"ถ้าเจ้ายังคงคิดจะใช้แค่กำลังกล้ามเนื้อตีเหล็กชิ้นนี้ต่อล่ะก็ ต่อให้หอคอยแห่งนี้พังทลายลงมาทับหัวเราจนหมดลมหายใจ ดาบเล่มนี้ก็ไม่มีวันยอมรับเจ้าหรอกนะ... เซเรส"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของศาสตราจารย์เอลาร่าดังแทรกเสียงค้อนเหล็กกระทบกับทั่งตีสีส้มจ้าในห้องใต้ดินลับ แสงไฟจากเตาหลอมเวทมนตร์สะท้อนลงบนใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของเด็กหนุ่ม เซเรสหยุดมือลงชั่วขณะ ลมหายใจของเขาหอบถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะความเหนื่อยล้า แต่ดวงตาสองข้างกลับไม่ได้แสดงความท้อถอยออกมาแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับทอประกายความดื้อรั้นและมุ่งมั่นอย่างที่หญิงสาวคุ้นเคยดี
เซเรสใช้หลังมือปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นออกมาในความเย็นยะเยือกของห้องใต้ดินที่โครงสร้างหอคอยเริ่มส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับกระดูกที่กำลังจะแตกหัก—นี่คือความจริงอันโหดร้ายของหอคอยเวทมนตร์ที่ล่มสลายลงทุกนาที พื้นที่ด้านบนเริ่มสั่นสะเทือน เศษปูนขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงมาจากเพดานเป็นระยะ แต่ความสนใจทั้งหมดของเซเรสกลับถูกดึงดูดไว้ด้วยก้อนโลหะสีนิลประหลาดที่วางอยู่บนทั่ง มันไม่ใช่เหล็กธรรมดา แต่เป็น 'แร่สุริยันดารา' แร่หายากที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์ในตัว แต่มันสามารถดูดซับและกักเก็บพลังงานเวทมหาศาลไว้ภายในได้อย่างบ้าคลั่ง
"ผมไม่ได้ใช้แค่กำลังหรอกครับ ศาสตราจารย์" เซเรสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเด็กหนุ่ม "ผมกำลังเจรจากับมันต่างหาก"
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินภายใต้กรอบแว่นบางมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ตั้งแต่รับเซเรสเข้ามาเป็นศิษย์ผู้ช่วยในหอคอยแห่งนี้ เด็กหนุ่มผู้ไร้ซึ่งพลังเวทในกระแสเลือดคนนี้ มักจะมีวิธีมองโลกและแก้ไขปัญหาที่อยู่นอกเหนือตำราเรียนเวทมนตร์เล่มไหนๆ เสมอ เขาใช้ดาบแทนเวท ใช้หยาดเหงื่อและมันสมองแทนการร่ายคาถาบทใหญ่โต และที่สำคัญที่สุด... เขากำลังสร้างสิ่งที่จะเปลี่ยนกฎเกณฑ์ทั้งหมดของหอคอยหลังนี้ไปตลอดกาล
"เจรจางั้นหรือ? กับก้อนโลหะที่พร้อมจะระเบิดใส่หน้าเจ้าได้ทุกเมื่อเนี่ยนะ" เอลาร่าถอนหายใจยาว แต่อดไม่ได้ที่จะก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทขยับเข้าประชิดเพื่อตรวจสอบความร้อนของเตาหลอม "ถ้าพลังเวทที่เจ้าดึงมาจากวงแหวนเวทด้านนอกเกิดความไม่เสถียรขึ้นมา แม้แต่เศษกระดูกของเจ้าก็จะไม่เหลือให้เก็บนะ เซเรส"
"ผมรู้ครับ... และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงต้องการความช่วยเหลือจากคุณ" เซเรสเงยหน้าขึ้นสบตาเอลาร่าตรงๆ สายตาของเด็กหนุ่มไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความไว้วางใจอย่างเต็มเปี่ยม "วงแหวนเวทป้องกันรอบเตาหลอมนี้ ผมคำนวณสัดส่วนพลังงานพลาดไปสามเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมตีดาบลงไปในจังหวะที่สาม แรงดันย้อนกลับจะทำลายโครงสร้างของดาบในทันที... แต่ถ้าคุณช่วยใช้เวทมนตร์สายลมควบคุมแรงอัดอากาศรอบตัวผมไว้แค่วินาทีเดียว..."
เอลาร่ามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่กั้นของเด็กหนุ่ม นางเห็นเงสะท้อนของความเด็ดเดี่ยวในนั้น หัวใจภายใต้หน้าอกด้านซ้ายกระตุกวูบอย่างประหลาด นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเอาชีวิตเข้าแลกไปพร้อมกับเด็กคนนี้ แต่ทุกครั้งที่เขาเอ่ยปากขอความช่วยเหลือด้วยรอยยิ้มมั่นใจแบบนี้ มันทำให้เธอปฏิเสธไม่ลงทุกที
"เจ้ามนุษย์ตัวแสบ..." เอลาร่าพึมพำเบาๆ พร้อมกับสะบัดข้อมือเรียวงาม วงเวทสีฟ้าครามปรากฏขึ้นกลางอากาศรอบตัวของเซเรสทันที ไอเย็นยะเยือกแผ่กระจายออกไปเพื่อหักล้างกับความร้อนระอุของเตาหลอม "อย่าทำให้ฉันต้องเสียแรงเปล่าก็แล้วกัน ถ้าดาบเล่มนี้หักคามือ ฉันจะหักเงินเดือนเจ้าสามเดือนรวด"
"รับทราบครับท่านศาสตราจารย์" เซเรสยิ้มรับ มือขวาที่กำด้ามค้อนเหล็กกระชับแน่นขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องใต้ดินราวกับถูกแช่แข็ง เสียงครูดคราดของหอคอยด้านบนที่กำลังทรุดตัวลงเงียบหายไปจากโสตประสาทของเซเรส เหลือเพียงเสียงหัวใจเต้นโครมครามของตนเองและเสียงกระแสเวทมนตร์ที่ไหลวนอยู่ในอากาศ เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก
*จังหวะแรก...* ค้อนเหล็กพุ่งลงกระทบก้อนแร่สุริยันดาราดังสนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสีทองสาดกระเซ็นไปทั่วทิศทาง แรงสะท้อนมหาศาลตีกลับมาที่แขนขวาจนกล้ามเนื้อปูดโปนและเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างน่ากลัว
*จังหวะที่สอง...* เซเรสหมุนตัวครึ่งรอบ ใช้แรงเหวี่ยงจากลำตัวผสานกับน้ำหนักของค้อนทุบลงไปซ้ำที่จุดเดิม รอยร้าวสีม่วงเข้มปรากฏขึ้นบนเนื้อโลหะ มันคือพลังเวทที่อัดแน่นอยู่ภายในที่กำลังพยายามหาทางระเบิดออกมา!
"ตอนนี้แหละ เอลาร่า!"
สิ้นเสียงตะโกนของเซเรส เอลาร่าไม่รอช้า ฝ่ามือเรียวบางกดลงบนพื้น แรงลมมหาศาลหมุนวนเป็นพายุขนาดย่อมตรึงก้อนโลหะและตัวเซเรสไว้ให้อยู่ในศูนย์กลาง แรงอัดอากาศบีบอัดความร้อนและพลังเวทที่กำลังจะปะทุให้ไหลย้อนกลับเข้าไปหลอมรวมกับเนื้อเหล็กด้วยความเร็วสูง
และในวินาทีสุดท้าย... จังหวะที่สามที่เดิมทีควรจะพังทลายทุกอย่าง เซเรสไม่ได้ใช้ค้อนทุบลงไปตรงๆ อีกต่อไป แต่เขาพลิกหัวค้อนให้ด้านแบนราบกดทับลงบนคมดาบที่เริ่มขึ้นรูป ร่างกายของเด็กหนุ่มเปล่งแสงสีขาวจางๆ ออกมา—มันคือพลังแห่งจิตวิญญาณและความตั้งใจอันแน่วแน่ที่ถูกถ่ายทอดผ่านสัญชาตญาณนักรบโดยแท้
*ฉับพลัน!*
แสงสว่างวาบเจิดจ้าจนแสบตาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานห้อง ใต้แสงนั้น ร่างของดาบเล่มใหม่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน มันเป็นดาบยาวสไตล์อัศวินที่มีความยาวพอเหมาะ ตัวใบดาบเป็นสีดำสนิทราวกับรัตติกาล แต่ตรงกลางคมดาบกลับมีเส้นสายอักขระเวทสีทองเรืองแสงวิ่งระยิบระยับราวกับดวงดาวในกาแล็กซี ความพิเศษของมันคือ ไม่มีมานาไหลเวียนอยู่ภายในตามธรรมชาติ แต่มันถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ 'ดูดกลืน' และ 'สะท้อน' เวทมนตร์ของศัตรูทุกชนิดกลับไปเป็นร้อยเท่า!
เซเรสหอบหายใจหนักหน่วง ร่างกายทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นห้องโดยมีดาบเล่มใหม่ปักค้ำยันร่างเอาไว้ มือขวาสั่นเทาจนแทบจับอะไรไม่ไหว แต่ริมฝีปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
เอลาร่าก้าวเข้าไปใกล้ ลมหายใจของเธอก็ติดขัดเช่นกันเมื่อได้เห็นผลงานตรงหน้า ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความทึ่ง "นี่มัน... อาวุธที่ขโมยพลังเวทมาเป็นของตัวเอง... เจ้าตั้งชื่อมันว่าอะไรล่ะ เซเรส?"
เซเรสเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาว รอยยิ้มมั่นใจปรากฏบนใบหน้าที่เปื้อนเขม่าควัน "ผมยังไม่ได้คิดหรอกครับ... แต่บางที เราอาจจะต้องรีบใช้มันเร็กว่าที่คิด"
น้ำเสียงของเซเรสที่เปลี่ยนไปทำให้เอลาร่าขมวดคิ้ว นางหันขวับไปมองที่ประตูทางเข้าห้องใต้ดินลับ ซึ่งบัดนี้รอยร้าวบนผนังหินแกรนิตหนาเตอะกำลังขยายตัวออกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่แผ่พุ่งเข้ามาจากเบื้องบน แรงกดดันที่คุ้นเคย... แรงกดดันระดับภัยพิบัติที่พวกเขากำลังตามหาต้นตอมาตลอด
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ดังสะท้อนเข้ามาใกล้ทุกที และก่อนที่เอลาร่าจะได้ร่ายคาถาป้องกันตัว ประตูหินหนักสามตันก็ระเบิดออกเป็นจุล เศษหินกระจายว่อน ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบและฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะโบราณที่ควรจะหลับใหลอยู่ชั้นลึกที่สุดของหอคอย ก็ก้าวเท้าพ้นธรณีประตูออกมา ดวงตาสองข้างภายใต้หมวกเหล็กส่องประกายแสงสีแดงฉานจ้องตรงมาที่เซเรสและเอลาร่า
และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเซเรสแทบหยุดเต้น ไม่ใช่เพราะความน่ากลัวของร่างตรงหน้า...
แต่เป็นเพราะดาบในมือของอัศวินปริศนานั้น... มีลักษณะและรอยตำหนิเหมือนกับดาบที่เขาเพิ่งสร้างขึ้นมาเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
"ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย ผู้สืบทอดแห่งความว่างเปล่า..." เสียงแหบพร่าราวกับมาจากก้นบึ้งของนรกดังลอดออกมาจากหมวกเหล็กนั้น
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในทุกๆ บททดสอบนะครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 21
ดาบที่ถูกอาบด้วยเวท
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!