บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 19

เสียงเพรียกจากอดีต

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"หากท่านยังดึงดันจะเปิดประตูบานนั้น... สิ่งที่จะสูญเสียไป ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคือวิญญาณทั้งดวงของเด็กคนนั้นครับ ศาสตราจารย์เอลาร่า" เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของหัวหน้าหอคอยวิจัยกลางดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทดลองใต้ดินชั้นที่เจ็ด แสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกมานาส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ยืนนิ่งสนิท ศาสตราจารย์เอลาร่าไม่ได้หันกลับไปมองคู่สนทนา ดวงตาสีอัมพันของเธอยังคงจ้องมองร่างของเด็กหนุ่มผมสีดำสนิทที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงหินศิลาเวทมนตร์ ลมหายใจของเซเรสสม่ำเสมอ แต่เม็ดเหงื่อกาฬที่ผุดพรายบนหน้าผากของเขากำลังบอกเล่าเรื่องราวความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใต้สำนึก เบื้องหน้าของเอลาร่าคือ "กระจกแห่งอดีต" สิ่งประดิษฐ์ต้องห้ามที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกที่สุดของหอคอยแห่งนี้ มันไม่ใช่กระจกธรรมดา แต่มันคือเครื่องมือถอดรหัสความทรงจำที่สะท้อนเศษเสี้ยววิญญาณของผู้ที่ถูกผูกพันด้วยพันธสัญญา "ท่านคิดว่าข้าไม่มีสิทธิ์รู้ความจริงอย่างนั้นหรือ... ผู้อำนวยการ" เอลาร่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียաբรุบ แต่สั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค นิ้วเรียวยาวของเธอสัมผัสลงบนขอบกระจกเย็นเฉียบ ความทรงจำที่ไหลย้อนกลับมาในหัวของเธอตอนนี้ ไม่ใช่ภาพของเธอเอง แต่มันคือภาพของเซเรส—เด็กหนุ่มผู้ไร้พรสวรรค์ที่เธอยอมเอาชื่อเสียงและตำแหน่งทั้งหมดในหอคอยเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาจากเงาอดีตที่กำลังไล่ล่า ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ก่อนที่จิตสำนึกของเอลาร่าจะถูกดึงดูดเข้าสู่นิมิตอันดำมืด เซเรสสะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกด้วยอาการหอบหายใจถี่กระชั้น อาการเจ็บแปลบที่กลางอกราวกับถูกของมีคมกรีดแทงทำให้เขาต้องกุมหน้าอกเสื้อไว้แน่น ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นในลานสายตาของเขาไม่ใช่ภาพหลอน แต่มันคือเสียงสะท้อนจากพลังงานแปลกปลอมที่พยายามแทรกแซงร่างไร้เวทมนตร์ของเขา [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นสมองผิดปกติจากภายนอก] [คำเตือน: จิตใต้สำนึกกำลังถูกเชื่อมโยงกับ 'เขตแดนต้องห้าม' ระดับความอันตราย: SSS] [ข้อเสนอแนะ: หลีกเลี่ยงการปะทะทางจิตทันที หรือเปิดใช้งานสกิล 'จิตวิญญาณเหล็กไหล' เพื่อต้านทาน] เซเรสกัดฟันแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือด ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาถึงต้นแขน ในฐานะคนที่ไม่มีมานาหล่อเลี้ยงร่างกาย การเผชิญหน้ากับการโจมตีทางจิตวิญญาณเช่นนี้เปรียบเสมือนการเดินอยู่บนเส้นด้ายเหนือเหวลึก เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สติหลุดลอยไปในตอนนี้ ความลับเรื่องชาติกำเนิดและเหตุผลที่เขาไร้ซึ่งพลังเวทอาจถูกเปิดเผย หรือแย่กว่านั้น... เขาอาจสูญเสียตัวตนไปตลอดกาล "แฮ่ก... นี่มัน... อะไรกันวะเนี่ย..." เซเรสพึมพำกับตัวเองขณะพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนของหอพัก ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เขากำลังพยายามควบคุมลมหายใจ ประตูห้องของเขาก็ถูกเปิดออกโดยไร้ซึ่งเสียง ศาสตราจารย์เอลาร่าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพของลูกศิษย์ "เซเรส... เจ้าเห็นมันใช่ไหม" เอลาร่าถามเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความกังวลที่เธอพยายามเก็บซ่อนมาตลอดหลายเดือน "อาจารย์..." เซเรสเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว แววตาของเขาสعดสะท้อนความเจ็บปวดผสมผสานกับความสงสัยใคร่รู้ "ผมเห็น... เมืองที่ถูกไฟแผดเผา ท้องฟ้าสีเลือด และ... ผู้หญิงคนหนึ่งที่หน้าตาคล้ายกับผมกำลังร้องไห้ท่ามกลางซากปรักหักพัง ภาพพวกนั้นมันคืออะไรกันแน่ครับ? ทำไมพอมันเข้ามาในหัว ผมถึงรู้สึกเหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ?" คำถามนั้นทำให้เอลาร่านิ่งงัดไป เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพที่เซเรสเห็น... มันคือภาพเดียวกับที่เธอเห็นในนิมิตของกระจกแห่งอดีตเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน นิมิตที่ดึงเอาความจริงอันโหดร้ายเมื่อสิบปีก่อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง ในนิมิตนั้น เอลาร่าเห็นตัวเธอเองในอดีต—ในชุดคลุมสีดำสนิทของหน่วยลาดตระเวนพิเศษแห่งอาณาจักร—กำลังอุ้มเด็กทารกคนหนึ่งวิ่งหนีตายท่ามกลางหิมะที่ย้อมไปด้วยเลือด เสียงคำรามของสัตว์อสูรระดับตำนานและเสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงมไปทั่ว แสงสีทองจากเวทมนตร์ทำลายล้างพุ่งผ่านศีรษะของเธอไปเฉียดฉิว และในอ้อมแขนนั้น ทารกน้อยผู้ไร้เดียงสา... คือเซเรส แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเอลาร่าแทบหยุดเต้นในนิมิตล่าสุดนี้ ไม่ใช่ความทรงจำของการหลบหนี แต่มันคือภาพที่เซเรสในวัยเด็กถูก "ผนึก" พลังเวททั้งหมดไว้ เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด และผู้ที่ทำพิธีผนึกนั้น... คือตัวเธอเอง "เซเรส... เจ้าฟังข้าให้ดีนะ" เอลาร่าก้าวเข้าไปใกล้เตียง ชandยยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเนียนของเด็กหนุ่ม ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอช่วยบรรเทาความหนาวเหน็บในอกของเซเรสลงได้เล็กน้อย "พลังที่เจ้าตามหามาตลอดชีวิต... พลังเวทที่เจ้าคิดว่าเจ้าขาดหายไป... มันไม่เคยสูญหายไปไหนเลย" เซเรสชะงัก นัยน์ตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้น "อาจารย์หมายความว่ายังไงครับ?" "มันถูกปิดตายไว้..." เอลาร่ากระซิบเสียงสั่น ดวงตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ไม่ให้ไหลริน "เพื่อปกป้องเจ้าจาก 'บางสิ่ง' ที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย... ข้าเป็นคนผนึกมันไว้เอง เซเรส ข้าคือคนที่ทำให้เจ้ากลายเป็นคนไร้พรสวรรค์ในสายตาของคนอื่น" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงทันที เสียงลมพัดหวีดหวิวผ่านหน้าต่างหอคอยราวกับเสียงกระซิบจากภูตผี เซเรสจ้องมองใบหน้าของอาจารย์สาว นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความสับสน ประหลาดใจ และคำถามมากมายที่อัดแน่นอยู่ในอก แต่ไม่มีความโกรธแค้นเจือปนอยู่ในแววตานั้นเลยแม้แต่น้อย ในฐานะลูกผู้ชายที่ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันในหอคอยที่ล่มสลายแห่งนี้ เซเรสเรียนรู้ที่จะมองลึกลงไปมากกว่าเหตุผลผิวเผิน เขารู้จักเอลาร่าดี—ผู้หญิงที่เย็นชาต่อคนทั้งโลก แต่กลับยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาครั้งแล้วครั้งเล่า "ถ้าอาจารย์ทำแบบนั้น... มันก็ต้องมีเหตุผลที่ดีที่สุดใช่ไหมครับ" เซเรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่น2คงอย่างน่าประหลาด เขายื่นมือออกไปกุมมือเรียวที่วางอยู่บนแก้มของเธอไว้เบาๆ "ผมไม่เคยโกรธอาจารย์เลยสักครั้ง... แต่ตอนนี้ ผมอยากรู้ความจริงทั้งหมด ไม่ใช่แค่เศษเสี้ยวความทรงจำในหัว" เอลาร่ามองการกระทำและแววตานั่นด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ความผูกพันที่ก้าวข้ามคำว่าศิษย์กับอาจารย์กำลังพ2สานหัวใจทั้งสองดวงเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น ทว่า ก่อนที่เอลาร่าจะได้เอ่ยปากบอกความลับที่เหลือ พื้นห้องใต้ดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง! *ครืนนน—!* เศษฝุ่นละอองร่วงหล่นลงมาจากเพดาน เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานทั่วทั้งหอคอยดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงกรีดร้องของนรกภูมิ หน้าจอโฮโลแกรมของระบบตรงหน้าเซเรสกระพริบถี่รัวด้วยข้อความเตือนภัยระดับวิกฤตสูงสุดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตนอกอาณาเขต] [เป้าหมาย: กำจัด 'ผู้สืบทอดแห่งพันธสัญญา' ที่อยู่ในพื้นที่] [คำเตือนสุดท้าย: ผู้บุกรุกมาถึงหน้าประตูห้องแล้ว... และมันไม่ใช่ใครอื่น] ประดานไม้บานหนาของห้องพักถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยพลังเวทมหาศาล แรงระเบิดจากแรงกระแทกทำให้ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เอลาร่าดึงตัวเซเรสมาไว้ด้านหลังทันทีพร้อมกับชักดาบเวทมนตร์ประจำตัวออกมาเปล่งประกายแสงสีทองเจิดจ้า ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ร่างเงาสوงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาทีละก้าว เสียงเกราะกระทบพื้นดัง *ก๊อก... ก๊อก...* ราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย และเมื่อเงาร่างนั้นก้าวพ้นกลุ่มควันออกมา แสงไฟสลัวก็กระทบเข้ากับใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น... ใบหน้าของบุคคลที่เซเรสคิดว่าตายไปแล้วจากหน้าประวัติศาสตร์ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในบทนี้นะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด -
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%