*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูเหล็กหนาหนักค่อยๆ ถูกดันเปิดออกช้าๆ จากด้านใน ท่ามกลางความมืดมิดสนิท มีเงาร่างของสิ่งมีชีวิตบางอย่างก้าวเท้าออกมา พร้อมกับเสียงโซ่ตรวนที่ลากครูดไปกับพื้นหินดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบสงัด
กลิ่นอายความอับชื้นและกลิ่นสนิมเหล็กพวยพุ่งเข้าปะทะจมูกทันทีที่ช่องว่างของประตูขยายกว้างขึ้น เซเรสไม่ถอยหลัง เขากลับก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าครึ่งก้าว มือซ้ายกระชับด้ามดาบไม้ที่พกติดตัวไว้แน่น แม้ในยามคับขัน สมองส่วนหน้าของเขายังคงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างเป็นระบบ—ประตูห้องกักเก็บชั้นใต้ดินระดับสามถูกเปิดออกโดยไม่มีการแจ้งเตือนจากระบบเวทมนตร์ป้องกัน นั่นหมายความว่ากลไกรูนเวทถูกแทรกแซง หรือมีใครบางคนจงใจปิดการทำงานของมัน
"นั่นไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนปีหนึ่งควรจะมาเดินเล่นในยามวิกาลนะครับ เซเรส"
เสียงราบเรียบทว่าทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมยาวสีครามเข้มก้าวออกมาจากมุมเสา ศาสตราจารย์เอลาร่าปรายตามองเงาดำเบื้องหน้าด้วยแววตาเรียเฉย ทว่ากล้ามเนื้อรอบกรอบหน้าของเธอกลับเกร็งตึงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำยกขึ้นร่ายวงแหวนเวทสีฟ้าครามอย่างไร้ซุ่มเสียง เพื่อสร้างบาตรคุ้ม
เซเรสเหลือบมองอาจารย์สาวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาโฟกัสกับสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งก้าวพ้นธรณีประตู มันคือโกเล็มโครงกระดูกหุ้มเกราะเหล็กกล้าโบราณ ขนาดตัวสูงใหญ่กว่ามนุษย์ปรกติเกือบเท่าตัว ดวงตากลวงโบ๋ปรากฏเปลวเพลิงสีครามลุกโชนสะท้อนความกระหายเลือด
"ผมไม่ได้มาเดินเล่นครับ ศาสตราจารย์" เซเรสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบ แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผม "แต่ถ้าผมไม่ลงมาตรวจสอบ คะแนนภาคปฏิบัติในสัปดาห์นี้ของผมคงติดลบจนหมดสิทธิ์เข้าสอบแน่นอน... และผมคิดว่าท่านเองก็คงไม่อยากให้เอกสารลับของหอคอยรั่วไหลออกไปก่อนการประเมินรอบใหญ่หรอกครับ"
เอลาร่าชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาสีมรกตคู่นั้นกวาดมองเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายประกายความซับซ้อนยากจะหยั่งถึง ในบรรดานักเรียนไร้พรสวรรค์ทั้งหมด เซเรสคือคนเดียวที่มักจะมองทะลุผ่านความเข้มงวดของเธอ และมักจะหาเหตุผลเข้ามารuก.ล้ำในเขตหวงห้ามด้วยตรรกะที่เถียงไม่ขึ้นเสมอ
*โครม!*
โกเล็มเหล็กกล้าไม่รอให้ทั้งคู่สนทนากันต่อ มันเหวี่ยงหมัดเหล็กหนักอึ้งเข้าใส่โดยตรง แรงลมจากการโจมตีพัดเอาฝุ่นผงบนผนังหินปลิวว่อน
"หลบไป!" เอลาร่าสะบัดมือ คลื่นพลังเวทระเบิดออกเป็นรูปโล่โปร่งแสงปะทะเข้ากับหมัดของโกเล็มอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว ทว่าตัวโกเล็มกลับไม่สะท้านแม้แต่น้อย มันคำรามต่ำในลำคอราวกับสัตว์ป่ากระหายเหยือก และเตรียมง้างหมัดเตรียมโจมตีรอบสองที่รุนแรงกว่าเดิม
"จุดอ่อนของมันอยู่ที่ข้อต่อหัวเข่าด้านซ้ายครับ แรงดันเวatค้างอยู่ตรงนั้นมากเกินไป!" เซเรสตะโกนบอก พร้อมกับพุ่งตัวต่ำแนบพื้น พริบตาเดียว ร่างของเด็กหนุ่มก็แทรกตัวผ่านช่องว่างระหว่างขาของโกเล็มไปได้อย่างเฉียดฉิว ดาบไม้ในมือถูกเคลือบด้วยลมปราณธาตุลมที่เขาฝึกฝนมาอย่างยากลำบาก มันถูกแทงสวนขึ้นไปที่จุดอ่อนที่เขาเพิ่งประกาศกร้าวอย่างแม่นยำ
*แคร็ก! เสียงโลหะบิดเบี้ยว*
โกเล็มยักษ์เสียการทรงตัว มันทรุดฮวบล้มลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณทางเดินใต้ดิน เซเรสดีดตัวถอยหลังกลับมาตั้งหลักข้างกายเอลาร่า ลมหายใจของเขาหอบถี่เล็กน้อย แต่แววตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ซากโกเล็มไม่วางตา
เอลาร่ามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่เคียงข้าง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นริ้วขึ้นในอก เด็กคนนี้ไม่มีมานาในเส้นชีพจรแม้แต่น้อย แต่กลับสามารถอ่านทิศทางการไหลเวียนของมานาและจุดอ่อนของสิ่งประดิษฐ์เวทมนตร์ชั้นสูงได้ด้วยตาเปล่า ช่างเป็นความย้อนแย้งที่น่าพิศวงเสียจริง
"เธอทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ เซเรส..." เอลาร่าเอ่ยเสียงเบา ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเยือกเย็นดังเดิม "แต่การกระทำบุ่มบ่ามเมื่อครู่ ทำให้คะแนนพฤติกรรมของเธอถูกหักไปห้าสิบคะแนนเต็ม"
เซเรสยิ้มแห้งๆ ในความมืด "โห... ใจร้ายจังเลยนะครับ ศาสตราจารย์ ทั้งที่ผมเพิ่งช่วยชีวิตอาจารย์—โอ๊ะ หรือว่าช่วยปกป้องความลับของหอคอยกันแน่นะครับ?"
"หุบปากแล้วเก็บกวาดซากนี่ซะ" เอลาร่าหมุนตัวเดินนำกลับไปทางบันได ทว่ามุมปากของเธอกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยที่เด็กหนุ่มไม่มีทางมองเห็น "พรุ่งนี้เช้า... เธอนั่นแหละที่จะต้องมารับการทดสอบภาคปฏิบัติพิเศษจากฉันโดยตรง เตรียมตัวให้ดีก็แล้วกัน"
เซเรสถอนหายใจยาวเหยียดขณะมองตามแผ่นหลังของอาจารย์สาว เขาก้มลงเก็บดาบไม้ขึ้นมาปัดฝุ่น ก่อนจะหันไปมองซากโกเล็มที่เริ่มสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้า ทว่า ท่าท่ามกลางละอองแสงเหล่านั้น กลับมีบางสิ่งตกกระทบพื้นจนเกิดเสียงโลหะกระทบหินแหลมคม
*กริ๊ง...*
เซเรสย่อตัวลงหยิบมันขึ้นมา มันคือเหรียญตราโลหะสีดำสนิท สลักลวดลายรูปตาข่ายเวทมนตร์ที่ถูกกรีดทับด้วยรอยดาบ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ของ "สภาผู้วิเศษนอกรีต" องค์กรใต้ดินที่ถูกประกาศให้เป็นกบฏต่ออาณาจักรเมื่อสิบปีก่อน!
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับผิวโลหะเย็นเฉียบ เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวสมองอย่างกะทันหัน
[ติ๊ง! ตรวจพบวัตถุต้องห้ามระดับ SSS: "เหรียญตราผู้ทรยศแห่งหอคอยโบราณ"]
[เงื่อนไขลับถูกปลดล็อก: เครือข่ายความลับของศาสตราจารย์เอลาร่า]
[คำเตือน: ชีวิตประจำวันในฐานะนักเรียนไร้พรสวรรค์ของคุณได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้ว...]
[ภารกิจใหม่: ค้นหาความจริงเบื้องหลังการตายของผู้อำนวยการคนก่อนภายใน 7 วัน ก่อนที่หอคอยจะล่มสลายลงทับร่างของคุณ]
เซเรสจ้องมองหน้าต่างระบบสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น... ดูเหมือนว่าคะแนนการเรียนที่เขากังวลเมื่อหัวค่ำ จะกลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเสียแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนการเดินทางของเซเรสมาโดยตลอดนะครับ!
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 10
ความล้มเหลวที่ไม่ใช่จุดจบ
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!