“ถ้าเธอยังเลือกที่จะใช้ดาบเล่มนั้นแทงทะลวงเข้ามาในเขตอาคมของฉัน… เซเรส… สิ่งที่จะแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย จะไม่ใช่แค่บาเรียเวทมนตร์ของฉัน แต่มันคืออนาคตทั้งหมดที่ฉันพยายามปกป้องเธอมาตลอดนะ”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของศาสตราจารย์เอลาร่าดังแทรกผ่านความเงียบงันภายในห้องวิจัยใต้ดินของหอคอยเวทมนตร์ที่กำลังสั่นคลอน เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดานราวกับนาฬิกาทรายที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ แสงสีฟ้าอ่อนจากอัญมณีเวทมนตร์ที่ฝังอยู่ตามผนังหินกะพริบถี่กระชั้น บ่งบอกว่าโครงสร้างทั้งหมดกำลังจะพังทลายลงภายในไม่กี่นาทีข้างหน้า
ผม—เซเรส ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าม่านพลังงานสีครามที่แผ่ไอความร้อนระอุออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว ในมือขวาของผมกำดาบเหล็กกล้าไร้เวทมนตร์แน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาว น้ำหนักของดาบเล่มนี้มันหนักอึ้ง ไม่ใช่เพราะตัวเนื้อเหล็ก แต่มันหนักอึ้งด้วยความจริงที่ว่า… ผมไม่มีพลังเวทมนตร์ติดตัวเลยแม้แต่น้อย
ทว่า ในสถานการณ์ที่นักเรียนคนอื่นอาจจะเลือกวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หรือยอมจำนนต่อโชคชะตา ผมกลับเลือกที่จะก้าวเข้าไปประชิดตัวผู้หญิงที่อันตรายที่สุดในหอคอยแห่งนี้
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อทำลายอนาคตของใครหรอกครับ ศาสตราจารย์” ผมสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของกล้ามเนื้อ พร้อมกับผ่อนคลายหัวไหล่ลงเล็กน้อยเพื่อลดแรงต้าน “แต่ถ้าอนาคตที่อาจารย์พูดถึง… มันหมายถึงการที่ผมต้องยืนมองคนอื่นถูกความมืดกลืนกินไปทีละคนโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลยล่ะก็… ผมยอมใช้ดาบเล่มนี้ฟันฝ่ามันไปให้รู้แล้วรู้รอดดีกว่าครับ”
เอลาร่าชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีอัมพันคู่คมที่มักจะซ่อนความเย็นชาไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา ไหววูบลงชั่วขณะ เธอไม่ได้ถอยหลังหนี แม้ว่าปลายดาบของผมจะอยู่ห่างจากบาเรียของเธอไม่ถึงคืบ
ในโลกแฟนตาซีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังเวทมนตร์และสายเลือดอันสูงส่ง การที่เด็กหนุ่มไร้พรสวรรค์คนหนึ่งมายืนเผชิญหน้ากับจอมเวทอัจฉริยะระดับแนวหน้าของอาณาจักร มันคือภาพสะท้อนของความโง่เขลาในสายตาทุกคน แต่วาเลนเทียอัศวินมืดอย่างผมรู้ดีว่า… บางครั้ง เวทมนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็ไม่อาจเทียบเท่ากับความไว้ใจที่เดิมพันด้วยชีวิต
[ระบบสนับสนุนผู้ไร้พรสวรรค์ ทำงานเสร็จสิ้น: ตรวจพบเจตจำนงแห่งความเชื่อมั่น ระดับความเข้ากันได้ของเป้าหมายพุ่งสูงถึง 94.5%]
[ปลดล็อกทักษะเฉพาะกิจ: ‘เสียงสะท้อนแห่งศรัทธา’ (Echo of Trust) – อนุญาตให้ผู้ใช้ส่งผ่านความตั้งใจและพลังกายภาพทะลุผ่านเขตอาคมเวทมนตร์ได้โดยตรง โดยแลกกับพลังงานชีวิต 10%]
เสียงแจ้งเตือนใสๆ ของระบบดังขึ้นในหัวของผม แต่ผมไม่ได้สนใจมัน สายตาของผมถูกตรึงไว้ที่แววตาของอาจารย์สาว
“เธอช่างเป็นเด็กที่ดื้อรั้นเสียจริงนะ เซเรส” เอลาร่าถอนหายใจออกมาเบาๆ รอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ “รู้ไหมว่าการมอบความไว้ใจให้กับคนอื่น… ในสถานที่แห่งนี้ มันอันตรายยิ่งกว่าการเดินเข้าไปในรังของมังกรเสียอีก”
“ผมรู้ครับ” ผมตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องคิด “แต่ถ้าผมไม่เริ่มไว้ใจใครสักคนก่อน… ผมก็คงเป็นได้แค่คนไร้ค่าที่วิ่งวนอยู่ในหอคอยที่กำลังจะตายหลังนี้ไปจนวันตาย”
สิ้นคำพูดนั้น ผมไม่ได้พุ่งเข้าจ้วงแทงด้วยความโกรธเกรี้ยว หรือใช้กำลังบีบบังคับแบบที่นักรบทั่วไปทำ ตรงกันข้าม… ผมค่อยๆ ลดปลายดาบลงแนบกับพื้นหิน เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *กริ๊ก* เบาๆ ท่ามกลางเสียงคำรามของโครงสร้างหอคอยที่กำลังแตกร้าว
ผมก้าวเข้าไปประชิดม่านพลังงานสีครามนั้นด้วยมือเปล่า ปล่อยให้ไอเวทมนตร์แผดเผาผิวหนังจนเกิดรอยแดงแสบร้อน แต่ผมไม่ถอย ผมยกมือขึ้นทาบลงบนบาเรียเวทมนตร์ที่สั่นระริกของเธอโดยตรง
ดวงตาของเอลาร่าเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เธอไม่คาดคิดว่าผมจะเลือกวิธีนี้—วิธีที่ใช้ความเปราะบางของร่างกายมนุษย์เข้าแลก เพื่อพิสูจน์ความจริงใจ
“อาจารย์เคยบอกไม่ใช่เหรอครับว่า… เวทมนตร์ไม่ได้สร้างขึ้นมาจากความเกลียดชัง แต่สร้างขึ้นมาจากความปรารถนาที่จะเชื่อมโยง” ผมกระซิบเสียงแผ่วเบา แต่หนักแน่นพอที่จะส่งผ่านไปถึงหัวใจของเธอ “ผมไม่มีเวทมนตร์… แต่ผมมีความปรารถนาที่จะปกป้องอาจารย์นะ”
วูบบบ!
ทันทีที่ปลายนิ้วของผมสัมผัสกับผิวบาเรีย พลังงานอุ่นวาบสายหนึ่งก็พวยพุ่งสวนทางกลับเข้ามาในร่างกาย ทักษะ ‘เสียงสะท้อนแห่งศรัทธา’ ทำงานประสานกับพลังเวทดิบในตัวของเอลาร่าโดยสมบูรณ์ แสงสีทองจางๆ แผ่ขยายออกจากฝ่ามือของผม เข้าไปผสานกับแสงสีฟ้าของเธอ จนเกิดเป็นเกราะป้องกันรูปทรงใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า
เศษหินก้อนมหึมาที่กำลังร่วงหล่นลงมาจากเพดานเหนือศีรษะถูกผลักกระเด็นออกไปด้วยแรงอัดของพลังงานที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว แรงสั่นสะเทือนภายในห้องค่อยๆ สงบลงอย่างน่าอัศจรรย์
เอลาร่ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากลาย ทั้งตกตะลึง ซาบซึ้ง และหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน มือเรียวบางของเธอสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมมือผ่านบาเรียออกมากุมมือของผมไว้แน่น
“เธอ… ทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน เซเรส… เด็กหนุ่มโง่เขลาเอ๋ย” เสียงของเธอกลั่นออกมาจากความรู้สึกที่อัดอั้นมานานนับปี
“ก็เพราะอาจารย์สอนผมไว้แบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ” ผมยิ้มกว้างให้เธอ แม้ว่าเหงื่อกาฬจะไหลโทรมหน้าผาก “และตอนนี้… เราก็เชื่อมโยงกันแล้วนะ”
ทว่า บรรยากาศที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความหมายนั้น กลับถูกทำลายลงในเสี้ยววินาทีต่อมา เมื่อเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับร้อยคู่ดังขึ้นจากบันไดเวียนด้านนอก—มันไม่ใช่เสียงของพวกนักเรียน หรือยามรักษาความปลอดภัยของหอคอย
กึก… กึก… กึก…
เสียงเกราะเหล็กกระทบพื้นหินดังประสานกันเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว กลิ่นอายความมืดอันหนทึบและเย็นเยียบแผ่ซ่านลอดผ่านรอยแตกของประตูเข้ามาจนเปลวไฟเวทมนตร์รอบห้องเปลี่ยนเป็นสีเขียวมรกต
เอลาร่าสะดุ้งสุดตัว สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลายเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เธอรีบดึงมือผมกลับแล้วผลักผมไปข้างหลังทันที
“ถอยไป! พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดไว้…” เอลาร่ากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด “หน่วยกวาดล้างเงาทมิฬ… ทำไมพวกมันถึงหาที่นี่เจอเร็วขนาดนี้!”
ประตูกลหินหนาหนักนับตันถูกกระแทกเปิดออกด้วยพละกำลังมหาศาล ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เงาร่างของบุคคลในชุดเกราะสีดำสนิทนับสิบก้าวเข้ามาพร้อมกับดาบยาวที่อาบไปด้วยไอพิษสีม่วง
แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ความน่ากลัวของหน่วยกวาดล้างเหล่านั้น…
ทว่า เป็นร่างของชายสวมหน้ากากเงินที่ก้าวออกมาจากแถวหน้าสุด พร้อมกับโยนบางสิ่งลงมาแทบเท้าของผม
*ตุบ!*
สิ่งนั้นกลิ้งหลุดออกมาจากผ้าคลุม… มันคือศิลาดำเวทมนตร์ประจำตัวของ ‘เรย์’ สหายสนิทของผมที่แยกย้ายกันไปตรวจสอบชั้นบนของหอคอยเมื่อสิบนาทีก่อน พร้อมกับรอยดาบสลักสัญลักษณ์รูปงูอูโรโบรอสที่คุ้นตาเป็นอย่างดี
“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบสุดท้าย เด็กน้อยผู้ไร้เวทมนตร์…” เสียงทุ้มแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับมาจากก้นบึ้งของขุมนรกดังลอดออกมาจากใต้หน้ากากเงิน “น่าเสียดายนะ… ที่เพื่อนรักของเจ้า ไม่มีโอกาสได้เห็นวันที่หอคอยนี้ล่มสลายเสียแล้ว”
เซเรสชะงักค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกใจสุดขีด ในขณะที่เอลาร่าเบิกตากว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อตระหนักว่า… ความลับทั้งหมดถูกเปิดเผยแล้ว
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับเซเรสในตอนนี้นะครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที•ตอนที่ 27
สายใยที่เชื่อมโยง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกเรียนเวทฉบับคนไร้พรสวรรค์ ในหอคอยที่ล่มสลายลงทุกนาที นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!