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ "ฉันหมายถึง... ทำไมคุณยังไม่นอน ดึกป่านนี้แล้ว" มินตรากลบเกลื่อนความประหม่าด้วยการเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วสู้สายตาคมปลาบที่กำลังกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสำรวจ "หรือว่านอนไม่หลับ เพราะคิดถึงเรื่องหน้าลิฟต์เมื่อหัวค่ำล่ะคะ เอ๊ย... ครับ!" เธอเกือบหลุดปากพูดคำลงท้ายผิดวิสัย กลeyเป็นว่าต้องรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายนั้น ภาคินไม่ได้ตอบคำถามในทันที เขาก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละก้าว ย่างก้าวของเขามั่นคงและทรงพลังราวกับเสือดาวที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมในพื้นที่จำกัด กลิ่นหอมสะอาดอ่อนๆ จากกายชายหนุ่มลอยมาแตะจมูกแทนที่กลิ่นเครื่องเทศของมาม่า มินตราชักเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อระยะห่างระหว่างเธอกับประธานหนุ่มลดลงจนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว "ผมไม่ได้นอนไม่หลับเพราะเรื่องไร้สาระแบบนั้นหรอกครับ..." ภาคินหยุดยืนตรงหน้าเธอ ดวงตาคมกริบก้มลงมองชามกระเบื้องเปล่าที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะเหลือบขึ้นสบตาเธอนิ่ง "แต่ได้ยินเสียงกุ๊กกักเหมือนคนกำลังจะเผาครัวผมมากกว่า ก็เลยต้องเดินลงมาดูให้แน่ใจว่าเลขาสุดฉลาดของผมไม่ได้ทำคอนโดฯ ไฟไหม้เสียก่อน" "นี่! ปากคอเราะร้ายแบบนี้ตลอดแหละนะ คุณคิน" มินตราแยกเขี้ยวใส่ด้วยความหมั่นไส้ มือเรียวรีบตักเส้นบะหมี่ร้อนๆ ใส่ชามอย่างรวดเร็วเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ "ฉันแค่อยากหาอะไรใส่ท้องเพราะทำงานด่วนที่คุณสั่งเมื่อเย็นจนดึกดื่นต่างหากล่ะคะ... เอ้ย! ครับ!" เธอเกือบพลาดอีกรอบจนต้องเม้มปากแน่นด้วยความขัดเคืองใจ ภาคินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ในอกจนมินตรารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกประหลาด "หึ... ตั้งใจทำงานหรือตั้งใจหนีหน้าใครบางคนกันแน่ครับ คุณมินตรา" ภาคินเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแววตากลับคมกราบจนเธอต้องหลบตา "เรื่องกรณ์... คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ ผมจัดการเคลียร์ความเข้าใจผิดในหัวสมองอันน้อยนิดของเพื่อนผมเรียบร้อยแล้ว" มินตราเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าเขาอีกครั้งด้วยความตกใจระคนไม่เชื่อหู "คุณว่ายังไงนะ? คุณคุยกับกรณ์แล้วเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!" "ก็ตั้งแต่ตอนที่คุณเดินหนีเข้าห้องมาอย่างไรล่ะครับ" ภาคินตอบหน้าตาเฉย เขายื่นมือเรียวยาวหยิบตะเกียบอีกคู่ที่วางอยู่ข้างเตาขึ้นมาถือไว้หน้าตาเฉย "ไหนๆ ก็ต้มเผื่อผมตั้งสองห่อแล้ว อย่าใจดำกินคนเดียวเลยครับ ผมเองก็เริ่มหิวขึ้นมาเหมือนกัน" "เดี๋ยวนะ! ฉันต้มกินคนเดียวนะคะ—เอ๊ย! ครับ!" มินตราโวยวายเสียงหลงเมื่อเห็นร่างสูงถือวิสาสะตักเส้นมาม่าพร้อมกุ้งตัวโตเข้าปากไปหน้าตาเฉย แถมยังทำหน้าพึงพอใจราวกับกำลังกินอาหารจากภัตตาคารหรูระดับมิชลินสตาร์ "อร่อยดีนี่... ฝีมือเลขาสาวผัดต้มยำนี่ใช้ได้เลย" ภาคินเคี้ยวตุ่นๆ พรางปรายตามองเธอที่ยืนอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง "นั่นมันชามของฉันนะ!" มินตราร้องประท้วง พยายามจะแย่งชามกลับมา แต่ภาคินกลับยกชามสูงขึ้นเหนือศีรษะด้วยความได้เปรียบเรื่องส่วนสูง ขณะที่มืออีกข้างรวบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เพื่อไม่ให้ขยับหนีไปไหน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่แนบชิดกันจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มกันและกัน ดวงตากลมโตของมินตราเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าเสียงกลองศึกในอก ภาคินก้มลงมองเธอด้วยสายตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ความซึนเดระที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความคลั่งรักที่ระอุอยู่ก้นบึ้งนัยน์ตาสีเข้ม "ถ้าหวงชามขนาดนี้... งั้นผมกินเจ้าของชามแทนก็แล้วกันนะครับ" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ก่อนที่ร่างสูงจะโน้มใบหน้าลงมาหาอย่างไร้การตั้งตัว— ทว่า เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังลั่นสนั่นห้องขึ้นมาตัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นลงในเสี้ยววินาทีพอดี! ภาคินชะงักกึก สีหน้าเรียบเฉยเปลี่ยนเป็นความหงุดหงิดระAดับสูงสุดทันทีในพริบตา ขณะที่มินตราหน้าถอดสีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าใครคือเจ้าของเสียงกริ่งยามวิกาลนี้... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุนผลงานของสเปซโอเดสซีย์เสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%