"ถ้าสภาเวทมนตร์สูงส่งตัวผู้ตรวจสอบมาเพื่อกดดันให้พวกเราปิดหอคอยนี้... ทางออกเดียวที่ท่านทำได้ในฐานะอาจารย์ใหญ่ คงไม่ใช่การก้มหัวรับคำสั่งหรอกใช่ไหมครับ"
น้ำเสียงของเซเรสดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมลับชั้นบนสุดของหอคอย แรงกดดันจากอาคมเกราะป้องกันที่ถูกกางไว้รอบห้องสั่นไหวเล็กน้อยตามอารมณ์ของผู้ร่าย เอกสารราชการตราประทับทองคำนับร้อยฉบับกองระเกะระกะอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ สะท้อนถึงวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ที่กำลังคืบคลานเข้ามาเล่นงานสถาบันแห่งนี้ โรงเรียนเวทมนตร์ที่กำลังล่มสลายลงทุกนาทีตามชื่อเรียกขาน กำลังเผชิญหน้ากับการตัดสินประหารชีวิตจากเบื้องบน
ศาสตราจารย์เอลาร่าชะงักมือที่กำลังจรดปากกาขนนก ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยภายใต้กรอบแว่นโลหะเงยขึ้นสบตาเด็กหนุ่มผู้ไร้พรสวรรค์ เธอไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่เลือกที่จะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม ถอนหายใจแผ่วเบาเพื่อระบายความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายคืน
"เจ้าเด็กนี่... พูดจาpowered by ความอาจหาญเกินไปแล้วนะ เซเรส" เอลาร่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากอย่างยากจะคาดเดา "รู้ไหมว่าการปฏิเสธคำสั่งจากสภาเวทมนตร์สูง เท่ากับการประกาศสงครามกับขุนนางครึ่งสภา และจอมเวทระดับปรมาจารย์อีกนับร้อยที่จ้องจะฮุบโบราณสถานแห่งนี้ไปค้นคว้าวิจัย"
"ผมทราบดีครับ... แต่ถ้าเรายอมจำนน หอคอยที่พวกเราช่วยกันประคับประคองไม่ให้มันพังทลายลงมาก็จะกลายเป็นแค่เศษซากประวัติศาสตร์ และความลับเรื่องที่มาของผม รวมถึงเงื่อนงำการหายตัวไปของอดีตอาจารย์ใหญ่ ก็จะถูกฝังกลบไปตลอดกาล" เซเรสกล่าวตอบด้วยแววตาที่แน่วแน่ เขาขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานเล็กน้อย ฝ่ามือหนากร้านจากการจับด้ามดาบวางลงบนขอบโต๊ะอย่างมั่นคง "เราไม่ได้สู้เพื่อชื่อเสียงของโรงเรียนอย่างเดียว แต่เราสู้เพื่อทางรอดของพวกเราทุกคนครับ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นอีกระดับ เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากกำลังดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท แต่มันไร้ซึ่งความเคารพอย่างสิ้นเชิง เพราะทันทีที่สิ้นเสียงเคาะ ประตูบานคู่แกะสลักลวดลายโบราณก็ถูกผลักเปิดออกด้วยพลังเวทมนตร์รุนแรง จนบานประตูเกือบกระแทกเข้ากับผนังห้อง
ร่างของชายวัยกลางคนในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ปักดิ้นทองระยิบระยับสัญลักษณ์แห่งสภาเวทมนตร์สูงก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าเรียบตึงไร้รอยยิ้ม ดวงตาคู่เล็กมองกราดไปทั่วห้องด้วยความดูแคลน ก่อนจะหยุดอยู่ที่ศาสตราจารย์เอลาร่าและเซเรส
"ดูเหมือนว่าการเจรจานอกรอบคงไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้วสินะครับ ศาสตราจารย์เอลาร่า" เสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้น พร้อมกับที่จอมเวทผู้ติดตามอีกสี่คนเดินตามเข้ามาปิดล้อมทางออก "ในนามของตัวแทนสภาเวทมนตร์สูง ข้าพเจ้า 'ลูเซียน โวลแทร์' ขอประกาศคำสั่งถอดถอนอำนาจบริหารทั้งหมดของท่าน และสั่งอายัดหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ทันที เนื่องจากพบความผิดปกติทางด้านพลังงานที่อาจเป็นภัยต่ออาณาจักร"
เอลาร่ายังคงนิ่งสงบ เธอวางปากกาขนนกกลิ้งลงบนแท่นวางอย่างใจเย็น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันระดับมหาเวทถูกปล่อยออกมาจากร่างเพรียวบางโดยไม่ต้องร่ายคาถา ทำเอาเหล่าผู้ติดตามของลูเซียนถึงกับหน้าซีดเผือดและต้องก้าวถอยหลังไปคนละก้าว
"การอายัดหอคอยจำเป็นต้องมีมติเอกฉันท์จากสภาเจ็ดคน ไม่ใช่คำสั่งปากเปล่าจากสุนัขรับใช้ที่ถูกส่งมาเก็บกวาดผลประโยชน์แบบคุณหรอกนะ ท่านลูเซียน" เสียงของเอลาร่าเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีด
ลูเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "ปากกล้าดีนี่... แต่เกรงว่าหลักฐานชิ้นใหม่ที่พวกเราเพิ่งค้นพบในชั้นใต้ดิน จะทำให้ท่านไม่มีโอกาสได้แก้ตัวในสภาหรอก!"
เขายื่นมือขวาที่สวมแหวนเวทมนตร์ศิลาสีแดงก่ำออกไป กลางอากาศปรากฏภาพฉายเวทมนตร์ (Projection) เป็นบันทึกภาพเหตุการณ์บางอย่างที่ถูกบันทึกไว้ด้วยพลังเวทสะกดรอย ภาพนั้นแสดงให้เห็นพลังงานสีดำทมิฬที่ไหลเวียนอยู่ใต้รากฐานของหอคอย ซึ่งเป็นพลังงานชนิดเดียวกันกับที่เซเรสเคยใช้ในการต่อสู้ครั้งก่อน
เซเรสขมวดคิ้วแน่นทันที เขารู้ดีว่าพลังนั้นคืออะไร มันคือร่องรอยของ "ความว่างเปล่า" ที่หลงเหลืออยู่จากอดีต แต่การที่มันถูกนำมาบิดเบือนว่าเป็นภัยคุกคามที่ถูกควบคุมไว้โดยไร้ความรับผิดชอบ นั่นคือแผนการใส่ร้ายป้ายสีอย่างชัดเจน
"พวกคุณจงใจตัดต่อทิศทางพลังงาน..." เซเรสเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา "เพื่อสร้างข้ออ้างในการยึดครองศิลาอัคคีโบราณที่อยู่ชั้นใต้ดินสินะครับ"
ลูเซียนหันขวับมามองเด็กหนุ่มด้วยสายตารังเกียจ "สามหาม! เจ้าเด็กไม่มีเวทมนตร์ ไร้ค่าที่อาศัยเศษบุญของหอคอยซุกหัวนอน มีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐ! ควบคุมตัวมันไว้ แล้วรื้อค้นหอคอยแห่งนี้ให้พลิกคว่ำ ถ้าขัดขืน... ใช้กำลังประหารได้ทันที!"
สิ้นคำสั่ง จอมเวทผู้ติดตามทั้งสี่คนก็ร่ายเวทมนตร์พร้อมกัน ลูกไฟสีฟ้าขนาดมหึมาและโซ่ตรวนเวทมนตร์พุ่งเข้าใส่เซเรสและเอลาร่าในเสี้ยววินาที
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่ตรงหน้า เซเรสกลับไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของนักดาบผู้ใช้ไหวพริบปรากฏขึ้น มือขวาของเขาตบลงที่กระเป๋าคาดเอวเบาๆ พร้อมกับที่ระบบสนับสนุนลึกลับส่งเสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเขาคนเดียว
[ติ๊ง! ตรวจพบสถานการณ์วิกฤตระดับ SSS: การปะทะกับตัวแทนสภาเวทมนตร์สูง]
[ปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษ: "วิถีดาบทะลวงเวท" (Anti-Magic Blade Technique) ชั่วคราว]
[เงื่อนไขสำเร็จ: ความพร้อมรบ 100%]
เซเรสชักดาบยาวออกจากฝักอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบอากาศดัง "กริ๊ง!" กังวานใส ประกายแสงสีเงินยววงอาบไล่ไปตามคมดาบ สะท้อนกับเปลวเพลิงสีฟ้าที่พุ่งเข้ามาใกล้
ฉับพลันนั้น ร่างของเซเรสก็หายวับไปจากจุดเดิมด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปจะมองทัน!
* * *
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในทุกๆ บททดสอบนะครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 20
การทูตที่ล้มเหลว
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!