เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่สุดท้ายหยุดลงที่เบื้องหน้า ซากอิฐหักพังของผนังศิลาโบราณสั่นสะเทือนตามจังหวะก้าวที่จงใจกดน้ำหนักลงมาทีละก้าว...ทีละก้าวอย่างเยือกเย็น
กลิ่นอายเวทมนตร์ที่ลอยมาตามลมไม่ใช่กลิ่นอายดิบเถื่อนของมอนสเตอร์ในชั้นใต้ดินหอคอย แต่มันคือกลิ่นอายอันคุ้นเคย—กลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรไวท์ทีผสมผสานกับไอปะรำประรัศมิ์ของเวทมนตร์ธาตุดาราจักรที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความแม่นยำระดับสูง
เซเรสกระชับด้ามดาบในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ไอร้อนระอุแผ่ซ่านจากฝ่ามือที่ชุ่มเหงื่อเข้าสู่ตัวดาบเหล็กกล้า ไหวพริบในหัวสมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ระยะห่างสามสิบก้าว สภาพแวดล้อมที่มืดทึบ และทิศทางที่ถูกปิดตาย ไม่มีทางหนี เว้นแต่จะเผชิญหน้า
"ดึกป่านนี้แล้ว เด็กที่ควรจะนอนหลับเอาแรงเพื่อเตรียมตัวสอบปลายภาค... มาทำอะไรลับๆ ล่อๆ อยู่ที่ชั้นใต้ดินเขตหวงห้ามแห่งนี้ล่ะครับ เซเรส"
เงาร่างโปร่งบางก้าวพ้นความมืดออกมา แสงจากคบเพลิงวูบวาบสะท้อนกรอบแว่นโลหะและเส้นผมสีเงินยวงที่ถูกรวบไว้อย่างเป็นระเบียบ ศาสตราจารย์เอลาร่า... อาจารย์สาวผู้ควบคุมหอคอยฝั่งตะวันตก ยืนกอดอกมองเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในมือเรียวบางของเธอถือคทาสั้นประจำตำแหน่งที่ปลายยอดอัญมณีสีนิลยังคงมีประกายแสงหลงเหลืออยู่จางๆ
เซเรสผ่อนลมหายใจยาว หลบสายตาคมกริบนั้นเพียงเสี้ยววินาที "ผมแค่... กำลังหาคำตอบบางอย่างที่ตำราเรียนในห้องสมุดไม่ได้สอนครับ อาจารย์"
"คำตอบงั้นหรือ?" เอลาร่าก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกหนึ่งก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินก้องกังวาน "เธอคิดว่าความอยากรู้อยากเห็นจะช่วยชีวิตเธอได้เมื่อเผชิญหน้ากับความพินาศของหอคอยหลังนี้หรือไง เซเรส? รู้ไหมว่าเบื้องล่างลงไปอีกสามชั้น มันคือเขาวงกตผนึกมารที่แม้แต่สภาเวทมนตร์ยังสั่งปิดตาย"
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดเวทมนตร์ในอากาศเสียดสีกัน เซเรสเงยหน้าขึ้นสบตาอาจารย์สาวตรงๆ แววตาของเด็กหนุ่มไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความดื้อรั้นและจริงจังที่ทำให้อลาร่าต้องชะงักไปครู่หนึ่ง
"ผมไม่มีพรสวรรค์เรื่องเวทมนตร์... อาจารย์ก็รู้ดีที่สุด" เซเรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่มั่นคง "ผมไม่มีบทสวด ไม่มีวงแหวนเวท และไม่มีแม้กระทั่งตระกูลขุนนางหนุนหลัง สิ่งเดียวที่ผมมีคือดาบเล่มนี้ และหอคอยหลังนี้... ที่กำลังจะพังลงมาทับอนาคตของผมทุกๆ นาที ถ้าผมไม่เลือกเดินลงมาหาคำตอบด้วยตัวเอง ผมก็คงเป็นได้แค่คนดูที่รอวันถูกกลืนหายไปกับความล่มสลาย"
คำพูดนั้นทิ้งน้ำหนักลงกลางความเงียบ เอลาร่ามองเด็กหนุ่มตรงหน้า นัยน์ตาสีเทาคู่สวยไหววูบชั่วขณะ เธอนึกถึงภาพของใครบางคนในอดีต—คนที่มีดื้อรั้นและใช้ดาบแทนเวทมนตร์เช่นเดียวกัน
"เธอช่าง... ดื้อด้านเสียจริงนะ" เอลาร่าถอนหายใจออกมาเบาๆ ไหล่ที่เคยเกร็งตึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย เธอกดปลายคทาลงกับพื้น ห้วงมิติรอบตัวกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นสีฟ้าคราม "ถ้าคิดจะลงไปข้างล่างจริงๆ กฎของหอคอยข้อที่สิบสอง... เธอจำได้ไหม?"
"ผู้ท้าทายเขตหวงห้ามต้องผ่านการทดสอบของผู้ดูแล" เซเรสตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
"ถูกต้อง" มุมปากของอาจารย์สาวเผยรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก "ถ้าเธอชนะฉันได้แค่กระบวนท่าเดียว... ฉันจะไม่เพียงแต่ปล่อยเธอไป แต่ฉันจะมอบ 'กุญแจ' ที่จะไขความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับชั้นใต้ดินนี้ให้ด้วย แต่ถ้าเธอแพ้... เธอต้องกลับขึ้นไปแล้วเตรียมตัวสอบซ่อมวิชาเวทมนตร์พื้นฐานกับฉันทุกวันจนกว่าจะจบการศึกษา"
นี่ไม่ใช่แค่การทดสอบ แต่มันคือเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เซเรสเข้ามาเรียนที่นี่
"รับคำท้าครับ!"
เซเรสไม่รอช้า พุ่งตัวออกไปข้างหน้าด้วยเทคนิคก้าวเท้าของนักดาบเร่งความเร็วสูงสุด ร่างของเขาหายวับไปกับตา เหลือไว้เพียงรอยแยกของอากาศ ความเร็วระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่เด็กไร้เวทมนตร์ควรจะทำได้ แต่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงนับพันชั่วโมงร่วมกับระบบสนับสนุนที่คอยปรับปรุงกล้ามเนื้อให้สมบูรณ์แบบ
*เปรี้ยง!*
ดาบเหล็กกล้าปะทะเข้ากับบาตรเวทมนตร์ใสที่เอลาร่ากางขึ้นมาอย่างกะทันหัน แรงกระแทกส่งผลให้พื้นหินรอบตัวแตกร้าวเป็นใยแมงมุม เซเรสกัดฟันกรอด แขนทั้งสองข้างสั่นเทาจากแรงสะท้อน แต่นัยน์ตาของเขากลับเป็นประกายเจิดจ้า เขารู้ดีว่าการเอาชนะจอมเวทระดับสูงตรงๆ นั้นเป็นไปไม่ได้ สิ่งเดียวที่จะทำได้คือ... การใช้ไหวพริบ
เซเรสแกล้งทำเป็นเสียหลักเปิดช่องว่าง เอลาร่าผู้ผ่านสนามรบมาโชคโชนหรี่ตาลงเล็กน้อย เธอตวัดคทาเพื่อสร้างโซ่เวทมนตร์เข้าพันธนาการ แต่นั่นคือแผน!
ในเสี้ยววินาทีที่โซ่เวทพุ่งเข้ามา เซเรสไม่ได้ถอยหนี แต่เขาใช้สันดาบกระแทกเข้าที่จุดศูนย์กลางของคลื่นเวทที่อาจารย์สาวปล่อยออกมา แรงสั่นสะเทือนในมุมองศาที่แม่นยำทำให้วงแหวนเวทของเอลาร่าเกิดอาการสะดุดชั่วพริบตาเดียว—ซึ่งมันก็เพียงพอแล้วสำหรับนักดาบ
ปลายคมดาบจ่อหยุดนิ่งอยู่ห่างจากลำคอระหงของอาจารย์สาวเพียงมิลลิเมตรเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางความเงียบงัน
เอลาร่าเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ "ใช้ได้นี่... เรียนรู้ไวกว่าที่ฉันคิดเสียอีกนะ เซเรส"
อาจารย์สาวลดคทาลง ยอมรับความพ่ายแพ้ด้วยความสง่างาม เธอยื่นมืออีกข้างที่ถือแผ่นศิลาโบราณเรืองแสงสีทองอ่อนๆ ออกมาให้เขา "นี่คือกุญแจชั้นใต้ดินระดับลึก... และเป็นบันทึกหน้าสุดท้ายที่หอคอยนี้พยายามซ่อนไว้"
เซเรสรับแผ่นศิลานั้นมาถือไว้ ความเย็นเฉียบแผ่ซ่านเข้าสู่ปลายนิ้ว พร้อมกันนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบสนับสนุนที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นในหัวสมองของเขาอย่างชัดเจน
[ติ๊ง! เงื่อนไขลับสำเร็จ: ปลดล็อกเส้นทางสาย "อัศวินผู้ท้าทายชะตากรรม"]
[ได้รับไอเท็มพิเศษ: บันทึกพันธสัญญาแห่งหอคอย (ระดับ SSS)]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกปลอมกำลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้พิกัดปัจจุบัน—จากเบื้องล่างสุดของหอคอย...]
ยังไม่ทันที่เซเรสจะได้อ่านข้อความทั้งหมด พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมาเพิ่งจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลอันยาวนาน เสียงคำรามต่ำทุ้มดังสะท้อนก้องผ่านท่อระบายอากาศขึ้นมา พร้อมกับกลิ่นอายความมืดมิดที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
เอลาร่าหน้าถอดสีทันที เธอกระชากแขนเซเรสให้ถอยหลัง "ไม่ใช่ฝีมือของมอนสเตอร์... หรือว่าผนึกที่ท่านอาจารย์ใหญ่สร้างไว้ จะ..."
ความมืดที่ปลายทางเดินมืดมิดเบื้องล่างค่อยๆ แยกตัวออก เผยให้เห็นดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่ที่จ้องมองขึ้นมาด้วยความกระหายใคร่รู้ และเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังลอดออกมาจากเงาดำนั้น... ก็เป็นเสียงที่เซเรสไม่มีวันลืมตลอดชีวิต
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับเซเรสในตอนนี้นะครับ
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 13
จุดเปลี่ยนก่อนปิดเทอม
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!