เสียงปิดประตูกระแทกเบาๆ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศอึดอัดภายในห้องชุดหรูหรานี้เบาบางลงเลยแม้แต่น้อย
ปลายสายที่ยังเปิดการสนทนาค้างไว้อย่างกรณ์ ส่งเสียงกังวานลอดลำโพงโทรศัพท์มือถือในมือของมินตราเข้ามาอีกระลอก “มิน? เสียงอะไรน่ะ เมื่อกี้เหมือนเสียงคนเหวี่ยง... หรือว่าคุณคินไปโผล่อยู่ที่ห้องคุณแล้วจริงๆ วะเนี่ย?”
มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเธอถูกตรึงไว้กับร่างสูงใหญ่ของประธานหนุ่มที่ยืนขวางกั้นทางออกอยู่ สีหน้าของภาคินในวินาทีนี้เรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นไม่ได้มองมาที่เธอ แต่มันกำลังจดจ้องไปยังหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมือเธอดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
“แค่ทำของตกน่ะกรณ์ แค่นี้ก่อนนะ ดึกแล้วฉันต้องเคลียร์งาน” มินตรารีบตัดบทด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้มั่นคงที่สุด ก่อนจะกดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังคำท้วงติงใดๆ จากเพื่อนสนิท
พรึบ!
โทรศัพท์ในมือถูกฉวยดึงออกไปอย่างรวดเร็วจนปลายนิ้วของเธอเกือบเกี่ยวไม่ทัน มินตราสะดุ้งเฮือก เงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงที่ถือวิสาสะยึดอุปกรณ์สื่อสารของเธอไปหน้าตาเฉย
“คุณภาคิน! คืนมานะ” เธอยื่นมือจะแย่งคืน แต่ภาคินกลับยกมันขึ้นสูงเหนือศีรษะ พร้อมกับปรายตามองเธอด้วยรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่เธอมองทีไรก็หมั่นไส้จนอยากจะยกเท้าขึ้นถีบยอดอกเขาสักที
“ดึกแล้วต้องเคลียร์งาน... แต่ยังเจียดเวลาคุยกระหนุงกระหนิงกับมันได้สินะ” ภาคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความหึงหวงที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนแต่ไม่อาจซ่อนมิด “ย้ายมาอยู่คอนโดใกล้กันเพื่อสะดวกในการดูแลงาน หรือเพื่อสะดวกให้ไอ้กรณ์มันแวะเวียนมาหาตอนดึกดื่นกันแน่ คุณมินตรา”
“พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะคะ!” มินตราสวนกลับทันควัน ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เรื่องงานในออฟฟิศเริ่มระเหิดหายไป “นี่มันชีวิตส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิมาลุกลามก้าวก่าย หรือมาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉันแบบนี้!”
“เจ้าข้าวเจ้าของ?” ภาคินทวนคำ เสียงหัวเราะหึๆ ดังขึ้นในลำคออีกครั้ง ดวงตาคมกริบก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว จนหลังของมินตราต้องถอยร่นไปชนกับบานประตูกระจกใสที่มองเห็นวิวยามค่ำคืนของมหานคร “คุณคิดเข้าข้างตัวเองไปหน่อยไหม มินตรา? ผมแค่กลัวว่าถ้าเลขาฯ ส่วนตัวของผมเกิดท้องไม่มีพ่อขึ้นมา งานโปรเจกต์ใหญ่ร้อยล้านมันจะพลอยล่มไปด้วยต่างหาก”
คำพูดเผ็ดร้อนและสายตาที่มองลงมาด้วยความดูแคลนเล็กๆ ทำให้หัวใจของมินตรากระตุกวูบ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แต่เธอก็เลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นสู้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแม้ปากจะร้ายกาจแค่ไหน แต่แผงอกกว้างที่อยู่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางนี่กลับทำให้ลมหายใจของเธอติดขัด
“วางใจเถอะค่ะ ดิฉันมีวิธีป้องกันที่ดีพอ และไม่มีวันเอาอนาคตไปผูกติดกับใครหน้าไหนทั้งนั้น... โดยเฉพาะกับคนปากเสียอย่างคุณ”
ภาคินชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนจนมินตราต้องหลบตา
“ดี... ปากดีแบบนี้ให้มันได้ตลอดเถอะ” ภาคินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงแหบพร่าทำเอาขนกายของมินตราลุกชัน “ในเมื่อคุณตัดสินใจย้ายมาอยู่ที่นี่เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำงาน... ผมก็มี ‘กฎ’ บางข้อที่คุณต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายตามมาทีหลัง”
มินตราขมวดคิ้วมุ่น ถอยหลังหนีเล็กน้อยแต่ติดกระจก “กฎอะไรของคุณอีก?”
ภาคินผละตัวออกไปยืนเต็มความสูง ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า เขายกนิ้วขึ้นมานับทีละข้อด้วยท่าทางราวกับกำลังสั่งงานลูกน้องในบริษัท
“ข้อที่หนึ่ง... ห้ามพาผู้ชายคนไหนเหยียบเข้ามาในห้องนี้เด็ดขาด โดยเฉพาะไอ้กรณ์”
“นี่มันห้องฉันนะ!”
“ข้อที่สอง... เวลาผมนอกเวลางานเรียกใช้ คุณต้องสแตนด์บายรับโทรศัพท์และเปิดประตูให้ภายในสามนาที”
“คุณไม่ใช่พระเจ้าหรือผู้บัญชาการทหารนะ!”
“ข้อที่สาม... ห้ามแต่งตัวล่อแหลมหรือเดินพล่านไปมาในชุดนอนวาบหวิวเวลามีผมอยู่ใกล้ๆ เพราะสายตาผมมันไม่ค่อยรักดี”
มินตราอ้าปากค้าง หน้าแดงซ่านขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธปนความกระดากอาย “คุณมัน... โรคจิต! ใครจะไปใส่ชุดแบบนั้นให้คุณดูเล่า!”
“ข้อที่สี่...” ภาคินทำเป็นหูทวนลม ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธออีกครั้งอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มของเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาสติของมินตรากระเจิงไปชั่วขณะ “ห้ามทำหน้าตาแบบนี้ใส่ผมเวลาที่เราอยู่กันสองต่อสอง... เพราะมันทำให้ผมอยากทำลายกฎข้อที่ห้ามเข้าใกล้คุณ”
เสียงหัวใจของมินตราเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องปรับอากาศ สายตาที่ภาคินใช้มองเธอยามนี้ไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความร้อนรุ่มที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้มอดไหม้ คำพูดที่เตรียมจะเถียงกลับติดอยู่แค่ลำคอเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาเลื่อนลงมาแตะที่คางสลักเสลาอย่างถือสิทธิ์
“และข้อสุดท้าย... ข้อที่ห้า” ภาคินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่น “ห้ามหวั่นไหวกับผม... ต่อให้ผมจะทำดีกับคุณมากแค่ไหนก็ตาม”
คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน มินตรายืนนิ่งงัน ลลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน เธ้ารู้ดีว่าผู้ชายคนนี้อันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และกฎข้อที่ห้า... คือข้อที่ยากที่สุดในบรรดาทั้งหมดที่เขาตั้งขึ้นมา
“ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่พอ... ก็ลองทำตามดูสิ” ภาคินทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชวนใจสั่น ก่อนจะผละตัวออกห่างอย่างอ้อยอิ่งราวกับเสียดายนักหนา เขาโยนโทรศัพท์มือถือคืนให้เثرรับแทบไม่ทัน “พรุ่งนี้แปดโมงเช้า... เอกสารสรุปยอดขายต้องอยู่บนโต๊ะทำงานผม ห้ามสายแม้แต่วินาทีเดียว”
พูดจบ ประธานหนุ่มก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องพักฝั่งตรงข้ามอย่างสง่างาม ทิ้งให้มินตรายืนหายใจติดขัดอยู่ลำพังท่ามกลางห้องที่เงียบงัน หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นรัวระรัวไม่เป็นจังหวะกับสัมผัสและแววตาเมื่อครู่
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งสติและสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกพอกับความปั่นป่วนในอก เสียงกริ่งหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นลั่นกังวาน *ติ๊งหน่อง!*
มินตราขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ดึกดื่นป่านนี้ใครจะมากดกริ่งห้องเธออีก? หรือว่าภาคินจะลืมสั่งอะไรเพิ่ม?
เธอเดินไปส่องตาแมวที่บานประตูด้วยความระแวง ทว่าภาพที่ปรากฏผ่านเลนส์ตาแมบแคบกลับทำให้เลือดในกายของมินตราเย็นเฉียบลงยิ่งกว่าเดิม ร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าห้อง พร้อมกับช่อดอกไม้ช่อใหญ่ในมือ—ไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก กรณ์!
และวินาทีเดียวกันนั้น ประตูห้องตรงข้ามก็ถูกเปิดผางออกอีกครั้ง... ภาคินที่เพิ่งเปลี่ยนมาอยู่ในชุดลำลองสบายๆ ก้าวออกมาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาดุจพญามารจดจ้องมองตรงมาที่หน้าประตูห้องของเธอด้วยประกายความหึงหวงที่ระอุยิ่งกว่าไฟบรรัลกัลป์!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สเปซโอเดสซีย์" เสมอนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 2
เลขาจำเป็นกับกฎห้ามหวั่นไหว
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!