"ตัวเลขกำไรในไตรมาสนี้ของทางคุณภาคิน... ดูจะสวนทางกับความเสี่ยงที่เราแบกรับไว้พอสมควรนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยความกดดันของ ‘คุณกิตติ’ ประธานกรรมการบริหารแห่งเค </i>& P กรุ๊ป ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมใหญ่ชั้นสี่สิบ บรรยากาศรอบโต๊ะกระจกนิรภัยวงรีตัวยาวเงียบกริบชนิดที่เรียกว่าได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจ เอกสารรายงานงบการเงินนับร้อยหน้าถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าตัวเลขสีแดงฉาน ซึ่งกำลังบ่งบอกถึงวิกฤตความน่าเชื่อถือในโปรเจกต์ร่วมทุนมูลค่าหลายพันล้าน
ภาคิน ในฐานะประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนบริษัท นั่งนิ่งสนิทหลังพนักเก้าอี้หนังแท้ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแห่งความตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบใต้กรอบขนตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่ากรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน และนิ้วมือเรียวยาวที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ นั้น ฟ้องชัดเจนว่าพายุลูกใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน
ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่บรรดาผู้บริหารระดับสูงยังต้องก้มหน้าหลบสายตา เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าข้อตกลงที่ดูรัดกุมในตอนแรก จะพลิกผันกลายเป็นจุดบอดที่คู่ค้ารายใหญ่หยิบยกขึ้นมาโจมตีได้อย่างเจ็บแสบในนาทีสุดท้ายเช่นนี้
"ผมคิดว่า... เราคงต้องทบทวนเงื่อนไขในสัญญาข้อที่เจ็ดกันใหม่ครับ" คุณกิตติยิ้มเยาะที่มุมปาก สายตากวาดมองมาที่ภาคินด้วยความเหนือกว่า "ไม่อย่างนั้น ทางเราคงต้องขอถอนทุนคืน ก่อนที่ความเสียหายจะลาม </i>ปถึงภาพลักษณ์ของบริษัทแม่"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนหมัดน็อคที่ซัดเข้ากลางแสกหน้า บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดกรีดออกเป็นชิ้นๆ ได้ รังสีความกดดันแผ่ซ่านจนเหงื่อกาฬของเหล่าทีมงานเริ่มซึมตามไรผม
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ก่อนที่ภาคินจะทันได้ขยับริมฝีปากเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกไปเพื่อรักษาเกม
"ดิฉันเกรงว่า... คุณกิตติอาจจะกำลังมองภาพรวมของโปรเจกต์นี้จากมุมมองที่แคบเกินไปหน่อยนะคะ"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลัง ก้องกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาภายในห้องประชุมหันขวับไปมองต้นเสียงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
มินตรายืนสง่างามอยู่ข้างกายประธานหนุ่ม ใบหน้าเรียวสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบาแต่เฉี่ยวคม ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยวและมั่นใจ เธอไม่ได้แสดงอาการหวาดหวั่นต่อบารมีของลูกค้ารายใหญ่เลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางเปิดแฟ้มเอกสารในมืออย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะก้าวเข้าไปยืนประชิดหน้าจอโปรเจคเตอร์ที่ฉายกราฟตัวเลข
ภาคินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวาดมองแผ่นหลังบางในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มของเลขาฯ สาว แววตาไหววับด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา เขาไม่ได้ส่งสัญญาณหรืออนุญาตให้เธอแทรกแซงการเจรจา แต่เธอกลับเลือกที่จะก้าวออกมารับหน้าแทนในวินาทีวิกฤตนี้
"คุณเป็นใคร? ผมกำลังคุยอยู่กับคุณภาคิน" คุณกิตติขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจที่ถูกผู้หญิงระดับเลขาฯ ขัดจังหวะ
"ดิฉันมินตรา เป็นเลขานุการส่วนตัวและหัวหน้าทีมประสานงานกลยุทธ์ของท่านประธานค่ะ" มินตรายิ้มรับด้วยรอยยิ้มที่เป็นมืออาชีพอย่างยิ่ง "และในฐานะคนที่ถือครองข้อมูลดิบทุกบรรทัดของโปรเจกต์นี้ ดิฉันคิดว่ามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงที่คุณกิตติกำลังเข้าใจคลาดเคลื่อนค่ะ"
ความกล้าหาญของเธอทำเอาผู้บริหารหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ ภาคินเผลอขยับตัวเล็กน้อย สายตาคมกริบจับจ้องรอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของหญิงสาว ความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอกทำให้เขาต้องเม้มริมฝีปากแน่น ยัยตัวแสบ... กล้าดียังไงถึงลุกขึ้นมาเล่นเกมนี้โดยไม่ปรึกษากันก่อน
"เข้าใจคลาดเคลื่อนงั้นเหรอ? ตัวเลขสีแดงตรงหน้านี่มันฟ้องอยู่โต้งๆ ว่าพวกคุณบริหารจัดการความเสี่ยงผิดพลาด!" คุณกิตติเสียงDankขึ้นด้วยความฉุนเฉียว
"ตัวเลขสีแดงที่คุณกิตติเห็น เป็นเพียงผลลัพธ์ระยะสั้นจากการปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าในเดือนที่ผ่านมาค่ะ ซึ่งเป็นมาตรการชั่วคราวที่เราจงใจให้เกิดขึ้น เพื่อแลกกับการได้สิทธิ์ขาดในการผูกขาดวัตถุดิบเกรด A จากยุโรปในอีกสามไตรมาสถัดไป"
มินตรากดรีโมทเปลี่ยนสไลด์หน้าจอ เผยให้เห็นกราฟคาดการณ์ผลกำไรพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในอนาคต เอกสารข้อกฎหมายและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ถูกรวบรวมไว้อย่างเป็นระเบียบถูกส่งต่อไปยังที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว
"ถ้าคุณกิตติลองพลิกดูหน้าสรุปที่สาม... คุณจะเห็นว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในวันนี้ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เรากุมความได้เปรียบเหนือคู่แข่งในตลาดเอเชียแปซิฟิกทั้งหมด และแน่นอนว่า... ส่วนแบ่งกำไรแปดเปอร์เซ็นต์ที่คุณกิตติควรจะได้ จะเพิ่มขึ้นเป็นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ตามสัญญาข้อที่สิบสองที่เราเคยตกลงกันไว้ด้วยค่ะ"
น้ำเสียงของมินตราฉาดฉาน ชัดเจน และหนักแน่นในทุกถ้อยคำ เธอยกเอาข้อกฎหมายและตัวเลขเชิงพาณิชย์มาหักล้างทุกข้อกล่าวหาได้อย่างไร้ที่ติ ราวกับเธอเตรียมการรับมือกับสถานการณ์นี้ไว้อย่างสมบูรณ์แบบมาโดยตลอด
ความเงียบงันกลับมาเยือนห้องประชุมอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัดเช่นตอนแรก หากแต่เป็นความตะลึงงัน คุณกิตติพลิกเอกสารในมือสลับกับมองหน้าเลขาฯ สาวสลับไปมา สีหน้าที่เคยบึ้งตึงและถือดีเริ่มเปลี่ยนเป็นความฉุกคิด ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจื่อนๆ เมื่อพบว่าข้อมูลทุกอย่างที่เธอพูดนั้นถูกต้องตามกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อตัวเขาเองอย่างปฏิเสธไม่ได้
"เอ่อ... คือ..." คุณกิตติกระแอมในลำคอเบาๆ "ผม... แค่อยากลองเช็กความพร้อมของทีมงานพวกคุณดูเฉยๆ น่ะครับ ไม่คิดว่าทางคุณภาคินจะเตรียมข้อมูลมาแน่นขนาดนี้"
"ทางเราให้ความสำคัญกับความร่วมมือทางธุรกิจเสมอครับคุณกิตติ และเราไม่เคยปล่อยให้ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายความสัมพันธ์อันดีที่เรามีต่อกัน"
ภาคินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง รัศมีคุกคามรอบตัวแผ่ซ่านจนอีกฝ่ายต้องพยักหน้ารับอย่างจำยอม
"ถ้าไม่มีข้อสงสัยอะไรเพิ่มเติม ผมคิดว่าการประชุมวันนี้คงสม </i>บูรณ์แล้วครับ... เชิญคุณกิตติพักผ่อนตามอัธยาศัย"
เมื่อร่างอ้วนท้วมของคุณกิตติและทีมงานเดินออกจากห้องประชุมไปจนลับสายตา บรรยากาศรอบตัวก็ผ่อนคลายลงทันที ทีมงานต่างพากันถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก
มินตราบิดขี้เกียจเล็กน้อยภายใต้สูทตัวเก่งด้วยความเหนื่อยล้า เธอหันกลับมาสบตากับประธานหนุ่ม พร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยตามนิสัยประจำตัวที่ไม่มีวันยอมลดราวาศอกให้ใคร
"เป็นไงคะท่านประธาน... การตัดสินใจแก้เกมเฉพาะหน้าของดิฉันเมื่อครู่ พอจะทำให้คุณรอดพ้นจากการเสียหน้าไปได้บ้างไหมคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามแกมเย้าแหย่ ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง
ภาคินยืนกอดอกนิ่ง ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างถือดีนั้น เขานิ่งเงียบไปอึดใจหนึ่ง พยายามซ่อนประกายความชื่นชมและแววตาคลั่งรักที่กำลังเอ่อล้นอยู่ในอกไม่ให้เล็ดลอดออกมา
ริมฝีปากหนาเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มมุมปากที่ทรงเสน่ห์จนแทบหยุดหายใจ รอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็นจากประธานหนุ่มผู้แสนเย็นชา
"ก็... พอใช้ได้" ภาคินตอบเสียงเรียบ พยายามทำตัวให้นิ่งที่สุด "อย่าเพิ่งลำพองใจไปยัยตัวแสบ งานนี้ถ้าฉันไม่มีแผนสำรองเตรียมไว้ซ้อนอยู่อีกชั้น เธอคงพาบริษัทพังไม่เป็นท่าไปแล้ว"
"โห! ปากแข็งไม่เปลี่ยนเลยนะคะท่านประธาน ทั้งๆ ที่เมื่อกี้เกือบจะไปไม่سรอดอยู่แล้วแท้ๆ" มินตราค้อนขวับให้วงใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ในความปากไม่ตรงกับใจของอีกฝ่าย "ถ้าจะปากหนักขนาดนี้ คราวหน้าฉันปล่อยให้คุณโดนเฉ่งคนเดียวซะเลยดีไหมคะ!"
"กล้าเหรอ?" ภาคินก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอทีละก้าว ร่างสูงใหญ่กดดันจนมินตราต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นจากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้ในพื้นที่จำกัด ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุๆ เมื่อครู่เปลี่ยนเป็นประกายหวานเชื่อมที่มองสำรวจเธอตั้งแต่รอยยิ้ม ท่าทาง ไปจนถึงดวงตาคู่สวยที่เริ่มไหวระริกด้วยความตื่นตระหนก
"คุณทำได้ดีมาก... ยัยตัวแสบ" ภาคินกระซิบเสียงแผ่วพร่าข้างใบหู น้ำเสียงที่ปกติจะเย็นชาและเฉียบคม กลับเจือไปด้วยความอ่อนโยนและรอยคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "เก่งจนฉัน... อยากจะให้รางวัลเธอเดี๋ยวนี้เลย"
มินตราใจเต้นรัวระส่ำ เธอพยายามจะผลักอกแกร่งออก แต่ทว่าวงแขนแข็งแรงกลับยกขึ้นกักตัวเธอไว้กับผนังอย่างแน่นหนา ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ใกล้ชิดทำให้สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มกระเจิดกระเจิง
ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกันและบรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับร่างของกรณ์ เพื่อนสนิทและคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจ ที่ผลักประตูพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในห้องประชุมหน้าตาเฉย โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นระยะห่างอันตรายของคนทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย
"เฮ้ย คิน! ฉันได้ข่าวว่าโปรเจกต์เกือบพัง แกเคลียร์ยังไงวะ... อ้าว... มินตราก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย? ฉันไม่ได้ขัดจังหวะอะไรสำคัญใช่ไหม?"
กรณ์ชะงักฝีปากลงเมื่อเห็นสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของภาคินที่ตวัดมองมาทางตน พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงที่กำลังโอบล้อมเลขาฯ สาวอยู่
มินตราบีบแขนภาคินเบาๆ เป็นสัญญาณให้ปล่อย ก่อนจะรีบก้าวถอยหลังออกมาจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากวาดสายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไปไม่ถึงดวงตา ก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิดสุดขีด
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินและความเดือดในตอนนี้ด้วยกันนะครับ - สเปซโอเดสซีย์
เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 8
ประชุมเดือดกับลูกค้ารายใหญ่
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!