แฟ้มเอกสารสีกรมท่าความหนากว่าสองนิ้วร่วงกระแทกพื้นห้องทำงานแคบ ๆ จนเกิดเสียงดังทึบ ทว่ามันยังไม่น่าตกใจเท่ากับตัวเลขงบประมาณมหาศาลที่ถูกไฮไลต์ด้วยสีสะท้อนแสงสีส้มแสบตาบนหน้ากระดาษแผ่นนั้น
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมที่มักฉายแววทระนงและพร้อมบุก
ลุยทุกสนามข่าวเวลานี้กลับเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ปลายเรียวลิ้นแตะริมฝีปากแห้งผาก ขณะสมองกำลังประมวลผลตัวเลขความเสียหายที่เธอเพิ่งค้นพบจากฮาร์ดไดรฟ์สำรองของธันวา
"คุณไม่ได้ทำมัน... แต่คุณกำลังรับผิดแทนใครบางคนอยู่ใช่ไหม"
เสียงของเธอสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ มันไม่ใช่คำถามเพื่อหาเรื่องหรือขุดคุ้ยเอาเรตติ้งเหมือนทุกครั้ง แต่เป็นความรู้สึก ‘บางอย่าง’ ที่ถูกบีบคั้นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ หลังจากใช้เวลาสามชั่วโมงเต็มแกะรอยเอกสารลับชุดนี้ร่วมกับวิศวกรหนุ่มในพื้นที่ปิดตายแห่งนี้
ธันวาซึ่งยืนพิงขอบโต๊ะทำงานอยู่ไม่ไกลนัก ไม่ได้ขยับตัวหนี ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นมองนิ่งมาที่เธอ ความเยือกเย็นและท่าทีตั้งกำแพงที่เขาใช้ปกป้องตัวเองมาตลอด บัดนี้กลับดูร้าวรานราวกับกระจกที่พร้อมแตกละเอียดได้ทุกเมื่อ รอยยิ้มหยันที่เขามักใช้ยั่วโมโหเธอหายวับไป เหลือเพียงความเหนื่อยล้าที่สะสมมาแรมปี
"รู้ช้าไปหน่อยนะครับ สำหรับนักข่าวฝีมือฉกาจอย่างคุณ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงความขมขื่นไว้จนคนฟังรู้สึกเจ็บแปลบที่อกข้างซ้าย "ถ้าฉลาดพอก็น่าจะรู้ว่า การขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ มันไม่ได้ทำให้คุณได้สกู๊ปหน้าหนึ่ง แต่มันจะทำให้คุณกลายเป็นเป้าหมายที่พวกมันอยากกำจัดทิ้งมากที่สุด"
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวเขาอย่างไม่เกรงกลัว แม้ความสูงของเขาจะทำให้เธอต้องแหงนหน้าขึ้นมอง แต่วินาทีนี้ไม่มีความหวาดกลัวใด ๆ เหลืออยู่เลย มีเพียงความดื้อรั้นและ... ความเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
"ฉันไม่เคยกลัวคำขู่ของใคร ธันวา!" เถียงกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "แต่ที่ฉันทนไม่ได้... คือการเห็นคนเก่ง ๆ อย่างคุณต้องมานั่งก้มหน้ารับกรรมในสิ่งที่ไอ้สารเลวภัทรกับพรรคพวกของมันร่วมกันโกงกินโครงสร้างโปรเจกต์นี้ต่างหาก!"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นวับหนึ่งเมื่อได้ยินชื่อนั้น
เขารู้ดีว่าภัทร บรรณาธิการหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของรินรดา คือคนที่ชักใยอยู่เบื้องหลังความพินาศของบริษัทวิศวกรรมที่เขาเคยดูแล และเป็นคนเดียวกันกับที่บีบให้เขาต้องกลายเป็นแพะรับบาปในคดีทุจริตเมื่อสองปีก่อน
"ถอยไป รินรดา..." ธันวาเตือนเสียงต่ำ มือหนายกขึ้นทำท่าจะผลักไหล่เธอให้ออกห่าง แต่จังหวะนั้นเอง ปลายมือของเขากลับสั่นเทาเล็กน้อย—ความลับที่เขาพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึมมาตลอด ถูกความใกล้ชิดนี้สั่นคลอนจนหมดสิ้น
รินรดาจับสังเกตความผิดปกตินั้นได้ทันที มือบางยื่นออกไปคว้าข้อมือแกร่งของเขาไว้แน่น บังคับให้วิศวกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งต้องหยุดการเคลื่อนไหว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น มองหาตัวตนที่แท้จริงภายใต้เกราะกำบังที่หนาเตอะ
"มือคุณสั่น..." เธอเอ่ยเบา ๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนยวบลงอย่างประหลาด ความโกรธเกรี้ยวในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความอุ่นร้อนจากฝ่ามือที่เธอส่งผ่านไปยังข้อมือของเขา "ธันวา... คุณแบกรับภาระบ้า ๆ นี่ไว้คนเดียวมานานแค่ไหนแล้ว ทำไมถึงไม่ยอมบอกใคร ทำไมต้องทำตัวเป็นไอ้บ้าปากร้ายผลักไสคนอื่นให้ออกไปไกลตัวตลอดเวลาด้วยล่ะหึ"
คำถามนั้นราวกับกุญแจดอกสำคัญที่ไขเข้าสู่ห้องลับในใจของธันวา
เขานิ่งอึ้ง ไดอะล็อกและคำพูดเสียดสีที่เตรียมไว้ใช้โต้ตอบหายเกลี้ยง สมองขาวโพลนเมื่อปลายนิ้วอุ่นของเธอสัมผัสโดนชีพจรที่เต้นระรัวบนข้อมือของเขา ความรู้สึกผิดบาปและความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจมาเนิ่นนานนับปี พลถูกทลายลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างแท้จริงจากผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็น ‘ศัตรู’ ตัวฉกาจ
"เพราะถ้าผมดึงคุณเข้ามา..." ธันวาเค้นเสียงพูดออกมาอย่างยากเย็น สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นสันนูน สายตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนเร้นภายใต้ความเจ็บปวด "คนที่อันตรายที่สุด... จะไม่ใช่ผม แต่จะเป็นคุณต่างหาก รินรดา"
บรรยากาศในห้องแคบ ๆ ตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ และจังหวะหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก รินรดารู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในใจ ความซึนและความปากแข็งของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ทำให้เธอนึกรำคาญอีกต่อไป กลับทำให้เธออยากจะปกป้องผู้ชายคนนี้ให้รอดพ้นจากเงาอัปลักษณ์ที่คนอื่นยัดเยียดให้
เธอขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนหน้าผากเกือบจะชนกับลาดไหล่กว้าง มืออีกข้างเอื้อมขึ้นแตะแขนเสื้อของเขาเบา ๆ เป็นการส่งสัญญาณว่าเธอจะไม่ถอยหลังกลับเด็ดขาด
"งั้นก็ลองดูสิคะ... ว่าระหว่างพวกมันกับฉัน ใครจะแน่กว่ากัน" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนเรียวปากสวย "ในเมื่อเส้นขนานของเรามันดันวิ่งมาบรรจบกันตรงนี้แล้ว อย่าหวังเลยว่าฉันจะยอมปล่อยมือจากคุณง่าย ๆ ธันวา"
ธันวากลั้นหายใจเมื่อได้ยินคำประกาศนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับแรมปีราวกับถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่อย่างรุนแรง เขามองริมฝีปากที่ขยับพูดคำนั้นสลับกับดวงตาที่มุ่งมั่นเป็นประกาย ความอดทนทั้งหมดที่สะสมมาใกล้จะถึงขีดจำกัด และเขาก็พร้อมจะพังทลายทุกกฎเกณฑ์เพื่อกอดคนตรงหน้ารosเอาไว้
ทว่า—
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยเสียงคุ้นเคยที่ทำให้ทั้งสองคนต้องสะดุ้งสุดตัว
"คุณรินรดาครับ! อยู่ข้างในหรือเปล่า ผมรู้นะครับว่าคุณแอบมาสืบเรื่องนี้กับไอนายธันวา เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!"
เสียงของภัทรดังลอดเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูรัว ๆ อย่างไรมารยาท บ่งบอกว่าสถานการณ์ภายนอกกำลังพลิกผันไปสู่จุดวิกฤตที่อันตรายยิ่งกว่าเดิม และพวกเขามีเวลาเหลืออีกไม่ถึงนาทีในการซ่อนหลักฐานชิ้นสำคัญ!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันเชือดเฉือนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
- สเปซโอเดสซีย์ -
เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 14
เส้นขนานที่เริ่มบรรจบ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!