เสียงเคาะโลหะกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้องกังวานในความมืดสลัวของชั้นใต้ดิน แสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบไหวราวกับชีพจรที่กำลังจะดับลง ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงของธันวาเคลื่อนตัวเข้าไปขวางรินรดาไว้ด้วยสัญชาตญาณ แผ่นหลังกว้างของวิศวกรหนุ่มบังร่างบางของนักข่าวสาวมิดชิด ดึงเธอให้พ้นจากรัศมีอันตราย สายตาคมกริบดุจใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ที่ก้าวเท้าเข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว
"ดึกดื่นป่านนี้ ทำไมวิศวกรผู้รักความสันโดษถึงยังมาเดินตรวจไซต์งานคนเดียวล่ะครับ... หรือว่ากำลังกลัวความลับบางอย่างมันจะหลุดรอดออกไป"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากปากของ "ภัทร" บรรณาธิการหนุ่มผู้กุมบังเหียนข่าวสำนักเดียวกับรินรดา รอยยิ้มพินيพิถัดที่มุมปากระบายขึ้นอย่างเหนือกว่า มือเรียวของเขากระชับแฟ้มเอกสารในมือแน่น ดวงตาหลังกรอบแว่นใสฉายแววเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดของคนข่าวผู้ผดุงความยุติธรรม
รินรดาขยับตัวออกจากด้านหลังของธันวาอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณนักข่าวของเธอกลับทำงานเต็มพิกัด เธอรู้ดีว่าการปรากฏตัวของภัทรในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"คุณมาทำอะไรที่นี่ ภัทร" รินรดาถามเสียงแข็ง ดวงตาสีเข้มจ้องมองหัวหน้างานของตนเองอย่างไม่ไว้ใจ "นี่ไม่ใช่เวลาตรวจข่าว และที่นี่ก็ไม่ใช่เขตรับผิดชอบของคุณ"
ภัทรหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นฟังดูน่ารำคาญในความเงียบสงบของไซต์งาน "ผมก็แค่เป็นห่วงลูกน้องคนเก่ง ที่หายหัวมาขุดคุ้ยเรื่องบ้าๆ บอๆ จนไม่ยอมกลับกองบรรณาธิการ... แต่ดูเหมือนว่า ผมจะมาเจออะไรที่น่าสนใจกว่าที่คิดแฮะ"
สายตาคมปลาบของภัทรเหลือบมองไปยังกล่องบรรจุฮาร์ดไดรฟ์และเอกสารแปลนโครงสร้างเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานชั่วคราว รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายิ่งกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะนั้นมีร่องรอยของการเปิดค้น
ธันวาแค่นAเสียงในลำคออย่างดูแคลน ร่างสูงก้าวเท้าเข้าประชิดภัทรทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของวิศวกรหนุ่มจนทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด
"ถ้าห่วงลูกน้องนัก ทำไมไม่ส่งคนมาช่วยสืบตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้ข้อมูลมันถูกทำลายจนเกลี้ยง แล้วค่อยโผล่หัวมาเก็บกวาดซากล่ะครับ บรรณาธิการภัทร" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับชะงัก
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ สมองของเธอประมวลผลคำพูดของธันวาอย่างรวดเร็ว หูทวนลมกับพฤติกรรมน่าสงสัยของภัทรในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเริ่มต่อติดกันเป็นรูปเป็นร่าง คำสั่งให้หยุดทำข่าวนี้ ความพยายามเบี่ยงเบนประเด็น และตอนนี้... การปรากฏตัวในยามวิกาล ณ จุดเกิดเหตุที่มีการพยายามทำลายหลักฐาน
"คุณหมายความว่ายังไง ธันวา" รินรดาหันไปมองหน้าชายหนุ่มข้างกาย น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความตกใจ
"หมายความว่า คนที่อยากให้โปรเจกต์นี้กลายเป็นอดีต ไม่ใช่แค่บริษัทรับเหมาเฮงซวยนั่นหรอกครับ" ธันวาตอบโดยไม่ละสายตาจากภัทร "แต่มี ‘สื่อ’ บางสำนัก ที่ยอมขายวิญญาณเพื่อแลกกับตัวเลขเรตติ้งก้อนโต และเงินปิดปากมหาศาลจากผู้ทรงอิทธิพล"
ภัทรหุบยิ้มฉับพลัน แววตาที่เคยพินيพิถัดเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นทันที บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาทั้งสามคนตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด ไดอะล็อกและการปะทะคารมดำเนินไปอย่างดุเดือดในพื้นที่แคบๆ ของไซต์งานที่มืดมิด
"พูดจาให้มันระวังปากหน่อยนะ ธันวา คุณมีหลักฐานอะไรมากล่าวหาผม" ภัทรเค้นเสียงลอดไรฟัน สีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ
"หลักฐานน่ะเหรอครับ?" ธันวาก้าวเข้าไปประชิดตัวภัทรอีกก้าว จนระยะห่างเหลือเพียงแค่คืบเดียว วิศวกรหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นที่ทำเอาบรรณาธิการหนุ่มถึงกับสันหลังวาบ "รอยนิ้วมือบนแฟ้มเอกสารลับที่ถูกฉีกทิ้งในถังขยะรอบนอก หรือจะเป็นประวัติการโอนเงินจากบัญชีลับเข้าสู่บริษัทนายหน้า... คุณอยากให้ผมงัดหลักฐานชิ้นไหนมาโชว์บนหน้าหนึ่งก่อนดีล่ะครับ"
รินรดากลั้นหายใจ เธอมองแผ่นหลังกว้างของธันวาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งตกใจ โกรธแค้นภัทร และ... ความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ถูกที่ถูกโอบล้อมด้วยความปกป้องจากผู้ชายปากร้ายคนนี้
ภัทรขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มพลิกผันและตนเองตกเป็นรองอย่างสมบูรณ์ ความอดทนของเขาขาดผึ่ง มือที่ถือแฟ้มเอกสารกระชับแน่นขึ้น ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด
"แกอยากรู้นักใช่ไหม!"
ภัทรตวัดแฟ้มในมือฟาดเข้าใส่หน้าธันวาเต็มแรง แต่ด้วยปฏิกิริยาอันรวดเร็วของวิศวกรหนุ่ม ธันวาเอี้ยวตัวหลบได้ทันอย่างหวุดหวิด พร้อมกับคว้าข้อมือของภัทรไว้แน่นแล้วบิดไขว้ไปด้านหลังด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แฟ้มเอกสารหลุดจากมือร่วงหล่นกระแทกพื้นคอนกรีตกระจายเกลื่อน
"โอ๊ย! ไอ้บ้า เอามือแกออกไปนะ!" ภัทรร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด พยายามดิ้นรนขัดขืนแต่สู้แรงของธันวาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"คนอย่างคุณ สมควรได้นอนคุยกับพื้นคอนกรีตเย็นๆ สักคืนนะครับ เผื่อสติมันจะกลับเข้าร่าง" ธันวาเอ่ยเสียงเย็นชา เตรียมจะกดตัวภัทรลงกับพื้นเพื่อรอเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เขากดเรียกผ่านระบบรักษาความปลอดภัยไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่ภัทรก้าวเข้ามา
ทว่า... ในวินาทีที่ความชุลมุนกำลังถึงขีดสุด รินรดากลับสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างที่หางตา
แฟ้มเอกสารที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้น... มีกระดาษแผ่นหนึ่งปลิวไปตามแรงลมที่พัดผ่านช่องระบายอากาศ และข้อความบนกระดาษแผ่นนั้น ทำให้หัวใจของนักข่าวสาวหล่นไปตาตุ่ม
มันไม่ใช่เอกสารโครงการก่อสร้าง แต่เป็นสำเนาบันทึกข้อตกลงลับ... ที่มีลายมือชื่อของ "คนใกล้ตัว" ของเธอเอง กำลังเซ็นอนุมัติรับเงินก้อนโตเพื่อแลกกับการบิดเบือนข่าวในอดีต!
รินรดานิ่งงัน ตัวชาดิก ลมหายใจสะดุดกึก ร่างบางเซถอยหลังไปชนกับเสาปูนโดยไม่รู้ตัว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า ปมในอดีตที่เธอพยายามตามหาความจริงมาตลอด... มันมีความจริงที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าซ่อนอยู่
ธันวาเหลือบเห็นอาการผิดปกติของรินรดา เขาปล่อยข้อมือภัทรทันทีแล้วรีบพุ่งเข้าไปหาร่างบางที่กำลังจะทรุดลงกับพื้น
"รินรดา! คุณเป็นอะไ..."
ยังไม่ทันที่ธันวาจะพูดจบประโยค แสงไฟฉุกเฉินดวงสุดท้ายในชั้นใต้ดินก็ดับพรึบลงพร้อมกัน ทิ้งให้พวกเขาทั้งสามคนจมดิ่งอยู่ในความมืดมิดสนิททันที และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากทางบันไดหนีไฟ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ทำให้เลือดในกายของธันวาและรินรดาเย็นเฉียบ
*"อยู่นิ่งๆ ทุกคน! ตำรวจล้อมไว้หมดแล้ว!"*
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง•ตอนที่ 9
กลิ่นอายของอันตราย
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นเซอร์หัวใจนายวิศวกรกับยัยนักเล่าข่าวสายดิ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!