เสียงแฟ้มเอกสารหนาปึ้กที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องประชุมเล็กๆ ของไซต์งานก่อสร้างดังสนั่น จนรินรดาสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่คมของนักข่าวสาวตวัดขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ
"คุณเป็นบ้าอะไรของคุณอีกเนี่ย ธันวา!" รินรดาผุดลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับวิศวกรหนุ่มที่วันนี้ดูแปลกไปจากทุกวัน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตานั้นแดงก่ำเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด
"ใช่ ผมมันบ้า!" ธันวาตอกกลับด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่สั่นเครือเล็กน้อย เขาไม่ได้ถอยหนีแม้รินรดาจะขยับเข้าไปประชิด "บ้าที่ต้องมานั่งทนเห็นคุณเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายกับไอ้ภัทร บ้าที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างข่าวบ้าๆ ของคุณ และที่บ้าที่สุด..."
ชายหนุ่มหยุดชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนหอบกระชั้นผ่านริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันจนแน่น เขากลืนก้อนสะอื้นในลำคอลงไป ก่อนจะระเบิดประโยคที่ซ่อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจออกมาด้วยความอัดอั้น
"บ้าที่ผมดันเกลียดความจริงข้อนั้น... ความจริงที่ว่าในอดีต ผมเป็นคนเซ็นอนุมัติแปลนโครงสร้างตึกบ้าๆ นั่น จนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนั้นขึ้น... ผมมันตัวซวย! เป็นไอ้ฆาตกรมือสะอาดที่ทำให้คนอื่นต้องตาย!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่จำกัดภายในห้องประชุมทันที ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น รินรดานิ่งค้าง อ้าปากพะงาบๆ สมองที่เคยประมวลผลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วกลับว่างเปล่า เธอมองหน้าธันวาด้วยความตื่นตะลึง ข้อมูลเรื่องความผิดพลาดในอดีตที่เธอพยายามขุดคุ้ยมาตลอดหลายเดือนเพื่อทำสกู๊ปใหญ่ บัดนี้ถูกเจ้าของโปรเจกต์สารภาพออกมาด้วยปากของตัวเอง ผ่านแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำนึกผิดและรอยแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย
"คุณ... พูดว่าอะไรนะ" เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะโดยไม่รู้ตัว
ธันวาหลับตาลงอย่างเจ็บปวด เมื่อรู้ตัวว่าเขาหลุดปากพูดความลับที่แบกรับไว้ด้วยความรู้สึกผิดบาปมานานหลายปีออกไปแล้ว ความลับที่เขาตั้งใจจะฝังกลบมันลงไปพร้อมกับอนาคตในวงการวิศวกรของตัวเอง แต่เพราะความหึงหวง ความเป็นห่วง และความอัดอั้นที่เห็นรินรดากำลังตกเป็นเครื่องมือของภัทร ทำให้เกราะป้องกันทุกอย่างพังทลายลงในพริบตา
"คุณได้ยินชัดเจนแล้ว รินรดา" ธันวาเปิดเปลือกตาขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่สั่นไหว "ผมไม่ใช่ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างที่คุณคิด ผมมีมลทิน มีตราบาปที่ไม่มีวันลบเลือน และนั่นคือเหตุผล... ว่าทำไมผมถึงพยายามผลักไสคุณให้ออกไปจากชีวิตผมตลอดเวลา เพราะคนอย่างผม ไม่สมควรได้รับแม้แต่รอยยิ้มจากใครทั้งสิ้น"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น แทนที่ด้วยความรู้สึกบีบคั้นในอกอย่างประหลาด เธอมองเห็นความโดดเดี่ยวและความเกลียดชังที่ธันวามีต่อตัวเองสะท้อนอยู่ในแววตานั้น มันคือความทรมานจากการถูกจองจำในคุกแห่งความรู้สึกผิดที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นคนเดียว
"แต่เรื่องนั้นมันไม่ใช่ความผิดของคุณทั้งหมดเสียหน่อย ธันวา!" รินรดาเผลอหลุดเสียงดัง น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว "ฉันสืบเรื่องนี้มาพอสมควรนะ ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในวันนั้น วัสดุก่อสร้างถูกเปลี่ยนสเปกโดยคำสั่งเบื้องบนต่างหาก คุณเองก็เป็นเหยื่อเหมือนกัน ทำไมคุณถึงต้องเอาความผิดพลาดของคนอื่นมาลงโทษตัวเองแบบนี้ด้วย!"
"เพราะผมเป็นหัวหน้าทีม! เพราะลายเซ็นของผมคือด่านสุดท้าย!" ธันวาตะคอกกลับ เสียงของเขาดังสะท้อนก้องห้องประชุมขนาดเล็ก จนรินรดาต้องสะดุ้ง "ถ้าวันนั้นผมละเอียดรอบคอบกว่านี้ ถ้าผมไม่เชื่อใจคนผิด ทุกคนก็คงไม่ต้องตาย... คุณไม่เข้าใจหรอก รินรดา คุณเป็นนักข่าว คุณมองทุกอย่างเป็นแค่เรื่องราวที่น่าสนใจ เป็นสกู๊ปข่าวเรียกยอดวิว แต่สำหรับผม มันคือชีวิตคน!"
เพลียะ!
เสียงฝ่ามือบางฟาดลงบนแก้วสากของชายหนุ่มดังสนั่น ท่ามกลางความเงียบงัน ธันวาไม่ได้หลบเลี่ยง เขาปล่อยให้ใบหน้าหันไปตามแรงตบ รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ ไหลซึมที่มุมปาก แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจ
รินรดายกมือขึ้นสั่นเทา เธอไม่ได้ตั้งใจจะตบเขา แต่วาจาดูถูกเหยียดหยามความรู้สึกของเธอเมื่อครู่มันเกินกว่าจะทนไหว น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนอย่างสุดจะกลั้น
"ใช่... ฉันมันก็แค่นักข่าวใจดำที่มองทุกอย่างเป็นข่าว!" รินรดากัดริมฝีปากแน่น พยายามกลั้นเสียงสะอื้น "แต่ฉันไม่เคยคิดเลยว่า ผู้ชายที่ฉันอุตส่าห์เปิดใจให้มองเห็น จะเป็นคนขี้ขลาดที่เอาแต่มุดหัวอยู่ในหลุมศพของตัวเองแบบนี้!"
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาคู่คมฉายแววปวดร้าวลึกซึ้ง เขาเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางเพื่อดึงรั้ง แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบระเบิด เคมีที่เคยปะทะกันด้วยความหมั่นไส้และคำพูดเชือดเฉือน บัดนี้กลับถูกแทนที่ด้วยความเปราะบางทางอารมณ์ที่พร้อมจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ก้าวเข้าไปประชิดตัวรินรดาอีกครั้งด้วยความเร็วที่เธอไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังของหญิงสาวชนเข้ากับผนังห้องกระจกอย่างไร้ทางหนี ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะโน้มลงมา กักขังเธอไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพงไว้
"ถ้าผมมันขี้ขลาดนัก... ทำไมคุณถึงไม่ยอมเดินออกไปจากชีวิตผมเสียทีล่ะ รินรดา" เสียงกระซิบพร่าทุบดังอยู่ใกล้ชิดจนลมหายใจอุ่นร้อนรินรดารินรดรดรดแก้ม ขยับเข้าไปใกล้เสียจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รินรดาลืมตาโพรง หัวใจเต้นรัวโครมครามราวกับกลองศึก แรงปะทะจากความใกล้ชิดทำเอาสติที่เหลืออยู่กระเจิงไปหมด
"ฉัน... ฉันแค่..."
"ตอบผมสิ" ธันวาโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเงามืดในแววตาของเธอ "ทำไมคุณถึงยังอยู่... ทั้งๆ ที่รู้ว่าเข้าใกล้ผมแล้วมันอันตราย"
รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจพองโตและเจ็บแปลบในเวลาเดียวกัน เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนอกแกร่งของเขาเบาๆ เพื่อระบายความอึดอัด แต่ธันวากลับรวบมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวอย่างง่ายดาย ใบหน้าของเขาโน้มต่ำลงมาอีก จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับกลีบปากนุ่ม
ทว่า ก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะได้ข้ามเส้นแบ่งความสัมพันธ์อันตรายนี้...
แอ๊ด... เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงฝีเท้าและน้ำเสียงกวนประสาทของบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท
"อุ๊ย... ขอโทษทีครับ ขัดจังหวะอะไรสำคัญอยู่หรือเปล่าเอ่ย พอดีผมเอาเอกสารสัญญาลับฉบับใหม่มาให้คุณธันวาเซ็นอนุมัติน่ะครับ... บก.ภัทร"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอันเชือดเฉือนนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ
- สเปซโอเดสซีย์ -
เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 13
คำสารภาพที่ไม่ตั้งใจ
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!