กลิ่นคาวสนิมเหล็กและละอองมานาสีม่วงเข้มคละคลุ้งไปทั่วบริเวณโถงบูรพาของหอคอยที่สาม เพดานหินแกรนิตโบราณสั่นสะเทือนจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาดั่งหิมะมรณะ เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรกลายพันธุ์ดังสะท้อนก้องกังวาน บ่งบอกถึงเวลาที่หอคอยแห่งนี้กำลังจะล่มสลายลงอีกหนึ่งชั้นอย่างเต็มที
"เซเรส! แนวป้องกันทางซ้ายกำลังจะแตกแล้ว!"
เสียงตะโกนอย่างร้อนรนของเพื่อนร่วมชั้นดังแทรกเสียงคำรามของความโกลาหล เซเรส กวาดสายตาคมกริบประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยแผลถลอกและคราบเหงื่อไคลจากการต่อสู้มาร่วมชั่วโมง แต่แววตาของเด็กหนุ่มผู้ไร้พลังเวทมนตร์กลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากระชับดาบเหล็กกล้าในมือแน่น แรงสั่นสะเทือนจากด้ามดาบส่งตรงเข้าสู่ฝ่ามือ เป็นสัญญาณเตือนจาก "ระบบสนับสนุน" ที่ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าในรูปแบบหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้า
[ แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งผิดปกติระดับภัยคุกคาม 'เงาพิศวง' จำนวนสามสิบตน ]
[ เงื่อนไขพิเศษ: ประสานพลังกับสหายร่วมรบเพื่อทะลวงขีดจำกัด ]
"พวกเราถอยไม่ได้เด็ดขาด" เซเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง เขาสบตากับเพื่อนพ้องอีกสามคนที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่อยู่เบื้องหลัง นี่ไม่ใช่การสอบปฏิบัติธรรมดา แต่มันคือความเป็นความตายที่หอคอยกำลังทดสอบพวกเขา
ท่ามกลางสถานการณ์อันคับขัน ศาสตราจารย์เอลาร่าปรากฏตัวขึ้นที่ระเบียงชั้นบนสุด สายตาคู่คมที่มักจะเย็นชาและซ่อนความลับไว้มากมายทอดมองลงมายังเซเรส นางไม่ได้เอ่ยปากช่วยเหลือโดยตรง แต่รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากนั้นสื่อความนัยอย่างชัดเจน— *'แสดงให้ฉันเห็นสิว่าเธอเติบโตไปถึงไหนแล้ว เซเรส'*
"เอาล่ะ ทุกคน จำแผนที่เราซ้อมกันไว้ได้ใช่ไหม?" เซเรสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นแบบลูกผู้ชายที่ร่วมสุขร่วมทุกข์กันมาเนิ่นนาน
"หึ ใครจะยอมให้พวกมันมาเหยียบหน้าหอคอยที่เรานอนอ่านหนังสือกันทุกคืนเล่า!" เพื่อนร่วมทีมคนสนิทหัวเราะในลำคอ แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด แต่มิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพวกเขากลับหลอมรวมเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเวทมนตร์บทใดๆ
สิ้นเสียงคำราม เซเรสพุ่งทะยานออกไปข้างหน้าเป็นคนแรก ไร้ซึ่งพลังเวทเวทมนตร์ ไร้ซึ่งบทสวดคาถา มีเพียงวิชาดาบที่ขัดเกลามานับร้อยนับพันครั้งและความร่วมมืออันไร้รอยต่อกับสหายร่วมรบ คนหนึ่งร่ายเวทสนับสนุนเพื่อเพิ่มความเร็ว อีกคนสร้างบาคาร่าป้องกันจากด้านหลัง ส่วนเซเรสคือคมดาบที่พุ่งทะลวงใจกลางศัตรู
การประสานพลังครั้งนี้งดงามและดุดัน ละอองมานาผสานเข้ากับประกายไฟจากคมดาบของเซเรส กวาดล้างเงาพิศวงให้สลายหายไปทีละตน สัมผัสแห่งชัยชนะและความเหนื่อยล้าหลอมรวมกันจนเกิดเป็นความปีติของการเติบโต
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเริ่มกลับคืนสู่โถงบูรพา เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูกสันหลัง
[ แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจลับระดับ SSS 'รากเหง้าแห่งความล่มสลาย' เริ่มต้นขึ้นอัตโนมัติ ]
[ คำเตือน: ตรวจพบการตื่น ∰ของสิ่งมีชีวิตโบราณใต้รากฐานหอคอย ผู้ดูแลระบบฉุกเฉินกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดของคุณ ]
พื้นเบื้องล่างแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเงาสะท้อนร่างเงาสูงตระหง่านที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติ—ร่างนั้นสวมชุดเกราะโบราณที่คุ้นตาอย่างประหลาด และที่น่าตกใจที่สุดคือ มันถือดาบเล่มเดียวกับที่เซเรสกำลังถืออยู่!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 22
มิตรภาพในสนามรบ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!