ประกายไฟจากการปะทะกันระหว่างคมดาบพุ่งกระจายราวกับหิ่งห้อยยามวิกาล แรงสะเทือนจากการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวกلاลั่นสะท้อนไปทั่วโถงกลางของหอคอยที่กำลังพังทลาย พื้นหินแกรนิตเบื้องล่างแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นห้วงเหวลึกสีครามที่ส่งเสียงคำรามราวกับสัตว์ป่าหิวกระหาย และท่ามกลางเศษหินและฝุ่นควันหนาทึบ เงาสูงตระหง่านในชุดเกราะโบราณก็ก้าวออกมา มันถือดาบเล่มเดียวกับที่เซเรสกำลังถืออยู่ในมือขวา—ดาบที่ไม่มีอักขระเวทมนตร์ใดๆ ประดับ แต่กลับแผ่รังสีแห่งการฆ่าฟันที่ทำให้ลมหายใจสะดุด
"เซเรส! ถอยออกมา!"
เสียงตะโกนของศาสตราจารย์เอลาร่าดังลั่นแข่งกับเสียงถล่มของโครงสร้างหอคอย นางไม่ได้ยืนมองอยู่ห่างๆ อย่างเคย ทว่าร่างเพรียวบางในชุดคลุมสีดำสนิทกลับพุ่งทะยานเข้ามาขวางกั้นระหว่างเด็กหนุ่มกับเงาลึกลับนั้นอย่างไม่ลังเล ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้เสมอ บัดนี้กลับเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก—ความตื่นตระหนกที่เซเรสไม่เคยเห็นมาก่อนตลอดเวลาที่ได้ร่วมงานกับนาง
"ศาสตราจารย์..." เซเรสกัดฟันแน่น มือที่กำด้ามดาบสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงกดดันมหาศาลจากตัวตนตรงหน้า "มันคืออะไรกันแน่ ทำไมมันถึง... มีดาบเหมือนผม?"
เงาในชุดเกราะโบราณไม่ตอบคำถาม มันเพียงแค่เงยศีรษะขึ้น เผยให้เห็นช่องว่างมืดมิดใต้หมวกเหล็กที่ไร้ซึ่งใบหน้า มีเพียงดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่จ้องมองมายังเอลาร่าราวกับมีความแค้นสะสมมานานนับพันปี
เอลาร่าสูดหายใจเข้าลึก มือเรียวบางยกขึ้นปลดสร้อยคอรูปกางเขนเงินที่ซ่อนอยู่ใต้สาบเสื้อออกอย่างเด็ดเดี่ยว ทันทีที่สร้อยเส้นนั้นถูกสัมผัส ออร่าสีเงินยวงก็ระเบิดออกจากร่างของอาจารย์สาวราวกับคลื่นกระแทก จนเซเรสต้องยกแขนขึ้นบังเศษฝุ่นที่กระเด็นใส่
"เจ้า... หลุดพ้นมาจากพันธนาการแห่งกาลเวลานั้นได้อย่างไร" เอลาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว นางหันกลับมามองเซเรสเพียงเสี้ยววินาที สายตานั้นสื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าคำพูดใดๆ "เซเรส ฟังฉันนะ... สิ่งที่เจ้ากำลังเห็นอยู่นี้ ไม่ใช่ปีศาจ และไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มันคือ 'ต้นกำเนิด' ของวิชาดาบที่เจ้ากำลังถือครองอยู่"
"ต้นกำเนิด... หมายความว่ายังไงครับ?" เซเรสถามสวนทันที หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองศึก
"เพราะฉันคือคนสร้างมันขึ้นมายังไงล่ะ"
น้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นของเอลาร่าดังแทรกเสียงถล่มของหอคอย นางก้าวเท้าออกไปข้างหน้า ดาบเวทมนตร์ประจำตัวของอาจารย์สาวที่ปกติจะเปล่งแสงสีฟ้าคราม บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งร่องรอยของพลังเวทธาตุใดๆ—มันคือ 'ดาบไร้เวท' เช่นเดียวกับเซเรส!
เซเรสเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองของเด็กหนุ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว ตลอดเวลาที่ผ่านมา เอลาร่าคือจอมเวทอัจฉริยะผู้ควบคุมเวทมนตร์ระดับสูงได้อย่างไร้ที่ติ นางคือนักวิชาการผู้ทรงเกียรติแห่งหอคอยเวทมนตร์ แต่ภาพที่เห็นในตอนนี้... ทักษะการยืน การวางศูนย์ถ่วงน้ำหนัก และวิถีการจับดาบของอาจารย์สาว มันคือรูปแบบการต่อสู้ของ 'อัศวินสายกายภาพ' อย่างแท้จริง อัศวินผู้ไม่พึ่งพามานาแม้แต่น้อย
"ศาสตราจารย์... หรือว่าท่าน..."
"ใช่" เอลาร่ากล่าวตัดบท ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังเงาเบื้องหน้า "ในอดีต ก่อนที่หอคอยแห่งนี้จะถูกสร้างขึ้น และก่อนที่เวทมนตร์จะกลายเป็นกฎเกณฑ์เดียวของโลก... ฉันเคยเป็น 'อัศวินแห่งภาคีโลหิตคราม' อัศวินคนสุดท้ายผู้ปฏิเสธการใช้มานา และเป็นผู้ใช้ดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสงครามโบราณ"
ราวกับเวลาหยุดเดิน เสียงลมที่พัดผ่านรอยแยกของหอคอยเงียบลงชั่วขณะ เซเรสรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ข้อมูลมหาศาลไหลบ่าเข้ามาในหัว ชิ้นส่วนปริศนาของหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาทีเริ่มต่อเข้าหากันอย่างช้าๆ เหตุผลที่เอลาร่าคอยปกป้องเขามาตลอด เหตุผลที่นางเข้าใจความยากลำบากของคนไร้พรสวรรค์อย่างเขาดีกว่าใคร... ทั้งหมดเป็นเพราะนางคือผู้ร่วมเส้นทางเดียวกันในอดีตนั่นเอง
แต่ก่อนที่เซเรสจะได้เอ่ยถามอะไรเพิ่มเติม เงาสวมเกราะโบราณก็พุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายตาจะจับทัน!
*เคร้ง!*
ประกายไฟสว่างวาบยิ่งกว่าฟ้าผ่า เอลาร่าใช้ดาบสีเงินรับการโจมตีนั้นไว้ได้ทันท่วงที แรงกระแทกจากการปะทะทำให้พื้นหอคอยรอบตัวยุบตัวลงไปอีกหลายเมตร ร่างของอาจารย์สาวไถลถอยหลังไปหลายก้าว รอยย่นบนหน้าผากบ่งบอกถึงความยากลำบากในการรับมือกับคู่ต่อสู้รายนี้
"เซเรส! อย่ามัวแต่ยืนอึ้ง!" เอลาร่าตะโกนลั่นขณะที่แขนเรียวเริ่มสั่นเทา "ดาบเล่มนั้น... มันกำลังทดสอบเจ้าอยู่! ถ้าเจ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเจ้าคู่ควรกับวิถีอัศวิน ทั้งฉัน ทั้งเจ้า และหอคอยแห่งนี้ จะต้องถูกกลืนหายไปในห้วงมิติเวลา!"
เซเรสสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด ความลังเลทั้งหมดถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ในฐานะเด็กหนุ่มผู้ถูกตราหน้าว่าไร้พรสวรรค์มาตลอดชีวิต เขาเรียนรู้มานานแล้วว่า ไม่มีปาฏิหาริย์ใดเกิดขึ้นกับคนที่เอาแต่รอคอย มีเพียงการลงมือทำด้วยสองมือของตนเองเท่านั้นที่จะเปลี่ยนชะตากรรมได้
เด็กหนุ่มก้าวเท้าไปข้างหน้า ทิ้งน้ำหนักตัวลงบนขาข้างที่ถนัด มือทั้งสองข้างกำด้ามดาบแน่นจนข้อต่องอขาว ไร้ซึ่งมานา ไร้ซึ่งเวทมนตร์เสริมพลัง มีเพียงสัญชาตญาณ ประสบการณ์ และจิตวิญญาณอันแน่วแน่ของนักสู้
"ผมไม่สนหรอกนะว่าคุณจะเป็นใครมาจากอดีต..." เซเรสพึมพำกับตัวเองขณะพุ่งร่างเข้าสู่รัศมีการโจมตี ดาบในมือตวัดออกไปเป็นเส้นโค้งที่งดงามและทรงพลัง "แต่ถ้าคุณคือจุดเริ่มต้นของผม... ผมนี่แหละที่จะเป็นคนเขียนจุดจบให้มันเอง!"
คมดาบทั้งสองเล่มปะทะกันอย่างจังกลางอากาศ เกิดคลื่นกระแทกสีเงินบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง ทะลุกำแพงหอคอยจนพังทลายลงมาเป็นแถบๆ และในวินาทีที่ดาบของเซเรสเฉือนผ่านเกราะโบราณจนเกิดรอยร้าว เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในโสตประสาทของเด็กหนุ่มอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบเงื่อนไขลับสมบูรณ์: ผู้เล่น 'เซเรส' ได้รับการยอมรับจาก 'จิตวิญญาณแห่งปฐมกาล']
[ปลดล็อกคลาสลับระดับสูงสุด: 'ราชันอัศวินไร้บัลลังก์' (Uncrowned Knight King)]
[คำเตือนระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของหอคอยชั้นที่ 50—ร่างต้นแบบของศัตรูกำลังทำการเชื่อมต่อจิตสำนึกกับตัวท่าน... และบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่ากำลังลืมตาตื่นขึ้นจากใต้พื้นพิภพเบื้องล่างแล้ว]
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
***
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 23
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!