บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 17

ศัตรูในคราบพันธมิตร

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"ข้อตกลงของเราไม่ใช่แบบนี้ ประธานสภานักเรียน" เสียงของเซเรสไม่ดัง แต่ก้องกังวานพอที่จะทำให้เศษซากกระจกเวทมนตร์รอบห้องประชุมลับสั่นไหว โลหะสีดำสนิทของดาบฝึกหัดถูกชักออกจากฝักอย่างเชื่องช้า คมดาบไร้ซึ่งออร่าเวทมนตร์ใดๆ เจือปน มีเพียงประกายแสงสีเทาด้านของเหล็กกล้าที่ผ่านการลับคมมาอย่างดีสะท้อนกับคบเพลิงเวทบนผนัง เบื้องหน้าของเขาคือ 'เรย์มอนด์' ประธานสภานักเรียนผู้เพียบพร้อม เส้นผมสีทองสว่างและดวงตาสีฟ้าครามที่เคยฉายแววสุภาพเรียบร้อย บัดนี้กลับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา ไร้ซึ่งคราบของมิตรภาพที่เคยร่วมฝ่าฟันอุปสรรคในหอคอยแห่งนี้มาด้วยกัน "ข้อตกลงงั้นหรือ เซเรส... นายยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจคำว่า 'ความจำเป็น' นะครับ" เรย์มอนด์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าแฝงความเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง มือเรียวยาวประสานกันบนโต๊ะหินอ่อน รอบตัวเขาคือสมาชิกสภานักเรียนอีกห้าคนที่ปิดล้อมทางออกไว้หมดสิ้น เวทมนตร์ธาตุแสงและสายฟ้าถูกรวบรวมไว้ที่ปลายนิ้ว พร้อมจู่โจมได้ทุกเมื่อ เซเรสไม่ได้หวั่นไหว สายตาของเขาคมกริบ กวาดมองคราบไคลและร่องรอยการต่อสู้ที่เพิ่งเกิดขึ้น เขาย้อนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้... ใบหน้าที่สะท้อนอยู่ในกระจกบานนั้น ใบหน้าที่ถอดแบบมาจากตัวเขาเองราวกับส่องกระจก มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และสภานักเรียนกลุ่มนี้ก็รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร "พวกนายต้องการซ่อน 'ความจริง' เกี่ยวกับต้นกำเนิดของหอคอยนี้... และพวกนายก็ใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการเปิดผนึกชั้นที่สิบเจ็ดตั้งแต่แรกสินะ" เซเรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ไหวพริบในหัวหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อคำนวณความเป็นไปได้ทั้งหมด ระบบสนับสนุนในหัวใจของเขาเต้นรัวเป็นจังหวะ แต่ปราศจากความตื่นตระหนก เรย์มอนด์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ฉลาดสมกับที่เป็น 'ตัวหมาก' ที่ศาสตราจารย์เอลาร่าคอยปกป้องนักนะ... น่าเสียดายจริงๆ ที่นายไม่มีพลังเวทมนตร์ ไม่อย่างนั้น เราคงร่วมงานกันได้ยาวนานกว่านี้" สิ้นคำสั่งของประธานสภานักเรียน เวทมนตร์พันธนาการโซ่แสงพุ่งเข้าใส่เซเรสจากมุมมืดอย่างไร้ซุ่มเสียง ความเร็วระดับนี้หากเป็นเด็กฝึกหัดทั่วไปคงถูกตรึงร่างไว้กับพื้นจนขยับไม่ได้ไปแล้ว แต่เซเรสไม่ใช่เด็กไร้พรสวรรค์ธรรมดาอีกต่อไป *ฟึบ!* ร่างของเด็กหนุ่มทิ้งตัวลงต่ำอย่างเฉียบคม ใช้สันดาบกระแทกพื้นศิลาเพื่อส่งแรงเหวี่ยงตัวหลบโซ่แสงเส้นแรกได้อย่างหวุดหวิด ประกายไฟจากการเสียดสีสว่างวาบขึ้นในความมืด เขาไม่รอช้า พุ่งทะยานเข้าประชิดตัวหนึ่งในสมาชิกสภานักเรียนที่ยืนขวางประตูทางออกทันที "ระวัง! เขาใช้กระบวนท่าไร้เวท!" เสียงตะโกนเตือนดังขึ้นช้าเกินไป เซเรสสะบัดศอกกระแทกเข้าที่จุดศูนย์ถ่วงของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ พร้อมกับใช้ด้ามดาบฟาดเข้าที่ข้อพับเข่าจนคู่ต่อสู้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในชั่วพริบตา ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยประสิทธิภาพและความเรียบง่าย ไม่มีพลังเวทมนตร์ฟุ่มเฟือย แต่เต็มไปด้วยทักษะการต่อสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน "อย่าให้มันหนีไปได้!" เรย์มอนด์ตบโต๊ะลุกขึ้น สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธกริ้ว เวทมนตร์สายฟ้าสีขาวโพลนถูกปลดปล่อยออกมาจากฝ่ามือของประธานสภานักเรียน ก่อตัวเป็นหอกสายฟ้าขนาดใหญ่พุ่งตรงมายังแผ่นหลังของเซเรสที่กำลังจะผลักบานประตูหนาออกไป แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนเส้นผมของเซเรสลุกชัน เขารู้ตัวดีว่าต่อให้หลบพ้น แรงระเบิดของสายฟ้านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้หอคอยชั้นนี้พังทลายลงมาทับพวกเขาแน่ ทว่า ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง... *เปรี้ยง!!* ม่านพลังเวทมนตร์สีครามเข้มรูปทรงดอกกุหลาบน้ำแข็งปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างกะทันหัน รับแรงกระแทกของหอกสายฟ้าเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แรงระเบิดสะท้อนกลับจนห้องประชุมสั่นสะเทือน ควันขาวโขมงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับไอเย็นอันคุ้นเคยลอยแตะจมูก เซเรสไม่ต้องหันไปมองก็รู้ทันทีว่าใครเป็นผู้มาเยือน เงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวผ่านควันพิษเข้ามาอย่างเชื่องช้า รองเท้าบูทหนังกระทบพื้นศิลาเกิดเสียงก้องกังวานที่ทรงพลัง ดวงตาสีอัมพันภายใต้ฮู้ดกวาดมองสมาชิกสภานักเรียนทั้งหมดด้วยสายตาเย็นเยียบราวกับมองมดปลวก "ศาสตราจารย์เอลาร่า..." เรย์มอนด์กัดฟันกรอด สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับอาจารย์สาวผู้กุมความลับครึ่งหนึ่งของหอคอย เอลาร่าไม่ได้เอ่ยคำทักทายใดๆ เธอยกมือขึ้นเพียงข้างเดียว วงแหวนเวทมนตร์นับสิบวงปรากฏขึ้นเบื้องหน้า บรรยากาศรอบตัวลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เธอยืนขวางระหว่างเซเรสกับสภานักเรียน ราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันถูกทำลาย "เด็กคนนี้... อยู่ภายใต้การดูแลของฉัน" เสียงของเอลาร่าราบเรียบและเย็นชา แต่น่าเกรงขามจนแม้แต่ประธานสภานักเรียนยังต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ถ้าพวกเธออยากแตะต้องเขา... ก็ต้องก้าวข้ามซากศพของฉันไปก่อน" เซเรสยืนพิงบานประตู หอบหายใจเล็กน้อยแต่สายตายังคงคมกริบ เขามองแผ่นหลังของอาจารย์สาวที่ยืนปกป้องเขาไว้อีกครั้ง ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของหอคอยที่กำลังล่มสลาย แต่ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยในหัวของเซเรสก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางลานสายตา [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบความผันผวนของมานาขั้นวิกฤต] [เงื่อนไขภารกิจลับระดับ SSS: "เงาแห่งกระจกที่ถูกปลดปล่อย" เริ่มต้นนับถอยหลัง] [คำเตือน: บุคคลที่สามซึ่งไม่ได้รับเชิญกำลังก้าวเข้าสู่พื้นที่ชั้นที่ 17...] เซเรสเบิกตากว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ไม่ได้มาจากเวทมนตร์ของสภานักเรียน แต่มันมาจาก *ใต้พื้นห้องประชุมลงไปอีก* พื้นศิลาเริ่มปริแตกออกเป็นทางยาว เสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ประหลาดโบราณกำลังตื่นจากการหลับใหลดังขึ้นสะท้อนก้อง เรย์มอนด์หันไปมองพื้นห้องที่กำลังแตกออกด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นบัดนี้ซีดเผือด "มะ... เป็นไปได้ยังไง? มันยังไม่ถึงเวลาเปิดผนึกนี่!" เอลาร่าขมวดคิ้วแน่นเป็นครั้งแรก หันกลับมามองเซเรสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวลอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และในความเงียบงันที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงคำรามนั้นเอง... แสงสว่างสีทองแดงสลัวก็ส่องประกายขึ้นจากรอยแยกของพื้นห้อง พร้อมกับเงาร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ที่ก้าวขึ้นมาจากความมืดเบื้องล่าง เงาร่างที่มีรูปร่างหน้าตาและสวมชุดเครื่องแบบเดียวกันกับเซเรสราวกับพิมพ์เดียวกัน... แต่มีรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวและดวงตาสีแดงฉานหยาดเยิ้มไปด้วยหยดเลือด! "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ตัวฉันอีกคน" เงานั้นเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่แหบพร่าและเย็นเยียบจนคนฟังต้องขนหัวลุก ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เซเรสมาจนถึงตอนนี้ครับ!
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%