เงาสีดำสนิทที่ทาบทับอยู่เบื้องหน้าไม่ได้สะท้อนภาพของสัตว์ประหลาดจากขุมนรก แต่มันสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมและใบหน้าพิมพ์เดียวกันทุกระเบียบนิ้ว... ยกเว้นเพียงอย่างเดียว ดวงตาคู่นั้นไม่ได้เปล่งประกายความมุ่งมั่นแบบที่เซเรสมี แต่มันกลับว่างเปล่า เยียบเย็น และเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยของความพินาศ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉันอีกคน"
เสียงแหบพร่านั้นดังสะท้อนก้องอยู่ในห้วงจิตใต้สำนึก พื้นที่รอบตัวของหอคอยที่กำลังล่มสลายเริ่มบิดเบี้ยว เศษหินปูนและอักษรเวทมนตร์สีครามร่วงหล่นราวกับหิมะที่กำลังแตกสลาย เซเรสกัดฟันแน่นจนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในโพรงปาก มือขวาที่กำด้ามดาบสั้นไว้แน่นสั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เป็นเพราะระบบสนับสนุนในหัวของเขาเริ่มส่งเสียงเตือนระรัวจนหน้าจอโปร่งแสงสีแดงฉานกระพริบถี่
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานจิตวิญญาณรูปแบบเดียวกัน 99.99%]*
*[คำเตือน: จิตใต้สำนึกส่วนที่ถูกผนึกกำลังเข้ายึดครองพื้นที่ หากสูญเสียการควบคุม ร่างกายหลักจะสูญสลาย]*
*[ภารกิจลับระดับ SSS: "เงาสะท้อนแห่งบาป" - ทางเลือก: กลืนกินหรือถูกกลืนกิน]*
"แกไม่ใช่ตัวฉัน..." เซเรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่หนักแน่น เขารวบรวมลมหายใจเข้าลึกๆ ตามหลักการควบคุมสมาธิที่ศาสตราจารย์เอลาร่าเคยเคี่ยวเข็ญมานับครั้งไม่ถ้วน *'จำไว้ เซเรส... คนไร้พรสวรรค์ไม่ได้แปลว่าไร้ทางสู้ เวทมนตร์วัดกันที่ปริมาณมานาก็จริง แต่ไหวพริบและความตายในสนามรบ วัดกันที่ว่าใครนิ่งกว่ากัน'*
เงาร่างนั้นหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูน่าขนลุก "น่าสมเพชจริงๆ... ยังดึงดันจะใช้เศษเหล็กไร้ค่าพวกนั้นอีกเหรอ? ดูรอบตัวสิ หอคอยนี้กำลังจะพังทลาย อาจารย์สาวผู้แสนดีของนายก็กำลังจะตายอยู่ที่ชั้นบนสุด... นายช่วยใครไม่ได้หรอก เซเรส"
สิ้นคำพูด เงานั้นก็พุ่งทะยานเข้าใส่ด้วยความเร็วที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไปหลายเท่า มันไม่ได้ใช้เวทมนตร์ธาตุ แต่มันใช้ "เจตจำนงแห่งความตาย" ที่อัดแน่นอยู่ในทุกย่างก้าว ดาบสีดำทมิฬที่ก่อตัวขึ้นจากความมืดถูกเงาดึงออกมาฟาดฟันเข้าที่ลำคอของเซเรสในเสี้ยววินาที
*เร็วเกินไป!*
ทว่า ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นด้าย เซเรสกลับหลับตาลงหนึ่งจังหวะ ไม่ใช่เพื่อยอมแพ้ แต่เพื่อรับรู้ "การไหลเวียนของแรงโน้มถ่วงและเศษหิน" ที่กำลังร่วงหล่นรอบตัว เขาอาศัยแรงกระแทกจากเศษซากหอคอยที่ตกลงมาเบี่ยงวิถีดาบของตัวเองเล็กน้อย ปลายดาบสั้นกระแทกเข้ากับคมดาบสีทมิฬอย่างแม่นยำจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ
เคร้ง!
แรงปะทะทำให้แขนของเซเรสชาหนึบ ร่างของเขาปลิวไปกระแทกกับเสาหินโบราณจนเลือดไหลซึมออกจากมุมปาก แต่รอยยิ้มกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่ม
"นายฉลาดนะ... ที่จำลองทุกอย่างออกมาได้สมจริง" เซเรสยันกายลุกขึ้นยืนช้าๆ เช็ดเลือดที่มุมปากด้วยหลังมือ สายตาคมกริบมองตรงไปยังเงาร่างนั้น "แต่ถ้านายคือตัวฉันจริงๆ... นายก็น่าจะรู้ว่า ฉันเกลียดที่สุดคือพวกที่ชอบตัดสินอนาคตคนอื่นโดยไม่ฟังเหตุผล!"
เงาสะท้อนชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสสีดำสนิทฉายแววแปลกใจเป็นครั้งแรก เมื่อมันพบว่าดาบสั้นในมือของเซเรสไม่ได้พยายามจะปะทะตรงๆ แต่ปลายดาบของเขากลับสะท้อนแสงจากอักษรเวทมนตร์ที่สลักไว้บนพื้นหอคอยที่มันเหยียบอยู่
"แก... ทำอะไรลงไป?"
"ฉันไม่ได้ทำอะไร... ฉันแค่ใช้ประโยชน์จาก 'กฎของหอคอยที่ล่มสลาย' ต่างหากล่ะ" เซเรสยิ้มมุมปาก พลางดีดนิ้วเบาๆ
ปัง!
อักษรเวทมนตร์โบราณที่เซเรสแอบร่ายเวทเสริมแรงกระแทกไว้ตั้งแต่ตอนที่หลบการโจมตีครั้งแรกทำงานพร้อมกัน พื้นหินใต้ฝ่าเท้าของเงาสะท้อนทรุดฮวบลงทันที แรงดันมหาศาลจากแกนกลางหอคอยที่ถูกปลดปล่อยพุ่งทะยานขึ้นมาราวกับ geyser ของพลังงานเวทมนตร์กลืนกินร่างเงาดำนั้นหายลับไปในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระคนไปกับเสียงหอคอยถล่ม
*[แจ้งเตือนระบบ: เสร็จสิ้นเงื่อนไขพิเศษ - ใช้สภาพแวดล้อมหักล้างพลังจิตสะท้อน]*
*[ปลดล็อกทักษะใหม่: "จิตวิญญาณแห่งผู้ไม่ยอมแพ้" (Level Max)]*
*[มานาสำรองเพิ่มขึ้น 200% - สถานะร่างกายกลับสู่ภาวะปกติ]*
พลังงานอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อาการบาดเจ็บหายเป็นปลิดทิ้ง เซเรสยืนหอบหายใจรดต้นทุน ท่ามกลางซากปรักหักพังที่สงบลงชั่วขณะ แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยกำลังก้าวเดินลงมาจากบันไดวนชั้นบนสุด กลิ่นอายเวทมนตร์อันคุ้นเคยที่เจือจางด้วยกลิ่นคาวเลือดทำให้หัวใจของเซเรสกระตุกวูบ
ศาสตราจารย์เอลาร่าก้าวออกมาจากกลุ่มควัน ร่างกายของเธอบาดเจ็บสาหัส เสื้อคลุมสีขาวเปื้อนคราบเลือดเข้ม ดวงตาสีไพลินคู่สวยมองตรงมาที่เซเรสด้วยความเหนื่อยล้า แต่ริมฝีปากของเธอกลับคลี่ยิ้มจางๆ
"เธอเก่งมาก... เซเรส" เอลาร่าเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนที่ร่างของเธอจะทรุดฮวลงสู่อ้อมแขนของเขา "แต่เธอยังไม่รู้... ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดนี้... ไม่ใช่ใครอื่นไกล..."
ยังไม่ทันที่เอลาร่าจะเอ่ยจบประโยค พื้นดินเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูมิติสีดำสนิทขนาดยักษ์เปิดออกกลางอากาศ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่เซเรสคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนก้าวออกมา พร้อมกับเอ่ยทักทายเขาด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยที่สุด
"ไงล่ะ ลูกชาย... ดีใจไหมที่ได้เจอพ่ออีกครั้ง?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในบทนี้นะครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 18
แผนซ้อนแผน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!