"หยุดอยู่ตรงนั้น ถ้าไม่อยากให้โค้ดส่วนที่เหลือของคุณกลายเป็นเศษขยะในถังขยะรีไซเคิลของระบบ!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องแล็บเสมือนจริงที่กำลังสั่นคลอน เรนชะงักมือที่กำลังพิมพ์คำสั่งชุดสุดท้ายลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรม แสงสีฟ้าจากหน้าจอกระทบเข้ากับใบหน้าของเขา ทำให้เห็นแววตาที่กำลังเต้นเร่าด้วยความตื่นเต้นมากกว่าความหวาดกลัว
เขาหมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้ากับผู้บุกรุก คีรินยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ในมือขวาถือดาบเลเซอร์ที่กำลังสั่นไหวด้วยกระแสไฟฟ้าแรงสูง แสงสีครามจากตัวดาบสะท้อนให้เห็นแววตาที่เยือกเย็นดุจน้ำแข็งของหัวหน้ากองร้อยตรวจสอบระบบ ชุดเกราะสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟนีออนรอบข้างดูสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้
"มาเร็วกว่าที่คำนวณไว้สามนาทีสิบสองวินาทีนะ... คุณทหาร" เรนเอ่ยขึ้นพลางยักไหล่ ราวกับว่านี่ไม่ใช่การเผชิญหน้ากับความเป็นความตาย แต่เป็นการทักทายเพื่อนเก่าที่นัดกันไว้ที่ร้านกาแฟ "แล้วนั่นดาบเลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดเหรอครับ? ดูเหมือนการระบายความร้อนจะยังไม่ค่อยเสถียรนะ ผมแนะนำว่าถ้าปรับคลื่นความถี่อีกนิด แสงมันจะนิ่งกว่านี้นะ"
คีรินหรี่ตาลง เส้นผมสีเงินรวบตึงรับกับกรอบหน้าคมสันที่ดูเคร่งเครียดเกินวัย เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้จนเรนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเรื่องวิศวกรรม ผมมาที่นี่ในฐานะผู้ควบคุมกฎ คุณละเมิดโปรโตคอลความปลอดภัยระดับสูงสุดของระบบปฏิบัติการเซนทิเนล การกระทำของคุณทำให้โครงสร้างของโลกเสมือนสั่นคลอนไปถึงรากฐาน"
"นั่นคือมุมมองของคุณ" เรนลุกขึ้นยืน ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้คนทั้งคู่จ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร "แต่สำหรับผม มันคือการ 'ดีบั๊ก' ความเน่าเฟะที่พวกคุณสร้างขึ้นต่างหาก โลกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นกรงขัง แต่พวกคุณกลับพยายามล็อกมันด้วยบรรทัดคำสั่งที่ไร้หัวใจ"
"โลกต้องการระเบียบ ไม่ใช่คนอวดเก่งที่คิดว่าตัวเองเป็นพระเจ้า" คีรินตวัดดาบเลเซอร์ไปวางที่ข้างลำคอของเรน สัมผัสอุ่นร้อนจากใบมีดพลังงานทำให้เรนรับรู้ได้ถึงอันตรายที่แท้จริง "ส่งมอบรหัสผ่านรูทมาซะ แล้วผมจะพิจารณาผ่อนปรนโทษให้เป็นแค่การถูกลบความทรงจำแทนการถูกลบตัวตน"
เรนเลิกคิ้วมองใบมีดที่อยู่ห่างจากหลอดลมเพียงไม่กี่มิลลิเมตร เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกเกือบจะชิดกับชุดเกราะของอีกฝ่าย กลิ่นหอมจางๆ ของโอโซนและโลหะเย็นๆ ลอยแตะจมูก "การลบความทรงจำเหรอ? ก็น่าสนใจดี... แต่น่าเสียดายที่ผมไม่ใช่คนประเภทที่ยอมให้ใครมาเขียนบทชีวิตให้ง่ายๆ แบบนั้น"
ในจังหวะที่คีรินชะงักไปชั่วครู่เพราะความกล้าบ้าบิ่นของคนตรงหน้า เรนก็ใช้จังหวะที่หัวหน้ากองร้อยเผลอไผล ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้นก้องไปทั่วห้อง คีรินเบิกตากว้างเมื่อพบว่าดาบเลเซอร์ในมือของเขาเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นสีแดงฉาน และกลายเป็นเพียงก้อนข้อมูลที่แตกตัวเป็นพิกเซลหลากสีฟุ้งกระจายไปในอากาศ
"คุณทำอะไรลงไป!" คีรินตวาด พยายามคว้าดาบที่สลายตัวไป แต่มือของเขากลับทะลุผ่านความว่างเปล่า
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลย" เรนยิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนที่มองอยู่กระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ "ผมแค่เปลี่ยนค่าตัวแปรของดาบคุณให้กลายเป็น 'อาวุธประดับฉาก' แทนที่จะเป็น 'อาวุธสังหาร' ในเมื่ออาวุธของคุณไม่มีผล ผมว่าเรามาคุยกันแบบผู้ดีมีตระกูลที่ใช้สมองคุยกันดีกว่าไหมครับ?"
คีรินกัดฟันแน่น เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่พุ่งเข้ามาปะทะอกข้างซ้าย ความโกรธเคืองที่ควรจะมีกลับถูกแทนที่ด้วยความสับสนและความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ได้ เขาไม่เคยเจอใครที่รับมือกับเขาได้กวนประสาทและชาญฉลาดถึงเพียงนี้มาก่อน
"คุณคิดว่าชนะแล้วงั้นสิ?" คีรินก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ดึงเครื่องมือสื่อสารออกมาจากเอว แต่ทว่า... หน้าจอสีฟ้าที่ควรจะฉายแสงออกมากลับดำมืดสนิท
เรนหัวเราะเบาๆ "ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเตรียมตัวมาดี"
ทันใดนั้นเอง ผนังของห้องแล็บเสมือนจริงที่เคยเป็นสีขาวสะอาดตา กลับค่อยๆ แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ราวกับกระจกที่ถูกทุบ เผยให้เห็นห้วงอวกาศสีดำมืดมิดภายนอกที่มีตัวอักษรสีแดงเข้มจำนวนมหาศาลไหลบ่าลงมาราวกับน้ำตกสายเลือด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังระงมไปทั่วระบบ เหมือนกับว่ามีบางอย่างที่ใหญ่โตกว่าและอันตรายกว่ากำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการหลับใหล
คีรินหันไปมองท้องฟ้าจำลองที่กำลังวิปริต แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความหวาดหวั่นที่แท้จริง "นี่คุณ... คุณทำอะไรลงไป? คุณไม่ได้แค่ดีบั๊ก แต่นี่มันคือการทำลายไฟล์ระบบหลัก!"
เรนหุบยิ้มลง สีหน้าเปลี่ยนเป็นจริงจังในทันที เขามองไปที่หน้าต่างที่แตกสลายแล้วหันมามองคีริน สายตาของเขามีความอ่อนโยนฉายชัดอยู่เพียงชั่วครู่ก่อนจะหายไป "ผมไม่ได้ทำลายมัน... ผมแค่กำลังเปิดประตูบานใหม่ต่างหาก"
ทว่า ก่อนที่เรนจะได้พูดอะไรต่อ ประตูบานใหญ่ของห้องแล็บก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงมหาศาล ร่างเงาปริศนาในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมกับออร่าที่กดทับจนอากาศรอบข้างหนาแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ไม่ใช่แค่คีรินที่ชะงักไป แต่แม้แต่เรนเองก็ต้องถอยกรูดไปชนกับโต๊ะควบคุม
บุคคลนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เย็นเยียบและดวงตาที่เปลี่ยนสีไปมาเหมือนบั๊กในระบบค้าง ก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ทั้งเรนและคีรินต้องหยุดหายใจ
"ยินดีที่ได้พบกันนะ... 'ตัวต้นแบบ' ทั้งสอง"
หิมะแรกในโตเกียวหวังว่าเรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้นนี้จะทำให้คุณนักอ่านทุกท่านร่วมลุ้นไปกับเรนและคีรินจนวางไม่ลงนะคะ!
เซียนคีย์บอร์ดกับยอดอัจฉริยะไอที: ดีบั๊กหัวใจให้ลงล็อก•ตอนที่ 2
ทหารหนุ่มกับภารกิจไล่ล่า
ผลงานโดย หิมะแรกในโตเกียว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หิมะแรกในโตเกียว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนคีย์บอร์ดกับยอดอัจฉริยะไอที: ดีบั๊กหัวใจให้ลงล็อก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
