เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 6

ความลับใต้คอนกรีต

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารสันหนาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานอับชื้นใต้ไซต์ก่อสร้าง กลิ่นฝุ่นปูนและกระดาษเก่าคละคลุ้งอยู่ในอากาศยามค่ำคืนที่เงียบสงัด มีเพียงแสงไฟนีออนสีส้มกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานเป็นเพื่อน รินรดาไม่สนใจเสียงเตือนในหัวที่ร้องบอกว่าเธอกำลังเล่นกับไฟ นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้าฝ้ายกำลังพลิกหน้ากระดาษเอกสารการเบิกจ่ายงวดที่สามอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตหรี่ลงเมื่อกวาดสายตาผ่านตัวเลขหลักสิบ миллион ที่ถูกปัดเศษอย่างน่าสงสัย "สวัสดีครับคุณธันวา... และคุณรินรดา น่าเสียดายนะครับที่เกมนี้... พวกคุณเป็นฝ่ายแพ้" เสียงประกาศิตจากข้อความปริศนาที่เพิ่งถูกส่งเข้ามือถือเมื่อสิบนาาทีก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่คำขู่ แต่มันคือประกาศสงคราม "แพ้บ้าอะไรล่ะ..." รินรดาพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความหงุดหงิดขณะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาส่องกับแสงไฟฉาย "ถ้าเกมนี้ฉันแพ้จริง ทำไมลายเซ็นอนุมัติตรงนี้ถึงเป็นของภัทร... ไม่ใช่ชื่อของธันวา?" "เพราะคุณมันชอบขุดคุ้ยในที่ที่สุนัขยังเมินไงครับ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาที่ดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้องทำเอารินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอนิ่วหน้าหันกลับไปมอง ร่างสูงโปรดของธันวาก้าวออกมาจากเงานั้น เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนแกร่ง ดวงตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยแววตาเรียบนิ่งอ่านยาก แต่ระคนไปด้วยความกรุ่นโกรธที่พยายามสะกดกลั้นไว้ "คุณธันวา! เข้ามาเงียบๆ เป็นผีหรือไงคะ... เอ้ย เป็นผีหรือไงครับ!" รินรดาเผลอหลุดคำลงท้ายเดิมออกไปเพราะความตกใจ ก่อนจะรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเห็นมุมปากของวิศวกรหนุ่มกระตุกยิ้มหยัน "ผมเป็นคนครับ... และเป็นเจ้าของพื้นที่ตรงนี้ด้วยซ้ำ คำถามคือคุณเข้ามาคุ้ยโต๊ะทำงานคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตแบบนี้ มันเรียกว่ามารยาททรามหรือว่าสันดานนักข่าวตกอับกันแน่ครับ" ธันวาเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนรัศมีอิมเมจความกดดันแผ่ซ่าน บังคับให้ร่างบางต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะอย่างเลี่ยงไม่ได้ "ปากจัดไม่เปลี่ยนเลยนะคุณวิศวกรโครงสร้าง!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว "ถ้าฉันไม่เข้ามาคุ้ย คุณก็คงปล่อยให้โครงการนี้กลายเป็นสุสานกลบฝังความเน่าหนะของเพื่อนรักคุณไปแล้วสิ!" "เพื่อนรัก?" ธันวาทวนคำ น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนน่ากลัว มือหนายื่นไปค้ำขอบโต๊ะกักตัวเธอไว้ทั้งสองข้าง ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ "คุณหมายถึงภัทร บรรณาธิการคนเก่งของคุณน่ะเหรอครับ?" "ก็ใช่น่ะสิ!" รินรดาใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะสัมผัสจากไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาที่เบียดเข้ามาใกล้จนแทบแนบชิด "นี่ไง! หลักฐานการเบิกจ่ายงวดนี้ถูกโอนเข้าบัญชีบริษัทเชลล์ที่จดทะเบียนชื่อภัทรเป็นนัยๆ เอกสารตัวจริงถูกซ่อนไว้ใต้คอนกรีตเสริมเหล็กของเสาต้นที่ 12... และคุณก็รู้อยู่แก่ใจใช่ไหมล่ะว่าทำไม!" ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมหลุบลงมองกระดาษในมือเธอก่อนจะเงยขึ้นสบตากลมโตที่ฉายแววท้าทาย ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องจักรไกลๆ และเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามของคนทั้งคู่ "คุณฉลาดเกินไปแล้วนะรินรดา..." ธันวาเอ่ยเสียงแผ่วเบา ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ "รู้ไหมว่าการรู้มากในสถานที่แบบนี้... มันอันตรายแค่ไหน" "อันตรายแล้วยังไงล่ะคะ... เอ้ย! ยังไงล่ะครับ" เธอเผลอหลุดอีกแล้ว แต่ตอนนี้สมองไม่รักดีของเธอกลับประมวลผลได้แค่ความใกล้ชิดอันตรายนี่ "หรือคุณจะบอกว่าคุณเองก็มีส่วนได้ส่วนเสียกับเงินสิบล้านนี่ด้วย?" "ถ้าผมมีส่วน... คุณจะทำไม?" ธันวาย้อนถาม เสียงกระซิบพร่าเลือนชิดริมฝีปาก ความซึนและความเย็นชาที่เขาสวมเกราะไว้ตลอดเวลาเริ่มร้าวราน เผยให้เห็นความกังวลลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใน "ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่ามายุ่งเรื่องนี้ ทำไมถึงไม่ฟัง?" "เพราะฉันไม่ใช่คนขี้ขลาดเหมือนคุณ!" รินรดาผลอกอกเขาเต็มแรงด้วยความโมโห น้ำตาคลอเบ้าด้วยความอัดอั้น "ฉันยอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อความจริง แต่คุณกลับเลือกที่จะนิ่งเฉย ปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ปล่อยให้วิศวกรที่ตายไปต้องกลายเป็นแพะรับบาป!" คำพูดนั้นราวกับมีดกรีดลงไปกลางใจธันวา ดวงตาคมวับไหวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง มือหนาที่เคยค้ำโต๊ะเปลี่ยนเป็นคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ดึงร่างบางเข้ามาประชิดตัวจนไม่มีช่องว่าง "คุณไม่รู้อะไรเลย รินรดา..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "ที่คุณเห็นในเอกสารนั่น... มันเป็นแค่ปลายยอดภูเขาน้ำแข็ง ถ้าคุณยังดึงดันจะขุดต่อ คนที่จะไม่ได้แค่เดือดร้อน... แต่จะเป็นคุณที่จะต้องหายไปจากโลกนี้ถาวร" "ปล่อยฉันนะ!" รินรดาพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงของวิศวกรหนุ่มมีมากกว่ามหาศาล ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ความโกรธ ความอึดอัด และเคมีประหลาดที่ดึงดูดเข้าหากันกำลังปะทะกันอย่างรุนแรงในพื้นที่แคบๆ แห่งนี้ กึก! เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะเหล็กดังก้องมาจากทางบันไดทางขึ้นชั้นล่าง ขัดจังหวะบรรยากาศตึงเครียดระหว่างคนทั้งคู่ทันที ธันวาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะดึงรินรดาให้เข้าไปหลบหลังเสาปูนขนาดใหญ่ที่บังสายตาจากบันไดได้อย่างมิดชิด มือหนาเอื้อมไปปิดปากอิ่มของเธอไว้แน่นไม่ให้ส่งเสียงเล็ดลอด ขณะที่ร่างสูงแนบชิดติดแผ่นหลังของเธอเพื่ออำพรางตัว "ใครวะ... บอกว่าได้ยินเสียงคนอยู่แถวนี้ไง" เสียงทุ้มต่ำของชายฉกรรจ์สองคนดังขึ้น พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องกวาดไปทั่วห้องทำงาน รินรดาลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวระส่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนเธอนิ่งงัน สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือที่ปิดปากเธอไว้ทำให้เธอรับรู้ถึงความสั่นเทาเล็กน้อยจากความตึงเครียดของเขา สายตาของธันวาจดจ้องไปยังเงาของคนที่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผ่านช่องว่างของเสาปูน นิ้วมืออีกข้างของเขากระชับท่อนเหล็กเส้นสั้นที่หยิบติดมือมาเตรียมพร้อมรับมือ และในจังหวะที่แสงไฟฉายสาดส่องเข้ามาหยุดตรงหน้าเสาที่พวกเขายืนอยู่พอดี ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทก็โผล่พ้นขอบประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบของใครบางคน— "เจอตัวแล้วล่ะครับ... เจ้าหนูจำไมกับสุนัขรับใช้" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโดเนทและคอมเมนต์ติชมเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%