เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 5

สนามรบกลางกรุง

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
กระดาษแผ่นเดียวที่ถูกชูขึ้นท่ามกลางแสงไฟนีออนสลัวของห้องประชุมชั่วคราว น้ำหนักของมันราวกับก้อนตะกั่วที่หล่นกระแทกกลางอกของทุกคนในที่นั้น ใบหน้าของรินรดาซีดเผือกในเสี้ยววินาที ขณะที่ธันวา... วิศวกรหนุ่มผู้เยือกเย็นและยึดมั่นในความถูกต้องเสมอ กลับขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน คำสั่งศาลฉบับนั้นไม่ได้เป็นแค่กระดาษชำระล้างโครงการมูลค่าหลายพันล้านให้กลายเป็นอากาศธาตุ แต่มันคือโซ่ตรวนที่ล่ามพวกเขาทั้งสองคนไว้บนเรือลำเดียวกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ "คุณบ้าไปแล้วหรือไง ธันวา!" เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของรินรดาดังขึ้น เธอพยายามรักษาโทนเสียงไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไปท่ามกลางสายตาของเจ้าหน้าที่รัฐที่ยืนล้อมรอบ "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ การอายัดโครงการตอนนี้เท่ากับเปิดช่องให้ภัทรฮุบหลักทั้งหมดไปคนเดียวนะ!" ธันวาหันขวับมามองเธอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาฉายแววคุกกรุ่นราวกับถ่านไฟที่ถูกลมตี "แล้วคุณอยากให้ผมทำยังไงครับรินรดา? นั่งมองพวกมันเอาชื่อเสียงและวิชาชีพของผมไปเหยียบย่ำในคุกเพื่อแลกกับสกู๊ปข่าวหน้าหนึ่งของคุณหรือไง?" "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น!" รินรดาเถียงกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนคับแค้นใจ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาจนระยะห่างระหว่างกันเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมเจือจางบนตัวเธอลอยปะทะจมูกเขา ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวเพลิงเผาผลาญ "ถ้าไม่มีข้อมูลจากฉัน คุณก็ไม่มีวันรู้ด้วยซ้ำว่าเสาเข็มโซน C มันร้าวเพราะการลดสเปกวัสดุ! เราต่างพึ่งพาอาศัยกัน อย่ามาทำเป็นเหนือกว่าน่าธันวา!" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก เขาไม่ได้ถอยหนีแรงกดดันจากร่างบางที่ยืนจ้องหน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้เลยสักนิด ตรงกันข้าม เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะทะกันอย่างจัง "พึ่งพาอาศัยกันเหรอครับ?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นแต่ทรงพลังจนหัวใจของนักข่าวสาวกระตุกวูบ "แต่สิ่งที่ผมเห็น คือผู้หญิงบ้าบิ่นคนหนึ่งที่พร้อมจะเอาชีวิตรอดของตัวเองมาแลกกับกระดาษพวกนี้ โดยไม่สนเลยว่าใครจะต้องพังทลายตามไปด้วย" คำพูดนั้นเฉียบคมราวกริบมีด มันกรีดลึกลงไปในปมในใจที่รินรดาพยายามซ่อนไว้มาตลอด ความหวาดระแวง ความไม่ไว้ใจ และความโดดเดี่ยวที่เธอต้องเผชิญมาลำพัง มือบางที่กำชายเสื้อสูทของตัวเองแน่นสั่นเทาเล็กน้อย เธอกลืนก้อนสะอื้นผะผะลงคอ แล้วเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ อย่างดื้อรั้น "ถ้าฉันเป็นคนเห็นแก่ตัว... ฉันคงไม่ยืนเถียงกับคุณอยู่ตรงนี้หรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ!" รินรดาเผลอหลุดคำพูดติดปากออกมาด้วยความลนลานเมื่อเห็นมุมปากของธันวาที่กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเหมือนจะเยาะเย้ยความผิดพลาดของเธอ "หึ... ปากเก่งได้ตลอดเวลานสินะครับ" ธันวาผละตัวออกห่างเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหันไปสั่งการเจ้าหน้าที่กรมโยธาที่ยืนรอคำสั่งอยู่ "เชิญพวกคุณตรวจสอบพื้นที่ได้ตามสบายครับ เอกสารทุกฉบับและแปลนโครงสร้างฉบับจริงอยู่ในฮาร์ดไดร์ฟนี้แล้ว" รินรดายืนมองแผ่นหลังกว้างที่เดินผละไปจัดการเรื่องเอกสารด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ ทั้งโกรธ และยอมรับลึกๆ ว่า... ผู้ชายคนนี้พึ่งพาได้มากกว่าที่เธอคิด ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงในการเผชิญหน้ากับความวุ่นวายของการตรวจค้นและการอายัดพื้นที่ ไซต์ก่อสร้างขนาดมหึมาก็ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มที่กะพริบวับวาบสะท้อนโครงเหล็กนับร้อยต้น รินรดาทรุดตัวลงนั่งบนลังไม้ใกล้กองเอกสารด้วยความเหนื่อยล้า ขอบตาร้อนผ่าวจากการอดนอนมาติดต่อกันสามวัน เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เธอส่วมใส่ยับยู่ยี่และมีคราบฝุ่นปูนเปื้อนเป็นวงกว้าง เช่นเดียวกับธันวาที่ปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ด แขนเสื้อพับขึ้นจนถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อสมส่วนตามแบบฉบับชายหนุ่มที่ดูแลตัวเอง แม้สภาพจะดูไม่ต่างจากผู้ประสบภัย แต่รัศมีแสนเย่อหยิ่งของเขาก็ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยมไม่มีตก ธันวาเดินถือแก้วกระดาษบรรจุกาแฟดำร้อนจัดสองแก้วเดินตรงมาหา เขายื่นแก้วหนึ่งให้เธอก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนลังไม้ห่างออกไปไม่ถึงศอก รินรดารับมาโดยไม่พูดอะไร เธอเป่าควันกรุ่นที่ลอยขึ้นมาก่อนจะจิบเบาๆ ความขมปร่าช่วยปลุกประสาทสัมผัสที่ชาด้านให้กลับมาตื่นตัวอีกครั้ง "ขอบคุณ..." เธอเอ่ยเบาๆ โดยไม่มองหน้าเขา "แปลกนะครับ ที่คนปากเก่งอย่างคุณจะมีมุมพูดคำว่าขอบคุณเป็นด้วย" ธันวาเอ่ยแซะพลางยกกาแฟขึ้นดื่มบ้าง สายตาทอดมองออกไปยังโครงสร้างคอนกรีตที่หยุดชะงัก "ฉันไม่ใช่คนไร้นะคะ... เอ๊ย! ไม่ใช่คนไร้น้ำใจเสียหน่อย" เธอกระแทกเสียงใส่ "ว่าแต่คุณเถอะ เก็บหลักฐานแน่นหนาขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่บอกฉันตั้งแต่แรก ปล่อยให้ฉันวิ่งเต้นหาข้อมูลจนแทบกระอักเลือดอยู่คนเดียวทำไม?" ธันวาหันมามองเธอ แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมระหว่างพวกเขามีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงเหล็กดังหวีดหวิว "ถ้าผมบอกคุณตั้งแต่แรก... แผนตลบหลังภัทรก็จะพังน่ะสิครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ "คนอย่างภัทรฉลาดเป็นกรด เขารู้ว่าคุณกำลังตามหาอะไร ถ้าเราแสดงออกว่าร่วมมือกันตั้งแต่แรก เขาก็จะไหวตัวทันและทำลายหลักฐานทั้งหมดทิ้งเสียก่อน" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "นี่คุณวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ตอนที่เราปะทะกันครั้งแรกที่สำนักงานกองบรรณาธิการแล้วอย่างนั้นเหรอ?" "เรียกว่า 'การป้องกันตัว' จะดีกว่าครับ" ธันวาหันมาสบตาเธอนิ่ง ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ "เพราะผมไม่รู้ว่า... ไว้ใจคุณได้มากแค่ไหน" คำว่า *'ไว้ใจ'* ทำเอารินรดารู้สึกเหมือนถูกตบเบาๆ ที่กลางหน้าอก ปมในอดีตที่เคยถูกคนที่ไว้ใจที่สุดหักหลังพุ่งย้อนกลับเข้ามาในหัว เธอเม้มริมฝีปากแน่น เปลวไฟแห่งความโกรธปะทุขึ้นในอกอีกระลอก "ถ้าไม่ไว้ใจ... แล้วคุณมายืนตรงนี้ทำไมล่ะคะ!" เธอเสียงดังใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด "ถ้าคิดว่าฉันจะเอาข่าวของคุณไปขายเพื่อเรตติ้ง ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันโดนภัทรเล่นงานไปซะตั้งแต่แรก!" ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงแต่นั่งมองท่าทางฮึดฮัดของเธอด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา รอยยิ้มบางเบาที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิศวกรหนุ่ม ก่อนที่เขาจะขยับเข้าไปประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว จนรินรดาต้องเอนหลังพิงเสาเหล็กโดยอัตโนมัติเมื่อเขายกมือขึ้นทาบกับโครงเหล็กกั้นขนาบตัวเธอไว้ ระยะห่างระหว่างกันหายวับไปกับตา กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นจางๆ ของเขาล้อมรอบตัวเธอไว้จนแทบหายใจไม่ออก หัวใจของรินรดากลับเต้นระรัวราวกับกลองเพล มันไม่ใช่จังหวะของความโกรธ แต่มันคือความตื่นตระหนกที่อันตรายยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด "นั่นสิครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้ม "ทำไมผมถึงยอมเอาอนาคตของตัวเองมาผูกไว้กับผู้ผลิตสกู๊ปข่าวตัวแสบอย่างคุณกันนะ..." ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สมองของเธอขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเขาเอื้อมมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสแผ่วเบานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่ขัดกับบุคลิกเย็นชาโดยสิ้นเชิง ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนลงตรงนั้น ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเข้าไซต์งาน พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "อยู่นิ่งๆ! ตำรวจกองปราบ! ห้ามใครขยับ!" แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาทางพวกเขา พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะก้าวเข้ามาเหยียบในสถานที่อายัดแห่งนี้ในยามวิกาล—บุคคลที่ถือเอกสารหมายจับอีกฉบับในมือ พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก "สวัสดีครับคุณธันวา... และคุณรินรดา น่าเสียดายนะครับที่เกมนี้... พวกคุณเป็นฝ่ายแพ้" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเคมีสุดแซ่บของคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%