"ถ้าคุณยังเปิดหน้านั้นต่อไป เกรงว่าสมองของคุณอาจจะถูกแผดเผาจนกลายเป็นขี้เถ้าก่อนที่จะได้สอบเลื่อนขั้นนะครับ เซเรส"
เสียงเตือนที่ราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลระคนดุของศาสตราจารย์เอลาร่า ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของหอสมุดใต้ดินชั้นที่เจ็ด กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ใต้แสงเทียนสีส้มสลัว ทำให้บรรยากาศในยามดึกสงัดนี้ดูราวกับหลุดเข้าไปอีกมิติหนึ่ง
เซเรสสะดุ้งเล็กน้อย สายตาละออกจากหน้าต่างระบบสีฟ้าเรืองแสงที่ยังคงลอยเคว้งค้างอยู่ตรงหน้าเบื้องขวา ก่อนจะหันไปมองอาจารย์สาวผู้ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือไม้มะฮอกกานีโบราณ แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์สะท้อนลงบนเรือนผมสีเงินยวงและแววตาคู่คมที่กำลังจ้องเขม็งมาที่เขา
"ผมไม่ได้ตั้งใจจะฝ่าฝืนกฎหรอกครับอาจารย์... แต่ดูตัวเลขพวกนี้สิครับ" เซเรสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เขานิ้วชี้ไปยังหน้าจออินเตอร์เฟซโปร่งแสงที่ปรากฏข้อมูลยิบยับราวกับรหัสลับของจักรวาล
ดวงตาสีมรกตของเด็กหนุ่มกวาดมองข้อความที่เพิ่งอัปเดตสดๆ ร้อนๆ หลังจากที่เขาไขปริศนาอักษรรูนโบราณบนปกสมุดบันทึกหนังมังกรดำได้สำเร็จ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสผ่านลับระดับ 'ผู้บุกเบิกที่ถูกลืม']
[เงื่อนไขการเข้าถึงหอคอยโบราณชั้นที่ 8 ถูกปลดล็อก]
[แต้มคะแนนสะสมพิเศษ: +1,500 แต้ม]
[คำเตือน: ประวัติศาสตร์ที่คุณกำลังจะรับรู้ต่อไปนี้ ถูกลบออกจากสารบบของสถาบันเวทมนตร์มาเป็นเวลาสามร้อยปี โปรดเตรียมใจรับมือกับแรงกระแทกทางจิตวิญญาณ]
เหตุการณ์และจุดทิ้งปมจากตอนที่แล้วยังคงวนเวียนอยู่ในหัว เซเรสจ้องมองหน้าต่างระบบสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้นผสมความหวาดหวั่น... ดูเหมือนว่าคะแนนการเรียนที่เขากังวลเมื่อหัวค่ำ จะกลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเสียแล้ว เมื่อเทียบกับความลับระดับสั่นคลอนรากฐานของหอคอยเวทมนตร์แห่งนี้ที่กำลังจะถูกเปิดเผย
เอลาร่าถอนหายใจเบาๆ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยตำราเก่าคร่ำครึ ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมจอมเวทสีนิลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยกวาดมองหน้าจอระบบของเซเรสแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
"คุณคิดว่าระบบที่ปรากฏขึ้นในหัวของคุณ... มันคือพรสวรรค์จริงๆ งั้นเหรอ เซเรส?" เอลาร่าเอ่ยถามเสียงเบา ราวกับเกรงว่าเสียงของเธอจะไปปลุกบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ใต้ซากปรักหักพังนี้ให้ตื่นขึ้น
"ผมไม่รู้ครับอาจารย์" เซเรสตอบตามตรง น้ำเสียงของเขาสงบลงแต่แววตากลับเปล่งประกายความมุ่งมั่น "ผมเกิดมาพร้อมกับความว่างเปล่า ไร้ซึ่งมานา ไร้ซึ่งพลังธาตุที่จะร่ายคาถาใดๆ บนโลกใบนี้ หากไม่ใช่เพราะระบบสนับสนุนปริศนานี่ และหากไม่ใช่เพราะดาบในมือ... ผมคงถูกคัดชื่อออกตั้งแต่ปีแรกแล้วล่ะครับ"
เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปแตะด้ามจับดาบเหล็กกล้าที่สะพายอยู่ข้างกาย ความเย็นเฉียบของโลหะช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่ความเป็นจริง มิตรภาพและการเคี่ยวเข็ญอย่างหนักหน่วงระหว่างเขากับเอลาร่าตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา หล่อหลอมให้เด็กหนุ่มผู้ไร้พรสวรรค์คนนี้กลายเป็นนักดาบที่มีไหวพริบและอ่านจังหวะการต่อสู้ได้เฉียบคมยิ่งกว่าจอมเวทฝึกหัดหลายคนในชั้นเรียน
"แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ในสมุดบันทึกเล่มนี้..." เซเรสพลิกหน้ากระดาษแผ่นถัดไปอย่างระมัดระวัง กระดาษสีเหลืองกรอบส่งเสียงกรอบแกรบราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ "...มันไม่ใช่แค่เรื่องราวส่วนตัว แต่มันคือบันทึกการทดลองของสถาปนิกผู้สร้างหอคอยคนแรก"
เอลาร่าหรี่ตาลงเล็กน้อย "คุณกำลังหมายถึง... มหาจอมเวท 'วาลดริก'?"
"ถูกต้องครับ" เซเรสใช้นิ้วชี้เคาะเบาๆ ลงบนบรรทัดที่ถูกเขียนด้วยหมึกสีดำสนิทที่ไม่มีวันจางหาย "ในบันทึกระบุไว้ชัดเจนว่า หอคอยแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานศึกษาเวทมนตร์อย่างที่พวกเราถูกสอนมาตั้งแต่เด็ก... แต่มันคือ 'คุกกักขัง' ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อผนึกบางอย่างที่อยู่ลึกลงไปใต้ดินชั้นที่สิบสอง"
สิ้นคำพูดของเซเรส บรรยากาศภายในห้องสมุดเก่าแก่ก็พลันเยือกเย็นลงอย่างกะทันหัน เปลวไฟในตะเกียงเวทมนตร์ไหววูบราวกับถูกกระแสลมที่มองไม่เห็นพัดผ่าน เงาดำทอดยาวตามผนังหินราวกับพวกมันกำลังขยับตัวได้
เอลาร่าไม่ได้แสดงอาการตกใจอย่างที่ควรจะเป็น เธอกลับเงียบงัน ดวงตาคู่สวยหลุบต่ำลงคล้ายกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่หนักอึ้งเอาไว้
"คุณรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วใช่ไหมครับ... อาจารย์?" เซเรสเอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาสจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาของอาจารย์สาวอย่างค้นหา ไม่มีร่องรอยของการหวาดกลัว มีเพียงความเชื่อใจและสัญชาตญาณของลูกผู้ชายที่ต้องการยืนหยัดเคียงข้างคนตรงหน้า
เอลาร่าเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบางของเธอ เป็นรอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความโล่งใจและความเศร้าสร้อย
"ฉันเป็นอาจารย์ประจำหอคอยนี้เซเรส หน้าที่ของฉันคือการปกป้องความลับ... แต่ในขณะเดียวกัน ฉันก็มีหน้าที่ต้องปกป้องคุณด้วยเช่นกัน" เอลาร่าเอื้อมมือเรียวบางมาวางทับบนหลังมือของเซเรสที่วางอยู่บนโต๊ะ ไออุ่นจากปลายนิ้วของเธอส่งผ่านมาถึงความหนาวเหน็บในใจ "เพราะคุณคือ... กุญแจดอกสุดท้ายที่วาลดริกทิ้งไว้"
ปัง!
เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวจากชั้นบนสุดของหอคอยดังสะเทือนเลื่อนลั่น แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงบนเพดานร่วงกราวลงมากลบโต๊ะทำงาน เศษหินขนาดเล็กกลิ้งหลุนๆ ลงมาจากบันไดวน
[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการบุกรุกจากสิ่งมีชีวิตพลังงานมานาบริสุทธิ์ระดับภัยพิบัติ]
[เป้าหมาย: ทำลายหอคอยและกวาดล้างผู้สืบทอดรหัสลับ]
เซเรสผุดลุกขึ้นยืนสัญชาตญาณนักรบตื่นตัวเต็มที่ มือขวาชักดาบออกจากฝักด้วยความเร็วแสง เสียงโลหะกระทบอากาศดังคมกริบ เขากวาดสายตามองไปที่ประตูทางเข้าหอสมุดที่บัดนี้ถูกปกคลุมด้วยไอหมอกสีดำทมิฬ
ก่อนที่เอลาร่าจะทันได้เอ่ยปากห้าม เงาร่างมหึมาคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงปากทางเข้า ดวงตาสสีแดงฉานคู่โตจ้องมองทะลุผ่านความมืดมิดเข้ามายังจุดที่พวกเขายืนอยู่ พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นประสาทจนหน้าแข้งชา
"ดูเหมือนว่าบทเรียนประวัติศาสตร์ของเราวันนี้..." เซเรสสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กระชับด้ามดาบในมือมั่น รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "...จะต้องเลื่อนไปเป็นการภาคปฏิบัติแทนแล้วล่ะครับอาจารย์"
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสและผองเพื่อนในโลกเวทมนตร์นี้นะครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 11
รหัสลับในหอสมุดเก่า
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!