เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้•ตอนที่ 23

ท่านประธานโหมดคลั่งรักขั้นสุด

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงปิดประตูรถแท็กซี่สีชมพูส้มที่ดังขึ้นในคืนก่อนหน้า ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในโสตประสาทของภาคิน ราวกับเสียงตอกย้ำว่ากำแพงที่เขาเคยสร้างขึ้นด้วยความเย่อหยิ่งและมามาดท่านประธานผู้ไร้หัวใจ ได้พังทลายลงด้วยน้ำมือของเขาเอง เช้าวันนี้... บริษัทพรีเมียร์ กรุ๊ป จึงไม่ได้เริ่มต้นด้วยความเงียบขรียบเรียบหรูตามเคย ก๊อกๆ! เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าห้องทำงานเลขาธิการดังขึ้น สั้น ห้วน และรัวเร็วเกินกว่าวิสัยของท่านประธานผู้สุขุม ทว่ายังไม่ทันที่เจ้าของโต๊ะจะอนุญาต ประตูกระจกบานหรู1ก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรงจนคนที่กำลังก้มหน้าคัดแยกแฟ้มเอกสารต้องเงยขึ้นด้วยความตกใจ มินตราขมวดคิ้วมุ่น ดวงตากลมโตฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด เมื่อเห็นว่าผู้บุกรุกยามเช้าคือใคร "ท่านประธาน... ไม่มีมารยาทหรือไงครับ ถึงได้ถือวิสาสะเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต" มินตราเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเฉียบคมตามสไตล์เลขาฯ มือโปรที่ตอนนี้เลือกจะตีตัวออกห่างอย่างชัดเจน ทุกย่างก้าวที่เธอยืน เว้นระยะห่างจากเขาไม่ต่ำกว่าสามเมตร ภาคินในชุดสูทสีเข้มไร้รอยยับ ทว่าเส้นผมกลับยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการขยี้ด้วยความเครียดตลอดคืน ดวงตาคมกริบ couched ด้วยรอยคล้ำจางๆ จ้องมองคนตรงหน้าเขม็ง ราวกับกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาเผลอกะพริบตา "คุณมิน... ยื่นใบลาออกทำไม" น้ำเสียงของเขาไม่ได้เย็นชาอย่างที่เคยเป็น หากแต่แหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนน่าใจหาย มินตรานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอเหลือบมองซองเอกสารสีขาวบนโต๊ะ ที่เธอบรรจงวางไว้ตั้งแต่แปดโมงเช้า ไม่คิดว่าเขาจะตาไวและรวดเร็วขนาดนี้ที่จะตามมาทึ้งถึงถิ่น "ดิฉันคิดว่าได้แสดงเหตุผลไว้อย่างชัดเจนในจดหมายแล้วครับ... เอ่อ ขอโทษทีค่ะ... ค่ะซะที่ไหนล่ะคะ... ดิฉันหมายถึง ดิฉันแจ้งเหตุผลไว้ชัดเจนแล้วค่ะ ท่านประธาน" มินตราเผลอหลุดปากแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเกือบใช้สรรพนามหลุดโลกกับเขา ภาคินไม่สนใจคำแก้ตัวนั้น ก้าวเท้าฉับๆ เข้าประชิดโต๊ะทำงานจนมินตราต้องถอยหลังกรูดจนสะโพกชนกับชั้นวางเอกสาร "ผมไม่เซ็น!" ภาคินประกาศกร้าว ฝ่ามือหนาทุบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น "ผมไม่อนุมัติการลาออกของคุณ! คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ มินตรา!" "ทำไมจะไม่ได้ล่ะคะ!" มินตราหมดความอดทน เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ความโกรธระคนหวาดหวั่นตีรวนอยู่ในอก "ในเมื่อสัญญาจ้างของดิฉันระบุไว้ชัดเจนว่าสามารถยื่นลาออกล่วงหน้าสามสิบวันได้ และดิฉันก็ทำตามกฎทุกอย่าง ท่านประธานไม่มีสิทธิ์มาบังคับดิฉัน!" "มีสิทธิ์สิ! ในฐานะเจ้านาย... และในฐานะคนที่..." ภาคินชะงักคำพูดที่กำลังจะพรั่งพรูออกไป ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง อกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงด้วยแรงอารมณ์ เขากลืนก้อนสะอื้นแห่งความอับจนหนทางลงคอ ความเย่อหยิ่งที่สะสมมาสามสิบกว่าปีพังทลายไม่เป็นท่าต่อหน้าผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ มินตราใจกระตุกวูบกับประโยคที่ขาดหายไป แต่เธอก็ต้องรีบดึงสติกลับมาแล้วปั้นหน้าเย็นชาใส่ "ในฐานะเจ้านาย คุณไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของดิฉันค่ะ และเรื่องเมื่อคืน... ดิฉันถือว่าเราเคลียร์กันชัดเจนแล้ว กรุณากลับออกไปจากห้องของดิฉันด้วยค่ะ" "ไม่!" ภาคินปฏิเสธเสียงแข็ง ดวงตาคมวาววับด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผู้บริหารหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยอมจำนนต่อหน้าพนักงานใต้บังคับบัญชา "ผมไม่กลับ ถ้าคุณไม่ยอมบอกว่าทำไม... ทำไมคุณถึงต้องหนีผม ทำไมคุณถึงใจร้ายกับผมนัก!" เสียงทุ้มที่ตวาดลั่นในตอนแรก กลับแปรเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงตัดพ้อที่เจ็บปวดรวดร้าว จนพนักงานคนอื่นๆ ที่เดินผ่านไปมาบริเวณหน้าประตูกระจกใส ถึงกับต้องหยุดชะงัก อ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน เมื่อเห็นภาพที่ท่านประธานผู้เย็นชาและดุดันราวดั่งพญายม กำลังยืนกุมมือเข้าหากันด้วยท่าทางอ้อนวอนราวกับเด็กถูกขัดใจ *นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะเนี่ย?* เสียงซุบซิบดังระงมในใจของเหล่าพนักงานที่ยืนเบิ่งตาโพรงอยู่ด้านนอก "ฉันไม่ได้หนีค่ะ!" มินตราเถียงกลับเสียงสั่น เธอกลั้นใจไม่ให้มองลึกลงไปในดวงตานั้น เพราะรู้ดีว่ามันมีพลังทำลายล้างสูงแค่ไหน "แต่ฉันแค่กำลังถอยออกมาจากจุดที่มันไม่ควรอยู่... เจ้านายกับเลขาฯ เขามีเส้นแบ่งชัดเจนค่ะ แต่คุณ... คุณข้ามเส้นนั้นมาตลอด แถมยังทำเหมือนฉันเป็นของตายที่คุณจะทำยังไงกับฉันก็ได้!" "ผมไม่เคยคิดว่าคุณเป็นของตาย!" ภาคินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความร้อนรนจนควบคุมไม่อยู่ "ถ้าผมคิดแบบนั้น ผมคงไม่... ไม่ต้องทรมานจนแทบคลั่งเวลาที่เห็นคุณไปยิ้มให้ไอ้กรณ์! ผมคงไม่สติหลุดขับรถตามแท็กซี่คุณไปจนเกือบชนคูเมืองเมื่อคืนหรอก!" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาพร้อมกับความจริงที่ถูกเก็บกดไว้ ทำให้ห้องทำงานทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มินตราเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก เธอมองหน้าเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าคนอย่าง 'ภาคิน' จะยอมสารภาพความอ่อนแอออกมาต่อหน้าเธอได้ถึงเพียงนี้ "คุณ... ตามฉันไปเมื่อคืนเหรอคะ?" มินตราถามเสียงแผ่ว "ใช่!" ภาคินยอมรับอย่างไม่คิดจะรักษาฟอร์มอีกต่อไป เขาพุ่งเข้าประชิดตัวเธออีกก้าว จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ มือหนาทั้งสองข้างยันขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ตรงกลาง นัยน์ตาคมกริบจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความเว้าวอนที่เปี่ยมล้นไปด้วยความคลั่งรัก "ผมตามไป... และผมก็เกือบตายเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เจอหน้าคุณอีก มินตรา... อย่าไปเลยนะ อยากได้อะไร อยากให้ผมทำอะไร เพื่อแลกกับการที่คุณอยู่ต่อ... บอกผมมาคำเดียว ผมยอมทุกอย่าง" ภาพท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ยอมลดตัวลงมาอ้อนวอนขอความรักจากเลขาฯ สาว ทำเอาพนักงานที่แอบมองอยู่ข้างนอกแทบจะลมจับ บรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง ไดอะล็อกและอารมณ์ของทั้งคู่กำลังปะทุถึงขีดสุด ความซึนที่เคยมีถูกแผดเผาจนไม่เหลือซาก เหลือเพียงความรู้สึกดิบๆ ที่พร้อมจะระเบิดออกทุกวินาที มินตราเม้มปากแน่น หัวใจที่แข็งมาตลอดเริ่มสั่นคลอนด้วยฤทธิ์ความคลั่งรักของคนตรงหน้า แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอื้อนเอยคำตอบใดๆ ออกมา Rrrr... Rrrr! เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของภาคินก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดโดยไม่คิดจะสนใจมัน แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอที่โชว์ขึ้นมาว่าเป็นเบอร์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสั้นๆ ที่เด้งขึ้นมาพอดี **"คุณแม่ของท่านประธาน อาการทรุดหนัก..."** ดวงตาคมกริบของภาคินเบิกกว้างขึ้น ร่างสูงโปร่งชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจในวันที่ความรักกำลังจะลงตัว --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ตัวละครของเรามาจนถึงตอนนี้ สเปซโอเดสซีย์ซาบซึ้งใจยิ่งนักครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เจ้านายครับ... อย่ามาคลั่งรักตอนนี้ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%