กองเอกสารความหนาเกือบสามนิ้วถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสเสียงดัง *ตุบ* แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ฝุ่นละอองที่มองไม่เห็นลอยคว้างกลางอากาศ
มินตราละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างช้าๆ เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจอย่างที่คนใจร้อนคนนั้นคาดหวัง ตรงกันข้าม... เธอกลับเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เคลือบยาพิษ
"ผมต้องการสรุปตัวเลขโปรเจกต์ร่วมทุนทั้งหมดของไตรมาสที่แล้ว วิเคราะห์ความเสี่ยงของสามบริษัทคู่แข่ง และร่างสัญญาฉบับใหม่ให้เสร็จภายในเที่ยงวันนี้"
ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองเลขาคนใหม่ด้วยแววตาท้าทาย เขาตั้งใจจะใช้วันแรกนี้กดดันให้เธอวิ่งหนีออกไปเอง เพื่อจะได้ไม่ต้องทนเห็นภาพบาดตาบาดใจจากเหตุการณ์เมื่อคืน... ภาพที่เธอยืนหัวร่อต่อกระซิกกับไอบ้านั่นที่หน้าห้อง
"ทั้งหมดนี้... ภายในเที่ยงเหรอครับท่านประธาน" มินตราทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงประกายคมกริบ เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดสูทราคาแพงไม่ได้ทำให้เธอดูตัวเล็ก0ลงเลยแม้แต่น้อย รัศมีแห่งความมั่นใจแผ่ซ่านจนภาคินต้องกะพริบตาถี่เพื่อตั้งหลัก
"ฟังไม่ผิดนี่ครับ หรือว่าคุณทำไม่ได้ อย่างว่าแหละ... คนที่เก่งแต่ปากตอนอยู่ในลิฟต์ อาจจะไม่มีปัญญาทำงานเอกสารจริงๆ ก็ได้" ภาคินยักคิ้วข้างหนึ่ง ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มเยาะ ความซึนและอาการหวงก้างกำลังตีรวนอยู่ในอกจนเขาต้องหาทางกลั่นแกล้งเธอให้สาสม
มินตราแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "งานแค่นี้ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงหรอกค่ะ... เอ้ย... หรอกครับ" เธอรีบแก้คำพูดเมื่อเหลือบเห็นคิ้วเข้มกระตุกเกร็ง "แต่ถ้าท่านประธานอยากให้ผมทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การมีกาแฟดีๆ สักแก้วคอยกระตุ้นสมอง ก็น่าจะช่วยร่นระยะเวลาได้เยอะนะครับ"
ภาคินหรี่ตามองอย่างไม่ไว้วางใจ "คุณจะสั่งกาแฟราคาแพงจากร้านไหนมาเบิกบริษัทอีกล่ะ"
"ไม่ต้องถึงมือร้านกาแฟหรอกครับ ผมชงเอง..." มินตราหยิบแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ "รับรองว่าสูตรพิเศษนี้ ท่านประธานดื่มแล้วจะ... ตาสว่างไม่มีวันลืมเลยล่ะครับ"
สิบนาทีต่อมา แก้วเซรามิกสีดำสนิทถูกวางลงตรงหน้าภาคิน กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟพุ่งแตะจมูก แต่ทว่า... สีเข้มข้นของมันกลับดูแปลกพิกล ภาคินเงยหน้าขึ้นมองเลขาที่ยืนกอดอกยิ้มหวานรอฟังผลงาน
"นี่อะไร" เขาถามเสียงห้วน
"เอสเพรสโซ่ช็อตควบด้วยโรบัสต้าคั่วเข้มพิเศษ เพิ่มความเร้าใจด้วยผงพริกไทยดำป่นละเอียดตัดเลี่ยนครึ่งช้อนชา และความสดชื่นจากมะนาวซีกหนึ่งครับ... รับรองว่าปลุกวิญญาณในตัวท่านประธานให้ลุกขึ้นมาเต้นรำได้แน่นอน" มินตราอธิบายหน้าตาเฉย
"คุณกล้าดียังไงเอาของแบบนี้ให้ผมกิน!" ภาคินตบโต๊ะเสียงดังลั่นห้อง ดวงตาดุกราดมองแก้วกาแฟราวกับมันคืองูพิษ
"อ้าว... กาแฟปลุกพลังไงครับ ท่านประธานบอกเองว่าต้องการงานด่วน สมองต้องแล่นไวไม่ใช่เหรอครับ เชิญพิสูจน์ฝีมือผมหน่อยสิครับ... หรือว่ากลัว?" มินตราเอียงคอยิ้มท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายความเจ้าเล่ห์
ความเย่อหยิ่งของเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ถูกจี้จุด ภาคินขบกรามแน่นจนสันนูน เขาแค่นเสียง "หึ" ออกมาอย่างคนไม่ยอมแพ้ มือหนาเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาสูดกลิ่น จากนั้นก็ตัดสินใจยกซดอึกใหญ่โดยไม่ลังเล
วินาทีนั้น... โลกทั้งใบของประธานหนุ่มก็แทบจะพลิกคว่ำ
รสชาติขมปร่าบาดคอ ปะทะเข้ากับความเผ็ดร้อนของพริกไทยที่วิ่งพล่านลามไปทั่วลิ้น ตามด้วยความเปรี้ยวจี๊ดขึ้นสมองจนต่อมรับรสแทบระเบิด ภาคินเบิกตาโพรง หน้าตึงเปรี๊ยะ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขาอยากจะคายมันทิ้งแต่ศักดิ์ศรีค้ำคอ จึงต้องกลืนมันลงไปพร้อมกับสำลักเบาๆ จนหน้าดำหน้าแดง
"แฮื่อ... แค๊กๆ! นี่คุณ..." ภาคินชี้หน้าเลขาตัวแสบ สำลักจนพูดไม่ออก น้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยด้วยความเผ็ดร้อนที่แล่นพล่านไปทั่วโพรงจมูก
มินตราหัวเราะคิกคักออกมาอย่างปิดไม่มิด รอยยิ้มพราวเสน่ห์นั้นทำให้ภาคินที่กำลังหัวเสียถึงกับชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระกระชั้นชิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล ภาพผู้หญิงตรงหน้าที่กำลังยืนยองๆ มองเขาด้วยความสะใจ มันช่างน่าหมั่นไส้... และน่าดึงดูดใจในเวลาเดียวกันจนน่าหงุดหงิด
"อร่อยจนพูดไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะครับ งั้นผมขอตัวไปทำงานเอกสารก่อนนะครับ ท่านประธาน... ค่อยๆ จิบนะครับ ระวังจะติดใจ"
มินตราหมุนตัวเตรียมจะเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานของเธอด้วยความสะใจ แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะสัมผัสกับลูกบิดประตูกระจก เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจก็ดังลอดไรฟันมาจากด้านหลัง
"หยุดอยู่ตรงนั้น..."
มินตราหยุดฝีเท้า หันกลับไปเลิกคิ้วใส่ "มีอะไรให้ผมรับใช้เพิ่มอีกเหรอครับ ท่านประธาน"
ภาคินผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าว ความสูงที่แตกต่างทำให้เขาต้องก้มมองเธอลงมาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาเกรี้ยวกราดแบบเมื่อครู่... แต่มันคือประกายความเจ้าเล่ห์แบบเดียวกันที่ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้จนมิดชิด
"งานเอกสารน่ะ... เอาไว้ก่อน"
ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่นจนมินตราต้องผถอยหลังก้นชนประตู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนขนลุกซู่ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะของเธอกระตุกวูบ
"แต่เรื่องที่คุณกล้าลองดีกับผมเมื่อครู่..." ภาคินกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงแหบพร่าทุ้มต่ำสะท้านทรวง "เราต้องมา 'เคลียร์' กันให้รู้เรื่อง... ตัวต่อตัว แบบไม่ต้องมีโต๊ะทำงานกั้น"
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงโปรดของ "กรณ์" ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจ้าสำราญในมือถือแฟ้มเอกสารบางอย่าง
"คิน... กาแฟแก้วนั้นนายยังเหลือไหมวะ พอดีฉัน..." กรณ์ชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นภาพตรงหน้า ภาพที่ประธานหนุ่มบริษัทกำลังยืนคร่อมร่างเลขาคนสวยชิดติดประตู โดยที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันไม่ถึงคืบ!
ภาคินผละตัวออกช้าๆ ใบหน้าคมคายกลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งอีกครั้ง ดวงตาดุจพญามารหันขวับไปจ้องเพื่อนสนิทด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฆ่าคนได้ทุกวินาที
--------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความกวนประสาทของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วแรกกับสงครามประสาท
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!