“คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่, มินตรา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ลอดออกมาจากความมืดของห้องสูทเพนต์เฮาส์หรู ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำถาม แต่มันคือคมมีดที่กรีดผ่านความเงียบงันจนสติที่หลุดลอยไปไกลของหญิงสาวกระชากกลับมาเข้าRhythmปัจจุบันอย่างรวดเร็ว
มินตรากะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่หมอกควันแห่งแอลกอฮอล์ที่ยังคงวนเวียนอยู่ในกระแสเลือด ภาพความทรงจำสีเทาเมื่อคืนวานไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวสมองเป็นฉากๆ—เสียงแก้วกระทบกัน เสียงเพลงจังหวะเร้าใจในปาร์ตี้ฉลองโปรเจกต์ใหญ่ของบริษัท รอยยิ้มพราวเสน่ห์ของกรณ์ที่ยื่นแก้วค็อกเทลสีอำพันมาให้ และ... ภาพตัดที่สิ้นสุดลงด้วยสัมผัสร้อนผ่าวบนริมฝีปากกับกลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเย้ายวนเกินกว่าจะผลักไส
แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าความทรงจำเหล่านั้น คือสภาพของเธอในตอนนี้
มินตราก้มมองตัวเองที่นอนอยู่ใต้ผ้าห่มเนื้อดีบนเตียงคิงไซส์ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นโปรดของใครบางคนอบอวลอยู่รอบตัว และเมื่อเธอเบนสายตาไปด้านข้าง ร่างสูงสง่าของ ‘ภาคิน’—ท่านประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบ เยชา และไร้ความปรานี ยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ แสงไฟนีออนจากตึกระฟ้าเบื้องล่างสะท้อนเงาโครงหน้าคมคายที่ไร้รอยยิ้ม แต่นัยน์ตากลับพราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก
“ฉัน...” มินตรากลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคอ พยายามรวบรวมเศษซากความมั่นใจและมาดของเลขาสาวมือหนึ่งกลับคืนมา เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายแน่นขึ้นก่อนจะลุกขึ้นนั่ง “ฉันคิดว่ามันคงเป็นอุบัติเหตุทางเคมีที่ผิดพลาดที่สุดในรอบปีค่ะ... เอ๊ย ในรอบทศวรรษค่ะท่านประธาน”
คิ้วเข้มของภาคินกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาเดินเข้ามาใกล้เตียงทีละก้าว ช้าๆ ทว่าทรงพลังจนบรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา
“อุบัติเหตุงั้นหรือ?” ภาคินทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอของเขาน่าหมั่นไส้เสียจนมินตราอยากจะคว้าหมอนแถวนั้นปาใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด “คนที่จูบฉันค้างไว้สามนาทีเต็มเมื่อคืน... เรียกว่าอุบัติเหตุหรือว่าตั้งใจปล้นสวาทกันแน่, คุณเลขาฯ”
ใบหน้าที่เคยซีดเซียวเพราะพิษสุราของมินตรา ร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีด้วยความโกรธปนกระอักกระอ่วน เธอเกลียดความจริงที่ว่าตัวเองเป็นฝ่ายเริ่มก่อน และเธอยิ่งเกลียดสายตาที่กำลังมองมาเหมือนเธอกำลังตกเป็น ‘เหยื่อในกำมือ’ ของเขา
“ถ้าฉันเมาแล้วทำอะไรล่วงเกินท่านประธานไปบ้าง ดิฉันก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ” มินตราเชิดหน้าขึ้น สบตาคมกริบของเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นรัวราวกับกลองเพล “ถือว่าเราทำบุญร่วมชาติกันไป... แล้วต่างคนต่างลืมมันซะเถอะค่ะ”
“ลืม?” ภาคินทวนคำอีกครั้ง คราวนี้เขาโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งยันฟูกเตียงไว้ใกล้ตัวเธอ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายทรงอำนาจแผ่ซ่านจนมินตราต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ
“ใช่ค่ะ ลืม” มินตราพยายามกดเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอจะเหลือเพียงไม่กี่คืบ “ในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง เราควรมีเส้นแบ่งที่ชัดเจน...”
“เส้นแบ่ง?” ภาคินยิ้มเหยียด ดวงตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อเล็กน้อยจากการกระทำเมื่อคืน “คุณเป็นคนฉีกเส้นแบ่งนั้นทิ้งด้วยมือของคุณเองเมื่อคืนนี้ มินตรา... อย่ามาโยนภาระให้ฉันรับผิดชอบฝ่ายเดียว”
“แล้วคุณต้องการอะไร!” สุดท้ายความอดทนของมินตราก็ขาดผึ่ง เธอตวัดสายตาขึ้นมองเขาอย่างเอาเรื่อง “จะให้ฉันลาออกใช่ไหม? หรือจะให้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินเดือนสามเดือน? เชิญเลยค่ะ!”
ภาคินนิ่งเงียบไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้างามที่กำลังโกรธขิงโกรธข่าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เบื้องหลังความเย็นชาและท่าทีคุกคามนั้น ใครจะรู้ว่าหัวใจของประธานหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์คนนี้กำลังเต้นแรงแค่ไหนกับภาพของเธอในยามนี้—ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาเสียศูนย์ได้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาทำงานด้วยกันเมื่อสองปีก่อน และเป็นคนเดียวที่เขาเฝ้ารอกุมจุดอ่อนมาโดยตลอด
“ลาออกเหรอ? น่าเสียดาย...” ภาคินยืดตัวขึ้นช้าๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายื่นสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดสไลด์เอกสารบางอย่างมาตรงหน้าเธอ
มินตราขมวดคิ้วมองหน้าจอ ไอคอนไฟล์เอกสารระบุชื่ออย่างชัดเจน: *‘ข้อตกลงและเงื่อนไขการปฏิบัติงานฉบับพิเศษนอกเวลาราชการ’*
“นี่มันอะไรกันคะ?” เธอถามด้วยความระแวง
“สัญญาจ้างฉบับใหม่ของคุณ” ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี แต่นัยน์ตากลับทอประกายเจ้าเล่ห์อย่างปิดไม่มิด “จากนี้ไป... นอกจากตำแหน่งเลขาหน้าห้องแล้ว คุณต้องเพิ่มหน้าที่ ‘คู่ซ้อมรัก’ นอกเวลางานให้ผมด้วย จนกว่าผมจะพอใจ”
“คุณ! บ้าไปแล้วหรือไง!” มินตราหวีดร้องออกมาอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนเหลือเชื่อ “ฉันเป็นเลขาของคุณนะ ไม่ใช่ตุ๊กตายาง หรือทาสบำเรอ!”
“เลือกเอา มินตรา” ภาคินโน้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำและไพเราะแต่น่ากลัวจับใจ “ว่าจะเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วทำตามที่ผมสั่งทุกอย่าง... หรือจะให้ผมเอาคลิปวิดีโอที่คุณกอดจูบกับผมเมื่อคืน ส่งไปให้ ‘กรณ์’ เพื่อนสนิทสุดที่รักของคุณดูเป็นของขวัญยามเช้าดีล่ะ?”
“คุณ... คุณมันคนเจ้าเล่ห์!” มินตรากำหมัดแน่นด้วยความคับแค้นใจ อยากจะซัดหน้าหล่อๆ ของคนตรงสักหมัดให้หายหมั่นไส้
ภาคินผละตัวออกมายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เขายืดสูทให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูห้องนอน พร้อมกับทิ้งประโยคสุดท้ายไว้ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธออยากจะกรี๊ดให้ลั่นตึก
“ผมให้เวลาแต่งตัวสิบนาที... หวังว่าจะไม่ช้าเกินไปนะ, เลขาคนโปรด”
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง แต่มินตรารู้ดีว่าชีวิตการทำงานปกติสุขของเธอได้จบลงอย่างเป็นทางการแล้วในวินาทีนี้
...
แต่ทว่า ในจังหวะที่มินตรากำลังจะคว้าหมอนปาใส่ประตูด้วยความคับแค้นใจนั้นเอง เสียงกริ่งหน้าห้องสูทก็ดังขึ้นรัวๆ ตามมาด้วยเสียงทุบประตูปึงปังพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยความร้อนรน
*“มิน! อยู่ข้างในหรือเปล่า! เปิดให้ฉันหน่อย!”*
เสียงนั้น... เสียงของกรณ์ที่ดังลอดเข้ามา ทำให้เลือดในกายของมินตราเย็นเฉียบลงทันทีในขณะที่ประตูห้องนอนที่เพิ่งปิดไป กลับถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยภาคิน สีหน้าของประธานหนุ่มในตอนนี้มืดทะมึนลงอย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่เธอด้วยประกายความหึงหวงที่ระอุยิ่งกว่าไฟบรรัลกัลป์!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยกันนะครับ
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 1
ปาร์ตี้อัปยศกับกฎข้อแรก
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!